นั่งคิด นั่งตรอง เรื่องคำว่าจิตสาธารณะ เป็นคำที่กำลังเป็นที่นิยมในบ้านในเมืองเรา ซึ่งนับวันปัญหาในสังคมจะเพิ่มมากขึ้นทุกทีเพราะขาดคำ ๆ นี้ เมืองไทย ประเทศที่ได้ชื่อว่า สงบ ร่มเย็น ธรรมชาติสวยงาม ทุกวันนี้กำลังก้าวสู่วิกฤต แล้วจิตสาธารณะ คำสวยหรูที่ใช้พูดกันในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนคืออะไร จะช่วยเยียวยาสภาพสังคมให้ดีกว่าทุกวันนี้ได้หรือไม่ ครูเท่านั้นหรือที่มีหน้าที่สร้างจิตสาธารณะให้กับเด็ก
เมื่อวาน...ไปเรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ได้เรียนวิชาจิตวิทยาการสอน ท่านอาจารย์ (ดร.วรรณะ บรรจง) เปรียบเทียบให้ฟังว่า ประเทศใดก็ตามที่กฎหมายออกมาควบคุมประชาชนอย่างแข็งขัน จุกจิก เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ต้องออกกฎหมายควบคุม แสดงว่าประเทศนั้นกำลัง เข้าสู่วิกฤต จริยธรรมในตัวบุคคลในชาติเสื่อมถอยอย่างรุนแรง ถ้าประเทศใดคนมีจิตใจสูงส่ง สิ่งเหล่านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาควบคุมเลย ทุกคนต่างรู้หน้าที่ สิทธิ เสรีภาพ เคารพ กฏ กติกาของสังคม ฟังท่านอาจารย์สอนแล้วกลับมาคิดถึงประเทศไทย ที่ปัจจุบันนี้ กฏหมายที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ละเอียดยิ่งกว่าละเอียด นั่นเพราะ คนไทยขาดจิตสาธารณะ นั่นเอง
ในความเข้าใจของตนเอง ...จิตสาธารณะคือสิ่งที่ดีงาม ที่พ่อแม่อบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก เช่น การเคารพผู้ใหญ่ การช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อแบ่งปัน ไม่เห็นแก่ตัว การช่วยงานบ้าน รับผิดชอบในการงานที่ได้รับมอบหมาย ทิ้งขยะก็ต้องลงถัง เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนอื่นต้องเก็บ อย่าคิดว่าธุระไม่ใช่ ...ไม่ใช่หน้าที่เรา การเคารพกติกาที่สังคมวางไว้ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน โรงเรียน ...หรือที่ใด ๆ ก็ตาม ที่เราไปอยู่
แล้วทำไมทุกวันนี้ ....สิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยมีในตัวเด็ก ในฐานะที่เป็นครูบาอาจารย์ มองเห็นแล้วท้อใจ เด็กเรียกครูว่า จารย์ ... เดินผ่านถ้าไม่สอนตัวเองก็ไม่ต้องทักทาย ไม่จำเป็นต้องแสดงความเคารพ ปรึกษางานอาจารย์นั่งอยู่ยืนค้ำได้เลย ความรับผิดชอบต่องานที่ตัวเองได้รับมอบหมายยังไม่มีเลย จะว่าอะไรจะให้รับผิดชอบส่วนรวม เราในฐานะครูผู้สอนต้องเป็นคนเดินไปปิดไฟ ปิดแอร์ทุกครั้งหลังจากออกจากห้อง สิ่งเล็ก ๆ แบบนี้ พ่อแม่ไม่มีแม้แต่เวลาสอนลูกเลยเหรอ ....หรือจริงอย่างที่หลักสูตรบัญญัติไว้ จิตสาธารณะ ครูเป็นผู้ฝึกสอน ....แล้วจะได้ผลอย่างไร ในเมื่อสิ่งพวกนี้ จะต้องสั่งต้องสอนกันตั้งแต่เด็กรู้เรื่อง ....ช้าไปหรือเปล่าที่จะให้เริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นตอนเข้าโรงเรียน....คิด คิด แล้วก็เศร้า ทุกอย่างบีบรัด พ่อแม่ไม่มีเวลา อบรมสั่งสอน ทุกวันนี้ต้องปากกัดตีนถีบ เพื่อชีวิตที่อยู่รอด ลองหันกันมาดูซักนิด ว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่ทำให้ทุกวันนี้ประเทศมีแต่ความแตกแยกเช่นนี้ เพราะทุกคนคิดเห็นส่วนตัวเป็นใหญ่ ไม่มองคุณค่าของบุคคลอื่นเลย .....ครูเป็นแค่คนหนึ่งที่สามารถช่วยได้ แต่พ่อแม่ต่างหาก ที่เป็นบุคคลสำคัญ ที่จะขัดเกลาให้ลูกหลานของท่าน เติบโตขึ้นมาเป็นคนเช่นไร
จะเล่าประสบการณ์ที่ได้ฟังมาว่า.....มีร้านเช่าหนังสือการ์ตูนร้านหนึ่ง กำหนดกติกาว่าสมาชิกให้เช่าหนังสือครั้งนึง ไม่เกิน 3 วัน หลังจากนั้นจะคิดค่าปรับวันละ 5 บาท ต่อเล่ม เพื่อฝึกความตรงเวลา ...มีลูกค้าคนนึงเป็นเด็กผู้หญิง เรียนมัธยมต้น มาเช่า เอาไป 7 วัน ถึงเอามาคืน พอบอกว่ามีค่าปรับ คนเป็นแม่บอกว่า ทีเช่าร้านอื่นไม่เห็นต้องปรับเลย เอาไปเป็นเดือน ....แล้วก็บอกลูกว่า ไม่ต้องจ่ายค่าปรับแล้วก็ไม่ต้องมาเช่าอีก....ถูกไหมค่ะ..การรักลูกแบบนี้ ไม่สอนให้เด็กเคารพกฏ กติกา ตั้งแต่อายุเท่านี้ ไม่ต้องคิดว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ร้านเช่าเขาต้องการเงินจริง ๆ หรือ ...คนเป็นพ่อแม่ควรปกป้องลูกใช่ไหม.....คิดแล้วก็....งง
จิตสาธารธะ เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องช่วยเหลือสังคม ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ JJ
หนูก็คิดว่าอยางนั้นเช่นกัน น่าจะเป็นเรื่องที่เราทุกคนต่างก็ต้องช่วยกัน
ทุกวันนี้เวลาหนูสอนเด็ก...ก็หดหู่ใจทุกครั้ง สังคมเราน่าเป็นห่วงน่ะค่ะอาจารย์
จิตสาธารณะกำหนดในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องทำให้เกิดกับเด็ก แต่เรายังไม่ร่วมกันสร้างความตระหนัก ครูเราเองมองเห็นขยะก็เดินผ่าน ไม่พาเด็กเก็บ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ทำให้ดู ไม่อยู่ให้เห็น ก็ดูจะยาก ผู้ปกครองไม่อยากเห็นลูกทำงาน เขาส่งลูกมาเรียน
กับให้มาใช้เงินที่โรงเรียน
ขอบคุณค่ะ อาจารย์ พรชัย....
หนูก็คิดเหมือนอาจารย์ค่ะ หนูว่าผู้ปกครองคือบุคคลสำคัญเลย
ทุกวันนี้รักลูกในทางที่ผิดค่ะ เด็กเดี๋ยวนี้งานบ้านพ่อแม่ยังไม่ยอมให้ช่วยเลยค่ะ
กลัวลูกเหนื่อย