เศร้าเหงาเกินเอื้อนกล่าว...

เคยเคียงข้างกายแนบเอียง
ทอดเงาใกล้เพียงกระซิบ
ใยเล่าเงาจันทร์ไร้ดาว
ทนเศร้าเกินกว่าร่ำไห้
หายใจแต่ไร้ความรู้สึก
เหม่อมองแต่สายลมสุดท้าย
พรากจากโดยไม่มีคำร่ำลา
ความเปลี่ยวเหงายังกรีดดังกลางห้องใจ
ดุจดอกไม้ไร้เสียงปีกแมลง
พรพล
๑๔ กันยา ๕๓
เหงาจังเลยครับ...
สวัสดีท่าน หนานเกียรติ ครับ
เคยลองคิดว่าแม่คงเหงามากนัก
เมื่อพ่อจากไปโดยไม่ร่ำลา
คงเหงามากกว่ากวีบทนี้หลายล้านเท่า
แต่พ่อก็ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาพรากชีวิตโดยไม่ทันตั้งตัว
ขอเอาใจช่วยให้คุณแม่ และทุกคนในครอบครัว คลายความทุกข์โศกลงนะครับ
สวัสดีท่านหนานเกียรติครับ
ผมก็ดีขึ้นมากแล้วครับ
แม่บางครั้งยังแอบร้องไห้
ผมโทรหาแม่มุกวันตั้งแต่พ่อเสีย
เรานัดกันว่าจะไปไหว้อัฐิพ่อที่บ้านย่าสิ้นเดือนนี้ครับ
ขอบพระคุณครับ...
ขอบพระคุณ ท่าน Kanchana ครับ...
สวัสดีค่ะ
หายใจแต่ไร้ความรู้สึก
เป็นความเหงา เศร้า โดยแท้
ขอให้เวลาเป็นเครื่องเยียวยา นะคะ
คำนี้คมครับ
ขอบพระคุณทุกท่านครับ...