ความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จอยู่ที่นั่น..
ไม่มีอะไรยากเกินเรา...หรอกนะครับ..ท่านผู้อ่าน

ความตรงภายในและความตรงภายนอกของการวิจัย
(Internal validity and External validity of research)

            ในครั้งก่อนผู้เขียนเสนอความรู้ในเรื่องวัตถุประสงค์และแบบแผนของการวิจัยไปแล้วคิดว่าผู้อ่านคงจะยังไม่ลืมนะครับ ในครั้งนี้ผู้เขียนขอเสนอในเรื่อง ความตรงภายในและความตรงภายนอกของการวิจัยเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในเนื้อหานะครับ


ความตรงภายในของการวิจัย (Internal validity of research)

            ความตรงภายในของการวิจัย (Internal validity of research) หมายถึง  ผลของการวิจัยครั้งนั้น ๆ ตอบคำถามของการวิจัยได้ถูกต้องหมดจด โดยที่ผลของการวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากตัวแปรที่นักวิจัยทำการศึกษาอย่างแม้จริง ไม่ใช่เป็นผลที่เนื่องมาจากสิ่งอื่น ๆ หรือตัวแปรอื่น ๆ ที่นักวิจัยไม่ได้ทำการศึกษา ความตรงภายในของการวิจัยนับเป็นสิ่งที่ถือว่าสำคัญที่สุดของการดำเนินการวิจัย
            หากผลการวิจัยที่ได้รับนักวิจัยไม่สามารถตอบคำถามการวิจัยได้อย่างชัดเจนหรือไม่แน่ใจว่าผลการวิจัยที่ได้รับเป็นผลของตัวแปรที่ทำการศึกษาหรือไม่ เพียงใด อาจจะกล่าวได้ว่า หารผลการวิจัยครั้งใดหรือเรื่องใดก็ตามขาดความตรงภายในของการวิจัยเสียแล้ว คุณค่าของงานวิจัยดังกล่าวย่อมมีน้อยนั่นเอง
            ด้วยเหตุนี้ การดำเนินการวิจัยทุกประเภท ย่อมต้องการให้เกิดความตรงภายในของการวิจัยให้มากที่สุดทั้งสิ้น
            ตัวอย่างเช่น ผู้สอนต้องการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน 2 ห้องโดยใช้วิธีสอนที่แตกต่างกัน ซึ่งนักเรียน 2 ห้อง มีเกรดเฉลี่ยของทุกวิชาเท่ากัน แต่คะแนนเฉลี่ยของความสามารถพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์ต่างกัน ดังนั้นความสามารถพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์เป็นตัวแปรเกิน ซึ่งจะส่งผลให้งานวิจัยขาดคุณภาพในแง่ความตรงภายใน นั่นเอง

 ความตรงภายนอกของการวิจัย (External validity of research)

            ความตรงภายนอกของการวิจัย (External validity of research) หมายถึง ผลของการวิจัยที่ค้นพบมีลักษณะเป็นนัยทั่วไปในการสรุปอ้างอิง (Generalization) ไปสู่ประชากรเงื่อนไขเดียวกันกับที่ทำการวิจัยหรือกล่าวอย่างง่าย ๆ ว่า ข้อค้นพบจากการทำวิจัยในครั้งนั้น ๆ สามารถนำไปสรุปใช้ได้กับสถานการณ์หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่มีลักษณะเงื่อนไขเดียวกันกับการวิจัยในครั้งนี้

            การมีอำนาจในการสรุปอ้างอิงหรือมีความตรงภายนอกสูงนั้นไม่ได้หมายความว่า กลุ่มตัวอย่างต้องมีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนเหมาะสมประการเดียวเท่านั้น (ที่มักจะเข้าใจกัน) แต่กลุ่มตัวอย่างจะต้องมีลักษณะเสมอเหมือนประชากรมากที่สุดด้วย นอกจากนั้นแล้วการสรุปอ้างอิงผลการวิจัยในที่นี้มิได้หมายถึงการอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างคนไปยังประชากรคน แต่เป็นการอ้างอิงกลุ่มตัวอย่างความรู้ภายใต้เงื่อนไขหนึ่ง ๆ ไปสู่มวลประชากรความรู้ของตัวแปรที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันนั่นเอง
            ตัวอย่างเช่น ผู้วิจัยต้องการศึกษาความคิดเห็นของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต่อการทำงานและรูปลักษณ์ของโทรศัพท์ ซึ่งความคิดเห็นของวัยรุ่นและผู้ใหญ่จะแตกต่างกัน ปรากฏว่าผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น แต่ผู้วิจัยสรุปผลการวิจัยไปสู่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด งานวิจัยชิ้นนี้กล่าวได้ว่าเป็นงานวิจัยที่มีความตรงภายนอกต่ำ เนื่องจากสรุปผลอ้างอิงไปสู่กลุ่มเป้าหมายไม่ถูกต้อง ขั้นตอนที่สำคัญประการหนึ่งที่จะส่งผลให้งานวิจัยมีความตรงภายนอกสูง คือการสุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยต้องใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากรเป้าหมาย

            ในครั้งนี้ผู้อ่านคงจะมีความเข้าใจในเรื่องความตรงภายในและความตรงภายนอกของการวิจัยกันแล้วนะครับ ในครั้งต่อไปผู้เขียนจะกล่าวถึงเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตรงภายในและความตรงภายนอกของการวิจัย เพื่อขจัดและสนับสนุนในการทำวิจัยให้เกิดความตรงภายในและความตรงภายนอกมากขึ้น....

เอกสารอ้างอิง
รัตนะ บัวสนธ์. (2551) ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research). กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ในห้องเรียนระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูง โดย รศ.ดร.อรุณี  อ่อนสวัสดิ์
ความคิดเห็นของเพื่อนในห้องเรียนที่ช่วยกันอภิปราย
ภาพอ้างอิงมาจาก http://gotoknow.org/file/tomkku/read.jpg