การปฏิรูประบบราชการ

ปฎิรูประบบราชการสำคัญที่คน
(Human is Power)


โดย เภสัชกรประชาสรรณ์ แสนภักดี Ph.D. Candidate in Development Science,KKU
http://www.glocalization.org


        ใกล้เข้ามาแล้วกับการปฏิรูประบบราชการ ไทย มีอยู่สองกระทรวงที่มีความรุดหน้าไปไกลแล้วก็คือ กระทรวงสาธารณสุข กับกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสองกระทรวง ทำงานกับคนทั้งคู่ กระทรวงหนึ่งสร้างปัญญา อีกกระทรวงหนึ่งสรา้งสุขภาพ ผู้เขียนจึงขอใช้บทความนี้วิเคราะห์เรื่องการปฎิรูป โดยจะขอยกเอากระทรวงสาธารณสุข เป็นประเด็นหลักในการวิพากษ์
       วันนี้สิ่งที่ควรจะทำมากที่สุดคือเรื่องของการเตรียมการในเรื่องของกำลังคน เพราะหลังการปฏิรูประบบราชการแล้ว คนจะต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน ใหม่ ซึ่งคน จะเปลี่ยน วิธีทำงานได้ก็จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดแบบใหม่ก่อน จำไว้ว่าระบบงานใหม่ ภายใต้เป้าหมายใหม่ หน้าตาขององค์กรแบบใหม่ จะใช้วิธีการเดิมไม่ได้ เรียกว่าบริบท (context) เปลี่ยนแล้วเราต้องเปลี่ยนแปลงตาม แล้ววันนี้แต่ละองค์กรทำอะไรกับคนบ้าง บอกตรงๆ เท่าที่เห็นก็คือ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก เพียงแค่การประชุม เพื่อแจ้ง ให้ทราบยังไม่ถือว่ามีการขับเคลื่อนในเรื่องคน เพราะถึงไม่ปฏิรูปท่านทั้งหลายก็พากันประชุมแบบแจ้งให้ทราบอยู่แล้ว
       ถ้าจะเตรียมการในเรื่องของคน แล้วเราควรจะเตรียมอะไรบ้าง นี่เป็นคำถามที่ท้าทายความคิดโดยเฉพาะผู้บริหารองค์กร ทั้งหลาย รอให้ฟ้าดินสั่งการมาค่อย ทำมันคงไป ไม่ถึงไหน เราจะต้องนำการเปลี่ยนแปลง (Navigating Change) ไม่ใช่ให้การเปลี่ยนแปลงเป็นตัวนำเรา สิ่งที่ต้องทำ อันดับแรกคือ การบอกให้ทุกคนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง (Inform Change) เมื่อทุกคนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงแล้ว คนก็จะเกิดความตระหนัก (awareness) แทนที่จะเป็นความตระหนก(Panic) คนก็จะรับการเปลี่ยนแปลงได้ ถึงจะไม่ เต็มร้อยก็ไม่เกิดปัญหามาก สิ่งที่หน่วยงานต่างๆ กำลังประสบอยู่ตอนนี้ก็คือ คนที่รู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงจะมีเฉพาะกรรมการระดับสูงขององค์กรเท่านั้น ที่รู้การเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนต้องบอกว่าอันตราย อย่างมาก อย่าลืมว่าในยุคข้อมูลข่าวสาร ถ้าเมื่อไรคนถูกปิดบังข้อมูล จะเกิดกระแสต่อต้านแรก (Resistant to Change) ผลของการต่อต้าน การเปลี่ยนแปลงคงจะไม่ใช่การเดินขบวน หรือ การประท้วง อะไรทำนองนั้น แต่คงจะส่งผลต่ออนาคต ส่งผลของผลงานที่กำลังทำอยู่ (Performance) เพราะช่วงของการ เปลี่ยนแปลง (Transformation phase) เป็นช่วงเวลาที่จะเกิดการชะงัก อันตรายเพราะการไม่บอกกล่าวกัน
       การมีส่วนร่วมในกระบวนการเปลี่ยนแปลง (Participation) เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ต้องให้สมาชิกขององค์กรทุกคน มีส่วนในการกำหนดการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น ไปจนสิ้นสุดการรับผลของการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันหลายหน่วยงานขาดการให้โอกาสกันและกันในการมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลง รอจนบะหมี่สุก ค่อยเอามาเสริฟ แบบนี้ มันอิ่มอยู่หรอก แต่ไม่ได้รสชาติ (No Taste)
       รูปธรรม ของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ การจัดประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลง การตั้งคณะทำงานระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง การตั้งคณะทำงานศึกษาผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลง ต่อองค์กร ต่อประชาชน เพราะไม่มีคณะทำงานเรื่องการเปลี่ยนแปลง เราจึงมีแต่คณะทำงาน ตามที่เขาสั่งให้เปลี่ยนแปลง (Command committee) สิ่งท่ท้าทายอีกอย่างหนึ่งของผู้นำองค์กรก็คือ การนำเอาเครื่องมือการพัฒนาองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงมาใช้ เช่น ระบบมาตรฐาน (standard) หรืออาจจะเป็นเครื่อง มือบริหารงานคุณภาพ เช่น TQM CQI เป็นต้น เข้ามาใช้เตรียมการ หรือถ้าจะเต็มรูปแบบก็นำ RBMS มาใช้งานเลย เขียนไปเขียนมา ถ้าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ถ้าใครอ่าน แล้วมีคำที่ไม่เข้าใจต้องบอกตามตรงว่านี่เป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่จะให้ท่านรู้จักคำใหม่ๆ ที่เข้ามาในยุคของการเปลี่ยนแปลง ถ้าใครไม่เข้าใจ ก็อาจจะถือได้ว่าท่านกำลัง จะมีปัญหาตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงแล้ว
       แล้วท่านหละทำอะไรบ้างเพื่อรอรับการเปลี่ยนแปลง ในฐานะของคน ๆ หนึ่งสมาชิกคนหนึ่งในองค์กรท่านทำอะไรบ้าง เตรียมพร้อมหรือยัง องค์กรใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลง ไปรองรับหรือสอดคล้องกับความฝันของท่านหรือเปล่า ถ้าไม่สนองตอบต่อเป้าหมายในชีวิตที่ท่านตั้งไว้ท่านจะทำยังไง จะเอายังไงกับตัวเอง เปลี่ยนงานเลยดีไหม หรือจะทนไปจน เกษียณ วันนี้ต้องตอบตัวเอง แล้วนะ เพราะองค์กรยุคใหม่เขาต้องการคนที่มีใจให้กับองค์กรแบบเต็มร้อยเท่านั้น

power by Glocalization Learning Group