ทำอย่างไรให้ประชาชนในชุมชนมองว่าการพัฒนาใด ๆ ก็ตามเป็นหน้าที่ของทุกคนที่อยู่ร่วมกัน ดังนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมรักษาผลประโยชน์
การให้บริการวิชาการแก่ท้องถิ่นเป็นภารกิจหนึ่งของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างเรา เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ศักยภาพ ความรู้ ความพร้อมที่มีของมหาวิทยาลัยให้บริการวิชาการแก่สังคม เพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น สังคม และประเทศ เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ สามารถชี้นำแก้ปัญหา และให้คำปรึกษาแก่ชุมชน ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยในการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ จัดกิจกรรมสำคัญๆเพื่อให้ความรู้กับชุมชนและการให้บริการวิชาการก็ต้องรับทราบความต้องการของพื้นที่ของชุมชนด้วยถึงจะบริการได้ถูกต้อง
เมื่อวานนี้ (15 กันยายน) ผมได้รับมอบหมายจากคณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิริ พรมดี ให้นำคณาจารย์ลงพื้นที่ เทศบาลตำบลป่าตันนาครัว อำเภอแม่ทะ เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือในทางวิชาการ การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจาก นายกเทศมนตรี ปรีชา ลินมา พร้อมทั้งรองนายก ปลัด และทีมงานที่ปรึกษาทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุขฯ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือทางวิชาการในโอกาสต่อไป
งานนี้เราได้รับทราบความต้องการหลายประเด็นที่ชุมชนต้องการความรู้และบุคลากรด้านการศึกษาลงไปช่วยเติมเต็ม เพื่อสร้างชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง มีความร่วมมือในทุกกิจกรรม ช่วยเหลือตนเองมากกว่าที่จะรอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่ รักษาวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
คณาจารย์ที่ร่วมเดินทางไปลงพื้นที่ต่างก็ได้โจทย์วิจัย และประเด็นที่จะหาทางช่วยเหลือด้านวิชาการต่อไป โดยเฉพาะทัศนคติ ค่านิยมของชุมชนเพราะปัจจุบันสังคมเรามีหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย หลายคนจึงมองว่าหน่วยงานต่าง ๆ ต้องทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ประกอบกับสภาพทางเศรษฐกิจประชาชนจึงมุ่งผลประโยชน์ตนเองมากกว่าส่วนรวม จิตใจที่จะร่วมกันพัฒนามีน้อย ทำอย่างไรให้ประชาชนในชุมชนมองว่าการพัฒนาใด ๆ ก็ตามเป็นหน้าที่ของทุกคนที่อยู่ร่วมกัน ดังนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมรักษาผลประโยชน์
