ชีวิต และสุุขภาพ

โดย ผศ.ดร .พสุ  เดชะรินทร์     [email protected]

3.  ดื่มน้ำน้อยมีผลร้ายที่คุณคิดไม่ถึง


                เมื่อเร็วๆ  นี้ได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง  ซึ่งลงบทสัมภาษณ์ของดาราสาวสวยระดับนางเอกท่านหนึ่งเกี่ยวกับร่างกายของเธอที่มีการผิดปกติ  เธอมีอาการอุจจาระไม่ออก เมนส์ไม่มาแถมเธอยังเข้าใจว่าการที่เมนส์มาบ้างไม่มาบ้างแล้วแต่อารมณ์นั้นเป็นเรื่องปกติขอผู้หญิงซะอีก เธอบอกว่าไม่ชอบดื่มน้ำเพราะจะทำให้ปัสสาวะบ่อย  ส่วนใหญ่พวกดาราก็มักเป็นอย่างนี้เพราะต้องอยู่แต่  ใน กองถ่ายจะหาห้องน้ำสะอาดๆยาก เลยต้องอั้นอุจจาระปัสสาวะเอาไว้หรือแก้โดยการไม่ดื่มน้ำจะได้ไม่ต้อง ปัสสาวะพฤติกรรมดังกล่าวนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะดาราหรอก  มีอีกหลายอาชีพที่เป็นกันอย่างนี้อาจจะ  เป็น เพราะภาวะสังคมที่รีบเร่งแข่งขันกันท่านที่ทำงานนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์หรือ พนักงานทำบัญชีด้วยแล้วไม่ค่อยอยากจะลุกไปเข้า ห้องน้ำกัน  กลัวจะเสียเวลาทำงานหรือลืมเข้าห้องน้ำก็มีพอทำอย่างนี้ไปนานๆ   เข้าร่างกายเราก็สร้างความคุ้นเคยว่าไม่ต้องอุจจาระไม่ต้องปัสสาวะกันเลย   โดยร่างกายเข้าใจว่าวิธีการนี้ถูกต้อง  ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ 70 กว่าเปอร์เซนต์  เลือดเราประกอบด้วยน้ำ 90 กว่าเปอร์เซนต์  กระดูกเราก็ประกอบด้วยน้ำ 22 เปอร์เซนต์  ร่างกายเราเสียน้ำวันละ 2 ลิตรเศษแล้วรับน้ำเข้าไป เพียงพอหรือไม่  ถ้าไม่พอเราก็ถือว่าขาดน้ำร่างกายและอวัยวะภายในจะรวนผิดปกติไปหมด

เลือดเราจะข้นหนืด  ยากที่หัวใจจะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆ  ของร่างกายหัวใจเองนั่นแหละจะตีบตันเสียก่อน  ต้องทำบายพาสกันวุ่นวายความจำก็จะเสื่อมหรือเป็นอัลไซเมอร์  เพราะเลือดเลี้ยงสมองไม่พอเส้นเลือดก็จะตีบตันหมดหรือไม่มีเลือดจะขึ้นไปเลี้ยง

จากประสบการณ์ที่พบคนไข้ที่เป็นโรคความจำเสื่อมเป็นถึงระดับผู้บริหารใหญ่ๆก็หลายท่าน  ดื่มน้ำวันละ 2-3 แก้ว ไม่เกิน 500 ซี.ซี.เลือดก็ข้นหนืด  เต็มไปด้วยไขมัน สังเกตุได้หัวตาเหมือนกับเอาพู่กันป้ายสีขาวไว้   และก็ฟันธงได้เลยว่าทุกรายถ้าดื่มน้ำอย่างนี้คลอเรสเทอรอลสูงทุกคน   รอให้เส้นเลือดอุดตันได้เลย

เมื่อไปหาหมอหมอก็จะจ่ายยาละลายลิ่มเลือดให้กิน   มันก็เหมือนเราเอาสารส้มแกว่งในตุ่มน้ำเพื่อให้น้ำใส  ตะกอนเมื่อมันนอนก้นน้ำก็จะใสแต่ถ้าเอาอะไรไปแกว่งทำให้น้ำกระเทือน  ตะกอนก็ยังจะลอยขึ้นมาทำให้  น้ำขุ่นอีกอยู่ดี เช่นเดียวกัน  เมื่อเรากินยาเลือดก็จะใสแค่ตะกอนในร่างกายมันยังไม่ออก  ยังนอนก้นอยู่ในร่างกายเราดังนั้นเราต้องใช้น้ำพาตะกอนเหล่านั้นออกมาให้ได้   ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลับไปอุดตันเส้นเลือด เราอีก    เมื่อร่างกายขาดน้ำลำไส้ก็แห้งไม่มีน้ำที่จะพอเอาอุจจาระออกมาได้  ของเสียก็จะสะสมอยู่ในลำไส้และลำไส้ก็ดูดซึมของเสียนั้นกลับเข้าร่างกายอีกเลือดเราก็ยังสกปรกและข้นหนืดมากขึ้นไปอีก และลองพิจารณาดูครับว่าเลือดที่เสียเมื่อเข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายแล้วนั้นจะให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมายเพียงใด

