ผู้ที่เคยใช้กระบวนการฝึกทักษะชีวิตกับเยาวชนคงจะรู้จักเรื่องเล่าเรื่องนี้ดี ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ทำท่าจะเหมือนแฟชั่นบางตัวที่มาแล้วก็ไปง่ายๆ ทำให้ต้องนำมาเล่าต่อเพราะเสียดายของดี
นกฝูงหนึ่ง เมื่อเปลี่ยนฤดูกาลครั้งสำคัญพวกมันจะพากันบินข้ามทะเลใหญ่ไปหาแหล่งใหม่ที่อากาศดีและมีอาหารสมบูรณ์กว่าแหล่งเดิม ตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง นกฝูงนี้จะคาบกิ่งไม้ไปด้วยตัวละอัน เมื่อบินไปได้ไกลพอสมควร มันจะลดระดับลงสู่ผิวน้ำ ทิ้งกิ่งไม้ลงบนผิวน้ำแล้วลงไปเกาะกิ่งไม้พยุงตัวอยู่เหนือน้ำนานพอสมควร แล้วพวกมันก็ออกเดินทางต่อโดยคาบกิ่งไม้ไปด้วยเช่นเดิม มันทำเช่นนี้หลายครั้ง ในที่สุด ทั้งฝูงก็ ไปถึงฝั่งทะเลที่เป็นเป้าหมายของมันได้
เรื่องสั้นๆนี้ ใช้ตั้งประเด็นฝึกเยาวชนได้หลายข้อ แต่ในที่(ชุมนุมผู้รอบรู้)แห่งนี้ ขอข้ามส่วนนั้นไปเลยครับ
ศิษย์เก่าผมคนหนึ่ง ใช้เวลา ๘ ปีเรียนจบหลักสูตรปริญญาตรี ๔ ปี เพราะแต่ละภาคเรียน เขาลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกิน ๑๒ หน่วยกิต เนื่องจากต้องทำงานครึ่งวันเพื่อรายได้สำหรับค่าใช้สอยทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม คุณภาพของเขาไม่ได้ด้อยไปตาม องค์ประกอบอื่นๆของชีวิตเขาเลย ปัจจุบันนี้ เขาเป็นอาจารย์ระดับอุดมศึกษาอยู่ที่จังหวัดชายแดนจังหวัดหนึ่งที่ภาคใต้ และชีวิตเขาไม่มีข้อด้อยอะไรอีกแล้ว ข้อจำกัดบางอย่างทำให้เราไปถึงเป้าหมายช้าเร็วไม่เท่ากัน แต่ถึงก็คือถึงนะครับ
ในทีมวอลเลย์บอลระดับโลกทุกทีมซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่สูงเกิน ๖ ฟุต จะต้องมีคนตัวเตี้ยอย่างน้อยคนหนึ่งอยู่ในทีมด้วยเสมอ เพื่อทำหน้าที่ที่มือตบตัวสูงทำไม่ได้ คนตัวเตี้ยในทีมวอลเลย์บอลไม่มีอะไรเป็นปมด้อยเลย บางคนเป็นหัวหน้าทีมด้วยซ้ำ
ศักยภาพตามธรรมชาติที่พัฒนาแล้วสามารถพาทุกชีวิตไปถึงเป้าหมายได้อย่างมีศักดิศรีเท่าเทียมกัน เคล็ดลับอยู่ที่การรู้จักตัวตนอย่างถ่องแท้ก่อนออกตามหาหรือล่าฝันที่สอดคล้องกับตัวจริงของตนต่างหาก
นกมีทั้งตีนและปีก แต่นกทุกตัวใช้ตีนก่อนใช้ปีก ดังนั้น มีฝันโดยไม่มีความรู้รองรับ ก็เหมือนนกที่มีแต่ปีก ไม่มีตีน
เย้ เจอแล้ว...