นี่ถ้าปลัด อบต.ที่นี่ เล่น facebook เป็น ข้าพเจ้าจะกด like สักหมื่นครั้ง !!!

      เหลือเวลาอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า..ที่การฝึกสอน ประสบการณ์ 1 ที่โรงเรียนกำลังจะสิ้นสุดลง  >_<"  ผ่านไป 3 เดือนเกือบเต็ม กับภาพลักษณ์ใหม่แห่งความเป็นครูที่ดูเหมือนแม่จะภูมิใจมากกว่าใครเพื่อน นั่นคือ แม่อยากให้ดิฉันเป็นครู เพราะแกคิดว่าวิชาชีพนี้เป็นวิชาชีพที่ สูงสุด หรือแกอยากให้เดินตามรอยพี่สาว เพราะพี่สาวรับราชการครู

.......  หลายหนที่เหนื่อยกับภาวะกดดัน ที่ต้องวิ่งไปวิ่งมา ระหว่างที่ทำงาน  นั่นคือ

อบต. กับ โรงเรียน ครึ่งวันเป็น อบต. ครึ่งวันเป็น ครู  เป็นใครใครก็เหนื่อย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการใช้ชีวิต ก็คงจะเป็นการที่ต้องรับผิดชอบ หน้าที่ 2 หน้าที่ ทั้งสองที่ทำงาน

หลักการคิดในชีวิต ที่ต้องพึงท่องเอาไว้ นั่นก็คือ

 " หากเรามัว แต่จะนับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา เวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่ มีความหมายว่า จะพยายามทำให้คนทั้งโลกรู้สึกพอใจตัวเองในทุกเรื่อง  ดังนั้น ทำอะไรก็ตาม ควรทำเท่าที่เราทำได้  เมื่อทำอย่างดีที่สุดแล้ว คนเขาไม่เห็นว่าดีก็ ต้อง ปล่อยมันไป

  เพราะได้เรียนรู้หลายอย่างเลยว่า อะไรก็ตามที่เราไม่ถนัด หรือถึงถนัด  แต่ไม่มีความสุขที่จะทำ  ก็อย่าทำ  เรามีเวลาไม่มากนักหรอกที่จะแบกสารพัดภาระบนโลกนี้

หันกลับไปมองไหล่ของตัวเองสักหน่อยว่า พร้อมจะแบกเป้ที่มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด  อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของตัวเอง เพราะไม่เพียงแต่จะทำ ให้สาว อบต. อย่างข้าพเจ้าเป็นทุกข์  และมันก็มีผลต่อการยืนตรงๆ ของข้าพเจ้า เซไปได้เหมือนกัน

       อยากจะขอบคุณปลัดฯ สักร้อยหน  นี่ถ้าปลัด อบต.ที่นี่ เล่น facebook เป็น ข้าพเจ้าจะกด like  สักหมื่นครั้งง  ถ้าปลัดแกไม่ด่า ไม่ติ และไม่ให้โอกาสไปฝึกสอนที่ รร. ทั้งที่เงินเดือนก็เท่าเดิม  ..ข้าพเจ้าก็คงไม่มีโอกาส ให้หลายๆ ชีวิต เรียกว่า คุณครูพี่เอ  ..... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