อินเทอร์เน็ต มาจากคำว่า International Network หมายความว่า เครือข่ายนานาชาติหรือเครือข่ายสากล ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน และเพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันหลายชนิดทั่วโลกสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้ ก็จำเป็นต้องใช้เกณฑ์วิธีหรือโพรโทคอล (Protocol) เดียวกัน จึงจะเข้าใจกัน และเกณฑ์วิธีที่นำมาใช้กับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน มีชื่อเรียกว่า ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP)
พัฒนาการระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เริ่มต้นขึ้นโดยโครงการ อาพาเน็ต (ARPAnet ย่อมาจากคำว่า Advance Research Project Agency net) ของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2512 เพื่อใช้งานราชการทหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีระบบสำรองในการติดต่อสื่อสาร โดยวิธีในการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยนั้น เริ่มจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หลักเชื่อมโยงกัน 4 เครื่อง ต่อเข้ากับโพรโทคอลที่ชื่อว่า ดาร์พา (DARPA) จากนั้นเมื่อหน่วยงานราชการอื่นๆ เห็นว่าเป็นประโยชน์ จึงเข้ามาขอร่วมใช้งานด้วยในภายหลัง
จากนั้นประมาณปี พ.ศ. 2518 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงในเครือข่ายเป็นจำนวนมาก สหรัฐอเมริกาจึงคิดค้นสร้างโพรโทคอลใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าดาร์พา คือ ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP หรือ Transmission Control Protocol/Internet Protocol) และเป็นเกณฑ์วิธีมาตรฐานในการเชื่อมต่อเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 กว่าเครื่องและมีองค์กรเอกชนเข้ามาร่วมใช้งานด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ได้มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อในเครือข่ายนี้มากกว่า 10,000 เครื่อง
ทั่วโลกสหรัฐอเมริกาจึงได้เปลี่ยนชื่อให้ระบบเชื่อมต่อเครือข่ายขึ้นใหม่ว่า
“อินเทอรเน็ต (INTERNET)” ณ วันนี้การใช้อินเทอร์เน็ตได้แพร่ขยายไปประเทศต่างๆ และครอบคลุมการใช้งานทั่วโลก
ประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ต
1. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว
2. ใช้สืบค้นข้อมูลที่ต้องการ ได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั่วโลก
3. ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างระบบได้
4. สามารถส่งข้อมูลได้หลายรูปแบบ
5. ให้ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ เช่น การฟังเพลง เล่นเกม เป็นต้น
6. ใช้สื่อสารด้วยข้อความซึ่งเป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยการพิมพ์ข้อความโต้ตอบ
7. ใช้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
8. ซื้อขายสินค้าและบริการ
9. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือเรียกว่า ไอเอสพี (ISP หรือ Internet Service Provider) คือ บริษัทหรือองค์กรที่ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งรวมไปถึงศูนย์คอมพิวเตอร์ของสถาบันการศึกษาต่างๆ โดย ISP จะทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายไปสู่ต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายดาวเทียมหรือสายใยแก้ว
นำแสงของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ทั้งแบบเสียค่าใช้จ่ายเป็นรายชั่วโมง รายเดือน และแบบชุดอินเทอร์เน็ตสำเร็จรูปที่สามารถหาซื้อได้จากตัวแทนทั่วไป
นอกจากนี้ในสถานศึกษาหลายแห่งยังเปิดให้นักเรียนสมัครเป็นสมาชิกเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นโครงการที่รับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาลผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ NECTEC ในชื่อว่า
“สคูลเน็ต (Schoolnet)” เป็นต้น
รูปแบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
การต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านระบบการสื่อสารเพื่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
1. การต่อโดยใช้สายโทรศัพท์ผ่านโมเด็ม (MODEM) ไปยังไอเอสพีที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งโมเด็มจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณโทรศัพท์ และ แปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้เป็นสัญญาณคอมพิวเตอร์ผ่านสายโทรศัพท์(หรือกล่าวได้ว่า โมเด็มเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญาณดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์เป็นสัญญาณแอนะล็อกและขณะเดียวกันยังสามารถแปลงสัญญาณแอนะล็อกกลับเป็นสัญญาณดิจิทัลได้) โดยปัจจุบันความเร็วของการเชื่อมต่อโมเด็มจะเริ่มต้นที่ 64 กิโลบิตต่อวินาที ซึ่งการต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโมเด็มนี้ จะนิยมใช้กับการเชื่อมต่อจากบ้านหรือที่ทำงานที่ไม่มีระบบเครือข่าย
2. การต่อผ่านเครือข่ายแลน (LAN) จะมีการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง นิยมใช้ในหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่ เช่น มหาวิทยาลัย กระทรวง ทบวงกรมต่างๆ สามารถเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานได้พร้อมกันครั้งละหลายๆ เครื่อง โดยหน่วยงานที่ใช้เครือข่าย LAN เหล่านั้นจะต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสายสัญญาณใยแก้วนำแสงหรือสายวงจรเช่า (Leased Line) กับ ISP
