ครูกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
 เรื่อง  ครูกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
       ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ได้กล่าวไว้ว่า  วิชาชีพชั้นสูง คือการทำให้ครูมีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างแท้จริง โดยมีพันธะหน้าที่ในการสั่งสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดีและมีความรู้ ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่หนักหนากว่าคนธรรมดาทั่วไป ดังนั้นจึงต้องทำให้ครูยืนอยู่ในสังคมได้อย่างสง่างาม และไม่เดือดร้อนเรื่องฐานะความเป็นอยู่ เพื่อให้พวกเขาทุ่มเทพลังทั้งหมดในการสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพและคุณธรรม  ในข้างต้นที่ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้านได้กล่าวเอาไว้นั้นทำให้มีความคิดเกี่ยวกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายๆอย่างเพื่อให้สมกับการเป็นวิชาชีพรู  คำว่าการเป็นวิชาชีพชั้นสูงนั้นไม่ใช่ว่าใครทุกคนที่อยากจะเป็นจะเป็นกันได้ง่ายๆ  ทุกอย่างมันมีขั้นตอนอย่างเป็นระบบระเบียบของมันอยู่แล้วกว่าจะมามีคำว่าวิชาชีพชั้นสูงนั้นมันเกิดจากสิ่งหลายสิ่ง  หลายบุคคล  และอีกหลายๆอย่างที่เรียกร้องสิทธิสำหรับอาชีพ “ครู” เพื่อที่จะให้ครูได้มีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสมกับความเป็นครูในหลายๆเรื่อง   พร้อมกันเองเมื่อมีการยกระดับของวิชาชีพครูนั้น   คนที่เป็นวิชาชีพครูหรือเรียกสั้นๆว่า “ครู”  ก็ต้องยกระดับตัวเองในด้านของศาสตร์ต่างๆที่ตัวเองถนัด  เพื่อให้ได้มีความรู้มากขึ้นกว่าเดิมและไม่หยุดที่จะใฝ่หาความรู้มาเพิ่มเติมตลอดเวลายังคงรักษาจรรยาบรรณของครูเอาไว้เสมอในจรรยาบรรณทุกๆข้อ
      สำหรับแนวทางสู่การเป็นวิชาชีพชั้นสูงของครูนั้น จะต้องมีพันธะหน้าที่ต่อสังคมชัดเจน มีการให้บริการต่อสังคมที่ชัดเจน และคนที่จะก้าวเข้าสู่อาชีพครูต้องมีการศึกษา อย่างน้อยระดับปริญญาตรี และอาชีพครูต้องมีมาตรฐานจรรยาบรรณของความเป็นครู มีองค์กรควบคุม มีใบอนุญาตความเป็นครูรองรับ เพื่อจะได้บุคลากรครูที่ดีทั้งนี้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อความเป็นครูเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา และต้องปฏิรูปทั้งระบบและครบกระบวนการ ในการผลิตครูใหม่ ต้องมีมาตรฐานหลักสูตรใหม่
ในการยกระดับวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ด้วยการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพ และจากนี้ไปวิชาชีพครูจะเป็นวิชาชีพควบคุมโดยมีคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ทำหน้าที่ดูแลการออกใบอนุญาต การพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต ดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษารวมทั้งการส่งเสริม ยกย่อง และพัฒนาวิชาชีพไปสู่ความเป็นเลิศ
ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และมีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่กำหนดให้มีการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 
      เมื่อเข้าสู่วิชาชีพครูแล้ว ก็ยังมีอุปสรรคตามมาอีกมาก หลังจากที่มีการประกาศใช้พ.ร.บ.ดังกล่าว และกำหนดให้ครูมีการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ทำให้ทุกวันนี้ครูต้องทำงานหนัก ส่วนหนึ่งเพราะระบบบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การประเมินเลื่อนวิทยฐานะของครูที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ทำให้ครูทำงานหนักแต่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนน้อยมาก เพราะเวลาที่ครูอยากเลื่อนวิทยฐานะ ทุกคนแม้แต่ผู้บริหารเองก็รู้ว่าครูต้องใช้เวลาที่จะสอนหนังสือไปทำผลงาน เพื่อให้มีตำรา เอกสาร หรือผลงานวิชาการ ประกอบการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ
ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพครูให้มากขึ้น และต้องมองอาชีพครูในมิติใหม่ ว่าไม่ใช่เป็นอาชีพที่ใครๆ ก็ทำได้ และเด็กที่เลือกเรียนวิชาชีพครูก็ไม่ควรเป็นผู้ที่พลาดหวังจากการสมัครเข้าคณะอื่น พร้อมกันนี้ ตัวครูเองก็ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเคยชินที่ทำมานานเช่นกัน เพื่อให้ครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี สมกับเป็น “วิชาชีพชั้นสูง” ที่คนในสังคมยกย่อง

 

 

 

    ที่มาจาก  http://nawaporn.files.wordpress.com,
                  http://www.sobkroo.com/img_news/file/A19163017.pdf
                  http://www.bowlingthailand.com