การนำ นวัตกรรม และเทคโนโลยี มาใช้แก้ปัญหาการศึกษา

              การศึกษาของไทยในยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ยุคของการปฏิรูปการศึกษาและการกระจายอำนาจทางการศึกษาจากส่วนกลางไปสู่ระดับสถานศึกษา ส่งผลให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกับการจัดการศึกษาซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาต้องใช้ความสามารถและอำนาจในการตัดสินใจ และต้องมีภาวะผู้นำ มีความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการ  ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีเครื่องมือในการแก้ปัญหาจัดการ  นวัตกรรม  เป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการบริหารสถานศึกษาไปสู่เป้าหมาย  การแก้ปัญหาการศึกษาจึงจำเป็นต้องนำ นวัตกรรม มาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการศึกษา ดังนั้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีกับการแก้ปัญหาการศึกษาจึงจำเป็นจะต้องควบคู่กันไป  เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

               1.การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School  Based  Management)  การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน  เป็นรูปแบบและแนวคิดการบริหารที่ต้องการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาจากส่วนกลาง หรือจากเขตพื้นที่การศึกษาไปยังสถานศึกษาโดยตรง  ทำให้สถานศึกษามีอำนาจและความรับผิดชอบในการบริหารตนเองใน  2.การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์(Result  Based  Management) เป็นการบริหารโดยมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์หรือความสัมฤทธิ์ผลเป็นหลัก  ใช้ระบบการประเมินผลงานที่อาศัยตัวชี้วัดเป็นตัวสะท้อนผลงานให้ออกมาเป็นรูปธรรม  เพื่อการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นและแสดงผลงานต่อสาธารณะ  3.การประกันคุณภาพการศึกษา   พิจารณาจากตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานว่ามีความสอดคล้องกับที่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ต้องก่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ผู้มารับบริการ อันได้แก่ นักเรียน และผู้ปกครอง อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองความต้องการของสังคมที่ต้องการผู้สำเร็จการศึกษาที่มีความรู้ความสามารถ 4.การจัดการความรู้  คือ การจัดการความรู้จะเป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อน ในการที่จะนำความรู้ที่มีอยู่มาสร้าง ขยายผล แบ่งปัน จัดเก็บ และใช้ประโยชน์

            ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องทางการจัดการศึกษาจำเป็นต้องมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารและครูผู้สอน ต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวคือ 1. มีทักษะในการพิมพ์เอกสาร 2. ทักษะในการเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ3. ทักษะการใช้ e-mail และการประชุมร่วม 4. ทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล 5. ทักษะในการสร้างรูปแบบ หรือสถานการณ์จำลอง

            ดังนั้น การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในสถานศึกษา ต้องใช้อย่างชาญฉลาดและเกิดประโยชน์ผู้ที่เกี่ยวข้องทางการจัดการศึกษาจำเป็นต้องมีการวางแผน และเตรียมปัจจัยเกื้อหนุนต่าง ๆ ทั้งทางด้านกำลังคน งบประมาณ สถานที่ และการจัดการให้เหมาะสมกับผู้เรียนตามความเหมาะสม เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มความสามารถ