กรรมบถ 10 ธรรมมารวม
วันนี้จะนำเรื่อง กรรมบถ 10 มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งประกอบด้วย วจีกรรม 4 มโนกรรม 3 กายกรรม 3 1มีอยู่ในกุศลกรรมและอกุศลกรรม
ด้านอกุศลกรรม
วจีกรรม คือ การพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
มโนกรรม คือ ความโลภคิดอย่างได้ของเขา พยาบาท คิดปองร้าย
กายกรรม คือ ฆ่าสัตว์ ลักขโมยฉ้อโกงของคนอื่น อยากได้เป็นของตน
ประพฤติผิดในกาม
รวมเรียกว่า อกุศลกรรม 10
ด้านกุศลกรรม
คือ ทำแต่ความดี ไม่ทำชั่ว ไม่ใส่ร้ายผู้อื่น ไม่คิดปองร้าย ไม่ยากได้ของของเขา
ไม่ทำผิดศีลธรรม
คำว่ากรรม คือ สิ่งที่กระทำขึ้นมา มีทั้งกรรมดีและกรรมชั่วควบคู่กันไป เมื่อเราพิจารณาแล้วเราจะรู้ในกรรมบถ 10 แต่บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจ ก็จะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อย่างไรก็แล้วแต่ อารมณ์ความรู้สึกนึกคิดทุกสิ่งทุกอย่างต้องเกิดขึ้นในใจก่อน เมื่อคิดใจสั่งก็เป็นมโนกรรมเกิดขึ้น บางคนเกิดความรู้สึกนึกคิดแล้วก็พูด
แสดงอารมณ์อาการต่าง ๆ ออกมา ถ้าแสดงอาการพูด เรียกว่า วจีกรรม บางคนแสดงอาการทางกายออกมา อย่างเช่น ไปทำร้ายข้าวของ ไปตบตีเขา ทำร้ายเขา อาการแสดงออกอย่างนี้ เรียกว่า กายกรรม คนที่ไม่ต้องคิดไม่ต้องพูดแล้วกระทำเลย คือ คนที่ขาดสติ ขาดความยั้งคิด แต่ถ้าคนใดเก็บอารมณ์อาฆาต เก็บอารมณ์ที่ไม่ดีเอาไว้ เก็บกดมาก ๆ เข้าก็จะเป็นโรคประสาทได้ง่าย ๆ
เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงพยายามฝึกจิตฝึกใจเรา ปฏิบัติธรรม กรรมฐาน เจริญสมาธิให้เกิดขึ้นอยู่ในจิต ให้มีสติอยู่กับตัวทุกเมื่อ ต้องฝึกฝนบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มกำลังสติ ปัญญาก็เกิดกับจิตใจของเราจนสามารถควบคุมมโนกรรมที่มันคอยปรุงแต่งไว้ได้ ส่งผลให้อารมณ์ของจิตตื่นอยู่ทุกขณะ และเบิกบานอยู่เสมอ เป็นการสร้างแต่กุศลกรรม นี่แหละที่เขาเรียกว่า กรรมบถ 10
ส่วนอกุศลกรรมนั้นอย่าพยายามให้มันเกิดขึ้นในจิตใจเรา จงพยายามมีสติยับยั้งใจ
ยับยั้งความคิดพยายาบาท ฝึกให้เป็นคนมีสติอยู่ทุกเมื่อ ให้เป็นสมาธิ ให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาแล้วเราจะได้มีความสุขที่แท้จริง อะไรที่มันจะเกิดขึ้นมากระทบจิตใจเราก็พยายามวางเฉยเสีย อย่าไปทุกข์กับอารมณ์นั้น ๆ ให้วางใจไว้กลาง ๆ นั้นแหละความสงบในใจก็จะเกิดขึ้น ใจเราสงบ... ความสุขก็มาเยือน ไม่มีอะไรหรอกที่ได้มาง่าย ๆ ทุกสิ่งต้องฝึกฝนและอดทนถึงจะได้ความสุขที่แท้จริง
ที่มา : ธรรมะแห่งพระครูเทพโลกอุดร จาการถ่ายทอดผ่าน แม่ชีจันทร์ เลิศหิรัญปัญญา