เหตุการณ์จริง

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าในรถทัวร์

ผมจะขอเตือนทุกท่านไว้เพื่อเพิ่มความระมัดระวังเหตุการณ์มีดังนี้ครับ

ผมไปสัมมนาพร้อมกับนักศึกษาด้วยกัน ด้วยรถทัวร์ปรับอากาศ 2 ชั้น มีนักศึกษาไปกันทั้งหมด 48 คน ขับไปถึงที่สัมมนา คำแสดรีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยความปลอดภัย

เมื่อถึงที่หมายทุกคนก็เข้าห้องสัมมนากันตามปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งไม่ปกติคือ ตัวผมเองคับ เพราะผมเริ่มมีการสั่นและหนาว เพราะผมเป็นไข้เล็กน้อยตั้งแต่เดินทางแต่ไม่มากแต่ต้องเดินทางมาด้วยเพราะว่าจะปิดคอร์สในการเรียน พี่ที่นั่งข้างๆสังเกตเห็นอาการไม่ดีจึงบอกโจ้แกไปเอาเสื้อแจ็กเกตมาใส่ดิ เสื้อผมอยู่ในรถทัวร์พี่ เออออกไปเอาไม่เป็นไรหรอก หลังพี่เค้าพูดเสร็จผมก็ต้องยอมออกไปเอาเพราะทนหนาวไม่ไหว พอออกไปนอกห้องประชุมปุ๊บ ฝนก็เริ่มตก ผมวิ่งไปบอกคนขับรถซึ่งอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ ว่าให้เปิดประตูห้องเก็บกระเป๋าในรถให้หน่อยผมจะเอาเสื้อ ผมไม่รู้ว่าประตูใช้ระบบอัติโนมัติหรือเปล่า แต่ด้วยฝนตกผมจึงไม่รอพี่เค้า ผมวิ่งมาหลังรถผมตะปีนเหยียบล้อขึ้นไปเปิดประตู(เพราะว่ากระเป๋าถูกเก็บอยู่ที่ท้ายรถชั้นสอง) เสร็จแล้วผมก็เข้าไปอยู่ในช่องเก็บกระเป๋าพร้อมคิดในใจเฮ้อโล่งอก ไม่ค่อยเปียกเท่าไหร่ หลังจากนั้นฝนก็กระหน่ำตกมาอย่างแรงมากและฝนยังสามารถสาดผ่านช่องประตูเข้ามาหากระเป๋าเสื้อผ้าของเพื่อนๆได้ด้วย ผมก็เลยแง้มประตูไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ฝนสาดเข้ามามาก หลังจากนั้นผมเห็นแฟนของพี่คนขับรถรีบวิ่งมาพร้อมกับร่มมาที่ผม แต่กรรมพี่เค้าไม่เห็นผมอยู่ในนั้น แกก็ดันประตูจะปิดผมก็เอามือดันไม่ให้ปิดแต่พี่เค้าดันอย่างแรงคงนึกว่าประตูติดอะไรหรือเปล่า ประตูก็ถูกปิดลงสรุปผมถูกขังอยู่ในนั้นคับ ผมก็แปลกใจทำไมพี่เค้าไม่เห็นผม ผมเริ่มหาทางออก   ไม่มีทางออกประตูที่เปิดไม่สามารถเปิดออกจากข้างในได้ ผมเริ่มอึดอัดเพราะอากาศข้างในมีน้อย เพราะเต็มไปด้วยสัมภาระของเพื่อนๆ ผมตกใจผมมองหาประตูฉุกเฉินมองไปที่มุมรถไม่มี โอ้พระเจ้าผมเริ่มนึกถึงพระ ความตาย พ่อแม่ แล้วผมก็นึกขึ้นได้ในใจว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ ที่ 13 โอ้มันยิ่งเพิ่มความกลัวให้กับผมอีกเท่านึงคราวนี้ละลานทำอะไรไม่ถูกเลยคับทั้งมือทั้งเท้าถีบประตู ทั้งทุบ แต่กระจกผนังรถแข็งมากคับถ้าฝนตกไม่หยุดจะไม่มีใครเดินออกมาจะไม่มีใครได้ยินผม คนขับรถคงนึกว่าผมปิดประตูได้เสื้อออกไปแล้ว