เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม 2552 ปีที่แล้ว โชคดีมีบุญวาสนาได้ไปกราบพระอาจารย์บุญชวน ที่วัดป่าวังน้ำทิพย์ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เหตุปัจจัยที่ไปในครั้งนั้นนอกจากไปกราบพระอาจารย์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตแล้ว กระผมยังนำประเด็นเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของผมไปกราบขอคำแนะนำจากพระอาจารย์ด้วย เพราะผมทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการประยุกต์พุทธธรรมกับการเรียนการสอนออนไลน์ จำได้ว่าคำถามแรกที่ท่านถามคือ ...จิตกับไฟฟ้าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ? ...

          ไม่กี่วันต่อมาโมเดลผลการวิจัยที่ผมใช้เวลาศึกษากว่า 3 ปี ก็ "ผลุด" ขึ้นมากลางดึกเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งให้ผมเรียนจบในระดับปริญญาเอก (แต่โมเดลที่นำเสนอในเล่มวิจัยที่เขียนจบนั้นไม่ใช่โมเดลที่ผลุดขึ้นมาในกลางดึกคืนนั้น ส่วนโมเดลที่ผลุดขึ้นมานั้น ผมตั้งใจจะสานต่อหลังจากจบมาแล้ว)

          หลังจากฟังธรรมเทศนาจากท่านกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนลากลับท่านได้ปรารภว่า ...ถ้าได้มาสอนที่เลิงนกทาอีก ให้มาพักที่วัดนะ ถ้าไม่มีรถมา จะส่งรถไปรับ...

          ... จากวันนั้นเป็นเวลากว่า 20 เดือนแล้วที่ผมไม่มีโอกาสได้กลับไปสอนที่เลิงนกทา จนวันที่ 11-12 กันยายน 2553 นี้ได้เดินทางไปสอนที่เลิงนกทาอีกครั้งหนึ่ง

          ... ผมตัดสินใจประสานแจ้งข่าวให้ลูกศิษย์ทราบว่า จะไปนอนวัดในคืนวันเสาร์ที่ 11 กันยายนนี้ ลูกศิษย์ก็ประสานให้เป็นอย่างดี พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่า ท่านได้ขึ้นไปจำพรรษาทีภูสูง จะตามขึ้นไปไหม? ด้วยความตั้งใจจริงที่จะไปนอนวัดให้ได้ ผมตอบทันทีว่า จะตามขึ้นไปที่ภูสูง

          เช้าวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมาให้ลูกศิษย์ประสานอีกครั้งหนึ่ง ถึงได้ทราบว่า ท่านกำลังเข้าเพียรอยู่และจะออกจากเพียรในค่ำวันเสาร์ที่ 11 กันยายน นี้พอดี

          หลังจากสอนเสร็จ ผมกับลูกศิษย์อีก 2 คน รีบเดินทางด้วยรถกระบะขึ้นไปบนภูสูง  ผมมาทราบตอนหลังว่า ภูสูงไม่ได้อยู่ติดกับถนนสายหลัก แถมถนนบางส่วนก็เป็นถนนลูกรัง ซึ่งหน้าฝนจะเดินทางค่อนข้างลำบากพอสมควร

          คุยกับลูกศิษย์ซึ่งเป็นครูสอนอยู่แถวนั้นว่า ทั้งที่เป็นทางสัญจรหลักของชาวบ้านหลายหมู่บ้านแท้ ๆ ถึงไม่ทำถนนนหนทางให้สะดวกสบายกว่านี้... ถึงได้ทราบว่า มีงบประมาณจะพัฒนาถนนให้ดีขึ้นในเร็ววันนี้