การฟังอย่างลึกซึ้ง ให้เข้าถึงสมองสองซีก

        เพิ่งออกจากที่ประชุมมาครับ   ประชุมคณะกรรมการพิจารณาชุดหนึ่ง  คณะกรรมการมาจากหลากหลายภาคส่วน

 

       

         ประธานการประชุม มาจากภาคธุรกิจ  ท่านคิดไว พูดไว   และ พูดหลายเรื่อง ในแต่ละประเด็น

 

       ประธานท่านนี้  ผมเคยประชุมร่วมกับท่านหลายครั้ง  ผู้เข้าประชุมบางคน  ตามไม่ทัน   เพราะท่านพูดบุกตลุยไปข้างหน้า  ด้วยความกระชับฉับไว   

 

 

       ประธานพูดเรื่องใหม่แล้ว  สมาชิกยังคิดตามในเรื่องเก่าอยู่  ทำให้เวลาประธานถาม มักแสดงความคิดเห็น หรือ ตอบไม่ตรงประเด็นกับที่ท่านถาม  เช่น  พูดไปหลายเรื่อง แล้วก็ถามว่ามีคนมาร่วมงานจำนวนกี่คน   แต่คนตอบฟังตามไม่ทัน  นึกว่าถามประเด็นเก่า เลยไปตอบคนละเรื่อง โดยขยายความว่าคุณสมบัติของผู้เข้าประชุมต้องมีคุณสมบัติอย่างไร  และ  มาเข้าประชุมเพื่อวัตถุประสงค์ใด   เป็นการตอบไม่ตรงคำถาม   ประธานก็เลยบอกว่าผมถามคุณว่ามีคนมาร่วมงานกี่คน   ตอบมาเลยว่ากี่คน  เรื่องอื่นไม่ต้องพูด

 

 

 

          ผมเอง เข้าประชุมกับประธานท่านนี้  ต้องไม่วอ่กแว่กครับ   ต้องตั้งใจฟังทุกคำพูด ทุกประเด็น  เพื่อจับให้ได้ว่าท่านพูดถึงเรื่องอะไร ประเด็นใหน

 

       จะได้ตอบได้ตรงคำถาม หรือ แสดงความคิดเห็นได้ตรงประเด็น

 

       ผมว่าเรื่องนี้คงต้องใช้ทฤษฎีสมองมาวิเคราะห์ครับ สมองคนมีสองซีก และแต่ละซีกจะถนัดต่างกัน  ซีกขวา จะเกี่ยวกับความว่องไว   การจินตนาการ   ซีกซ้าย จะเกี่ยวกับการคิดในรายละเอียด

 

     

       คนถนัดต่างซีก มาคุยกัน  ก็มักจะมีปัญหาครับ

 

       คนถนัดขวา  จะถนัดนามธรรม ถนัดจินตนาการ  คิดไว  พูดไว  ไม่ใส่ใจรายละเอียด  ถ้าเป็นหนังก็เหมือนดูหนังฝรั่งครับ 

 

     แต่คนถนัดสมองซีกซ้าย  จะถนัดรูปธรรม   ถนัดเรื่องเหตุผล   ใส่ใจในรายละเอียด  ดังนั้น จึงคิดช้า  พูดช้า  ถ้าเป็นหนังก็เหมือนดูหนังไทย  

 

     ดังนั้น จะสนทนากับใครแบบ I in you  คงต้องดูไปถึงสมองด้วยครับ ว่าคู่สนทนาของเราถนัดสมองซีกใหน  เป็นการ Deep looking   เพื่อนำไปสู่ Deep listening

 

      คุยกับคนถนัดสมองซีกขวา   เราต้องฟังด้วยความ "ไว"  ครับ

 

      จะได้คุยได้ตรงประเด็นด้วยคสามกระชับฉับไว

 

     ส่วนคุยกับคนที่ถนัดสมองซีกซ้าย   ต้องใจเย็น "ตาม" เขาไปหน่อยครับ

 

      เขาจะได้คุยกับเราได้