ตอนนั้นผมคงตายแล้วแน่แน่เลย ยิ่งผมออกแรงถีบประตูเท่าไร ผมก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกมากยิ่งขึ้น คงเป็นเพราะอากาศในรถถูกใช้ไป ผมเริ่มรวบรวม สมาธิอีกครั้งนึง เช็คที่กระเป๋าตัวเองมีโทรศัพท์ แต่ไม่มีเงินในโทรศัพท์ จำได้ว่าเมมเบอร์คนขับแต่ไม่รู้ว่าเมมคำว่าอะไร ต้องเลื่อนหาซึ่งอาจทำให้เสียเวลา จะกดดอกจันทร์เพื่อยืมเงินเพื่อนก็ไม่รู้ว่าใครใช้วันทูคอล แถมยังต้องเลื่อนหาอีก ผมก็นึกถึงวิธีอื่นๆเพราะตอนนี้มัวแต่หาเบอร์อยู่คงตายแน่ ผมนึกขั้นแรกต้องเอาอากาศเข้ามาช่วยพยุงชีวิตตัวเองก่อน แล้วค่อยหาวิธีโทรหาคนอื่น เพราะผมไม่สบายด้วยเลยกลัวที่จะสลบก่อนเพราะขาดอากาศ  แล้วผมก็สังเกตเห็นช่องแสงเล็กหลังกระเป๋าสัมภาระและเครื่องยนต์เก่าของรถ ผมรีบคุ้ยเอากระเป๋า และเครื่องยนต์ที่วางขวางช่องแสงออกไม่รู้เรี่ยวแรงเพิ่มมาจากไหน และแล้วโชคก็เข้าข้างผมคับมีช่องเล็กๆสำหรับเปิดส่งของจากที่เก็บกระเป๋าไปให้ด้านในรถที่นั่งของผู้โดยสารโดยช่องนี้อยู่ตรงกลางที่เก็บกระเป๋าซึ่งเป็นผนังกั้นระหว่างที่นั่งผู้โดยสารและที่เก็บกระเป๋า ผมรีบเปิดมันออกครับ โอ้ผมดีใจสุดชีวิตเพราะอากาศจากที่นั่ง           ผู้โดยสารถูกถ่ายเทเข้ามาในช่องที่ผมอยู่ ในตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะออกคิดแต่ว่า         ขออากาศเพื่อหายใจก่อน ผมรอดตายแล้วครับ คราวนี้ผมก็ยื่นมือออกไปที่ผนังด้านนอกเพื่อที่จะทุบจากด้านนอกแทน เพราะครั้งแรกผมทุบจากด้านในผมได้ยินคนเดียว ลืมบอกไปช่องนั้นเล็กครับเกินกว่าที่ตัวผมจะสามารถแทรกออกไปได้ แล้วผมก็เริ่มทุบอย่างแรงอีกครั้งครับ โชคเข้าข้างครับผมสังเกตเห็นแฟนคนขับเริ่มเดินหาต้นตอของเสียง คราวนี้ผมก็ทุบไม่หยุดเลยครับ ทั้งโบกมือ ทั้งทุบ เค้าเดินไปที่ห้องน้ำของผู้โดยสารเปิดประตูห้องน้ำหันซ้ายหันขวา คราวนี้ผมไม่ใช้มือทุบแล้วคับเอาปากไปจู้ที่ช่องแล้วตะโกนเรียกครับได้ผล ผมก็บอกว่าผมติดอยู่ด้านหลังที่เก็บกระเป๋า แกคงคิดว่าติดอยู่ในห้องน้ำเพราะในห้องน้ำรถบางคันจะเป็นระบบอัติโนมัติคือเมื่อเปิดเข้าไปแล้วไม่ต้องล็อกจะล็อกเองบางคนได้ยินมาว่าติดอยู่ในห้องน้ำรถโดยสารก็มี

สุดท้ายก็ขอเตือนทุกท่านให้ใช้สติเวลาเกิดเหตุการณ์คับขัน ครับ และให้สังเกตจุดปลอดภัยให้มากที่สุด เช่นประตูฉุกเฉินทางหนีฉุกเฉิน ที่วางอุปกรณ์สำหรับช่วยในการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ   ต้องขอบคุณที่อ่านนะครับและขออภัยที่รายละเอียดมาก ผู้เขียนเห็นว่ารายละเอียดอาจมีประโยชน์สำหรับท่านในอนาคตได้