บทที่ 5 พัฒนาการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต มาจากคำว่า International Network หมายความว่า เครือข่ายนานาชาติหรือเครือข่ายสากล ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน และเพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันหลายชนิดทั่วโลกสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้ ก็จำเป็นต้องใช้เกณฑ์วิธีหรือโพรโทคอล (Protocol) เดียวกัน จึงจะเข้าใจกัน และเกณฑ์วิธีที่นำมาใช้กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน มีชื่อเรียกว่า ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP)
มากกว่าดาร์พา คือ ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP หรือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol) และเป็นเกณฑ์วิธีมาตรฐานในการเชื่อมต่อเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 กว่าเครื่องและมีองค์กรเอกชนเข้ามาร่วมใช้งานด้วย
ประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ต
1. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว
2. ใช้สืบค้นข้อมูลที่ต้องการ ได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั่วโลก
3. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างระบบได้
4. สามารถส่งข้อมูลได้หลายรูปแบบ
5. ให้ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ เช่น การฟังเพลง เล่นเกม เป็นต้น
6. ใช้สื่อสารด้วยข้อความซึ่งเป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบ
7. ใช้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
8. ซื้อขายสินค้าและบริการ
9. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)
รูปแบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
การต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบการสื่อสารเพื่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1. การต่อโดยใช้สายโทรศัพท์ผ่านโมเด็ม (MODEM) ไปยังไอเอสพีที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งโมเด็มจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณโทรศัพท์ และ แปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณคอมพิวเตอร์ผ่านสายโทรศัพท์ (หรือกล่าวได้ว่า โมเด็มเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์เป็นสัญญาณแอนะล็อกและขณะเดียวกันยังสามารถแปลงสัญญาณแอนะล็อกกลับเป็นสัญญาณดิจิทัลได้) โดยปัจจุบันความเร็วของการเชื่อมต่อโมเด็มจะเริ่มต้นที่ 64 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งการต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโมเด็มนี้ จะนิยมใช้กับการเชื่อมต่อจากบ้านหรือที่ทำงานที่ไม่มีระบบเครือข่าย
2. การต่อผ่านเครือข่ายแลน (LAN) จะมีการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง นิยมใช้ในหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่ เช่น มหาวิทยาลัย กระทรวง ทบวงกรมต่างๆ สามารถเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้พร้อมกันครั้งละหลายๆ เครื่อง โดยหน่วยงานที่ใช้เครือข่าย LAN เหล่านั้นจะต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายสัญญาณใยแก้วนำแสงหรือสายวงจรเช่า (Leased Line) กับ ISP
การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
การสืบค้นเพื่อหาข้อมูลหรือบริการที่ต้องการในเวิลด์ไวด์เว็บสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน ว่ามีความรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์มากน้อยขนาดไหน เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตมีกระจายอยู่ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก เว็บไซต์เพื่อค้นหาข้อมูลมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลรายชื่อเว็บไซต์และจัดหมวดหมู่หรือคำหลักให้ผู้ใช้ เพื่ออำนวยควาวามสะดวกในการสืบค้น โดยมีขั้นตอนการสืบค้นเพื่อหาข้อมูลสามารถดำเนินการได้ ดังนี้
การใช้ยูอาร์แอล (URL) เพื่อสืบค้นข้อมูล โดยผู้สืบค้นต้องทราบก่อนว่าข้อมูลที่ต้องการนั้นอยู่ที่เว็บไซด์ใด หรือ มีชื่อ URL อะไร เช่น เว็บไซต์ห้องสมุดโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มี URL คือ http://library.sk.ac.th ซึ่งเมื่อผู้ใช้พิมพ์ URL ลงในแถบ Address แล้ว ระบบจะเปิดหน้าต่างข้อมูลให้เป็นดังนี้
การใช้เครื่องมือช่วยสืบค้น ในกรณีที่ไม่ทราบ URL เราสามารถใช้เครื่องมือช่วยในการสืบค้นได้ โดยกำหนดกลุ่มข้อมูลหรือคำหลักที่ต้องการในการสืบค้น ซึ่งเครื่องมือในการสืบค้นเป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน มีอยู่ 2 ประเภทคือ
1. โปรแกรมค้นหา (Search Engine) เป็นเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลโดยโปรแกรมอัตโนมัติ ทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาหาข้อมูลที่ต้องการได้ เราสามารถเจาะจงข้อมูลที่ต้องการอย่างละเอียดได้ โปรแกรมค้นหาที่มีความนิยมมาก คือ www.google.com, www.infoseek.com, www.yahoo.com,
2. โปรแกรมค้นหาสารบบ (Search Directories) เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลไว้เป็นหมวดหมู่ใหญ่ แล้วแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ให้ง่ายต่อผู้ต้องการได้ข้อมูลที่สนใจจริงๆ หลักจากนั้นให้เข้าไปดูที่หมวดที่จัดไว้ เช่น ดนตรี (Music) จากนั้นก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลในหมวดหมู่ย่อยต่างๆ ได้