การให้บริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
การใช้บริการเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web หรือ WWW) คือ รูปแบบการให้บริการข้อมูลชนิดหนึ่งของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการข้อมูลเรียกว่าเครื่องบริการเว็บ (Web Server) เพื่อให้บริการข้อมูลแก่ผู้ต้องการ รูปแบบของข้อมูลจะถูกนำเสนอผ่านโปรแกรมค้นดู เรียกว่า เบราว์เซอร์ (Browser) หรือ เว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) แสดงเป็นหน้ากระดาษอิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่าเว็บเพจ (Web page) ข้อมูลที่อยู่ในเว็บเพจสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลอื่นด้วยวิธีเชื่อมโยงหลายมิติ (Hyperlink) หน้าแรกของเว็บเพจ เรียกว่าโฮมเพจ (Home Page)
การให้บริการไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-mail) เป็นบริการรับ-ส่ง
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจดหมายเหล่านี้จะถูกส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปถึงผู้รับอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที ไม่ว่าผู้รับจะอยู่ที่ใดในโลก โดยจดหมายที่ส่งสามารถเป็นได้ทั้งข้อมูล เอกสาร รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงก็ได้ เช่น www.hotmail.com , www.yahoomail.com
การแลกเปลี่ยนข่าวสารแบบกลุ่ม (Usenet Newsgroup) เป็นบริการที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแสดงความคิดเห็นร่วมกันระหว่างผู้สนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งสามารถอภิปรายโต้ตอบกันได้ มีการจัดหัวข้อให้แสดงความคิดเห็นเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มผู้สนใจด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มผู้สนใจด้านคอมพิวเตอร์ กลุ่มผู้สนใจด้านการเมือง และอื่นๆ ทุกคนจากทั่วโลกสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวาง เช่น www.pantip.com/cafe การซื้อขายสินค้าและบริการ (Electronic Commerce หรือ E-Commerce) เป็นบริการที่จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต เป็นธุรกิจที่นิยมมากในปัจจุบัน สามารถให้การบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถสืบค้นหาของที่ตนต้องการซื้อตรวจสอบราคา รวมถึงรายละเอียดและการสั่งซื้อ ได้โดยตรงจากที่บ้านหรือสำนักงาน เช่น www.ebay.com , www.tohome.com
การบริการโอนถ่ายข้อมูล (File Transfer Protocol หรือ FTP) เป็นบริการโอนถ่ายข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ มาเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ทำให้เราสามารถนำข้อมูลหรือโปรแกรมที่ต้องการจากเครือข่ายมาใช้งานได้
การสื่อสารโต้ตอบด้วยข้อความ (Internet Relay Chat หรือ IRC) เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้
อินเทอร์เน็ตในส่วนต่างของโลกสามารถติดต่อพูดคุย ตอบโต้ได้ด้วยข้อความผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยสามารถพิมพ์ข้อความโต้ตอบได้ระหว่างบุคคล 2 คน หรือเป็นกลุ่มได้พร้อมกัน ซึ่งเป็นการโต้ตอบในเวลาเดียวกัน โปรแกรมที่ใช้ที่นิยมกันมาก เช่น โปรแกรม ICQ , MSN , Yahoo messenger
การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
การสืบค้นเพื่อหาข้อมูลหรือบริการที่ต้องการในเวิลด์ไวด์เว็บสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน ว่ามีความรู้ในการใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้โปรแกรมเบราว์เซอร์มากน้อยขนาดไหน เนื่องจากปริมาณข้อมูลที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตมีกระจายอยู่ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก เว็บไซต์เพื่อค้นหาข้อมูลมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลรายชื่อเว็บไซต์และจัดหมวดหมู่หรือคำหลักให้ผู้ใช้ เพื่ออำนวยควาวามสะดวกในการสืบค้น โดยมีขั้นตอนการสืบค้นเพื่อหาข้อมูลสามารถดำเนินการได้ ดังนี้
การใช้ยูอาร์แอล (URL) เพื่อสืบค้นข้อมูล โดยผู้สืบค้นต้องทราบก่อนว่าข้อมูลที่ต้องการนั้นอยู่ที่เว็บไซด์ใด หรือ มีชื่อ URL อะไร เช่น เว็บไซต์ห้องสมุดโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มี URL คือ http://library.sk.ac.th ซึ่งเมื่อผู้ใช้พิมพ์ URL ลงในแถบ Address แล้ว ระบบจะเปิดหน้าต่างข้อมูลให้เป็นดังนี้
การใช้เครื่องมือช่วยสืบค้น ในกรณีที่ไม่ทราบ URL เราสามารถใช้เครื่องมือช่วยในการสืบค้นได้ โดยกำหนดกลุ่มข้อมูลหรือคำหลักที่ต้องการในการสืบค้น ซึ่งเครื่องมือในการสืบค้นเป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน มีอยู่ 2 ประเภทคือ
โปรแกรมค้นหา (Search Engine) เป็นเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลโดยโปรแกรมอัตโนมัติ ทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาหาข้อมูลที่ต้องการได้ เราสามารถเจาะจงข้อมูลที่ต้องการอย่างละเอียดได้ โปรแกรมค้นหาที่มีความนิยมมาก คือ www.google.com, www.infoseek.com, www.yahoo.com, www.lycos.com, www.excite.com, www.thaiseek.com , www.thaifind.com, www.infothailand.com , www.altavista.com
1. โปรแกรมค้นหาสารบบ (Search Directories) เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลไว้เป็นหมวดหมู่ใหญ่ แล้วแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ให้ง่ายต่อผู้ต้องการได้ข้อมูลที่สนใจจริงๆ หลักจากนั้นให้เข้าไปดูที่หมวดที่จัดไว้ เช่น ดนตรี (Music) จากนั้นก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลในหมวดหมู่ย่อยต่างๆ ได้