ที่ถูกแล้วเราควรจะอุจจาระ 1-3 ครั้งทุกๆวัน  ออกมาเป็นเส้นไม่เล็กนัก ปริมาณพอสมควรกับอาหารที่  เราทานเข้าไปไม่ใช่ทานเข้าไป 1 กิโลกรัม  ถ่ายออกมา 1 ขีด ที่เหลือหายไปไหนหมด มันเข้าไปบำรุงร่างกายเราทั้งหมดหรือ  ถ้าเป็นอย่างนั้นเราคงตัวโตเท่าช้างแน่  การที่รอบเดือนหายไป 5-6 เดือนหรือมาๆ หยุดๆ แล้วแต่อารมณ์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติของผู้หญิงทั่วไป  ที่ถูกสำหรับดาราสาวท่านนี้ ดื่มน้ำน้อยมาก  เลือดคงจะข้นหนืดผนังมดลูกคงจะแห้งไม่ลอกหลุดออกมาเมื่อมีไข่ตก  และ ไม่ได้รับการผสมพันธุ์เลือดนั้นก็ยังสะสมเป็นของเสียอยู่ที่ผนังมดลูกเดือน แล้วเดือนเล่าเมื่อช่องทางการขับของเสียดำเนินไม่ได้ตามธรรมชาติร่างกายก็จะ สร้างรั้วขอบเขตเป็นถุง  เป็นเนื้องอก มาหุ้มห่อของเสียนั้นไว้ของเสียก็จะค่อยๆกลายเป็นเนื้องอกและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด  
ช่องทางในการขับของเสียออกจะมีอยู่ 5 ช่องทางด้วยกันคือ
1.  ไต  ขับออกมาทางปัสสาวะ
2.  ลำไส้ใหญ่    ขับออกมาทางอุจจาระ
3.  ปอด  ขับออกมาทางลมหายใจ
4.  ผิวหนัง   ขับออกมาทางเหงื่อ
5.  รอบเดือน  ขับออกมาทางประจำเดือน

เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์หรือถูกปิดกั้นมันก็จะต้องพยายามหาทางออกให้ได้  เช่น ออกมาเป็น สิว ฝ้า กระ ฝีริดสีดวง สิ่งเหล่านี้เป็นของเสียที่ร่างกายพยายามขับออกมาทั้งนั้น  ดังนั้นถ้าเรามีอาการดังที่กล่าวมา  ก็ ขอให้เราจงเข้าใจด้วยว่าร่างกายเรามีของเน่าเสียอยู่ภายในแล้วมันเป็นสัญญาณเตือนภัย  ที่เราไม่ควรมองข้าม หรือกินแต่ยา  ฉีดยากดอาการเหล่านี้ไว้ไม่ให้แสดงออกเพราะนั่นไม่ใช่วิธีการรักษา  หรือบำบัดโรคต่างๆให้หายไปแต่กลับเป็นการทำให้โรคหรืออาการนั้นรุกคืบไปเรื่อยๆ  เหมือนรุกใต้ดิน  โดยที่เราไม่รู้สึกอะไร  จะรู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่อสายเสียแล้ว...

4.  เส้นโลหิตในสมองบกพร่อง-เคล็ดลับการวินิจฉัยอาการโรคApoplexy


                เพื่อนคนหนึ่งหกล้มในงานบาบีคิวปาร์ตี้  เพื่อนในงานแนะให้หาหมอ แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร  เพียงแต่ใส่รองเท้าใหม่แล้วสะดุดเท่านั้น อิงอิงดูยืนไม่ค่อยมั่นคง
เพื่อนช่วยปัดเป่าเสื้อผ้าให้แล้วยกอาหารจานใหม่ให้ร่วมสนุกกันต่อ หลังจากนั้น  ผู้สามีแจ้งมาว่า อิงอิงถูกส่งเข้าโรงพยาบาล   แต่แล้วก็เสียชีวิตตอน6โมงเย็น

ถ้าหากเพื่อนๆรูจักวินิจฉัยอาการโรคป่านนี้อิงอิงอาจยังมีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ บางคนเส้นโลหิตในสมองแตก อาจไม่ตาย   แต่ก็อาจเป็นอัมพฤตหรืออัมพาด

แพทย์ทางประสาทวิทยากล่าวว่าหากผู้ป่วยถึงมือแพทย์ภายใน3ชม.ก็จะมีโอกาสรอด ถ้าคนข้างเคียงไม่รู้จักวินิจฉัยอาการ  สมองผู้ป่วยก็จะถูกทำลายอย่างร้ายแรง

วิธีวินิจฉัยอาการ
แพทย์แนะว่า คนข้างเคียงเพียงแค่ทดสอบผู้ป่วยด้วย 3 ข้อ  โปรดจำเคล็ดลับ STR ดังต่อไปนี้
S:   (smile)ให้ผู้ป่วยยิ้ม
T:   (talk)ให้ผู้ป่วยพูดประโยคที่มีสาระสมบูรณ์ เช่น  วันนี้อากาศสดใสดีจัง
R:   (raise)ให้ผู้ป่วยชูแขนสองข้าง

อาการอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออก ถ้าลิ้นม้วนหรือเบี้ยวไปข้างหนึ่ง  ใช่แล้ว ส่ออาการอันตราย!!!  
ถ้าผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติข้อใดข้อหนึ่ง ให้รีบติดต่อแพทย์  ส่งร.พ.โดยด่วน
โปรดส่งข้อความนี้ให้เพื่อนๆเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น