เรื่องมีอยู่ว่า ตัวผมเริ่มมีอาการย้ำคิดย้ำทำขึ้นมาตั้งแต่เรียนกฎหมายมาได้ 2ปีครับเพราะต้องท่องย้ำๆให้แน่ใจตลอด หรือยังไงก็ไม่รู้ โดยอาการคือทุกครั้งที่ทำอะไรที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะต้องปิด เปิด หรือเสียบเข้า ผมจะไม่สามารถทำมันครั้งเดียวแล้วไปทำอย่างอื่นต่อได้ เช่นตอนเสียบปลั๊กไฟ เมื่อเสียบไปแล้วผมจะต้องกดมันย้ำๆให้แน่ใจว่าแน่นจริงๆแล้ว เท่านั้นไม่พอ เห็นก็เห็นอยู่ว่ามันแน่นดีแล้ว แต่ก็ต้องบอกตัวเองอีกว่ามันแน่นดีแล้ว แล้วทำใจให้เชื่อจึงจะไปทำอย่างอื่นต่อได้
และโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ชอบดู Anime มาก เก็บไว้ในห้องมากมายแต่ก็ไม่เคยคิดอะไรจนวันนึงอาจเป็นเพราะน้องสาวได้งาน ใหม่ที่เงินดีแถมยังไม่ต้องลำบากมากอีก ก็เลยอิจฉาขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จนวันที่พ่อใช้ให้น้องไปหยิบของในห้องของผม หลังจากนั้นก็เกิดวิตกจริตอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้คิดไปต่างๆนานาว่าน้องอาจเข้า มาเอา Anime ที่เราเก็บสะสมไว้ไปดูโดยไม่ขออนุญาต ทั้งๆที่น้องมีความสุขถึงขนาดนั้นแล้วยังจะมาเอาความสุขของเราไปเสริมอีกหรอ อะไรทำนองนี้ ซึ่งตอนเป็นช่วงแรกๆถึงกับคิดจนปวดท้องไปหลายรอบ บวกกับความย้ำคิดของตัวเองทำให้หยุดคิดไม่ได้ บางเวลาถึงกับพูดกับตัวเองกล่อมตัวเองให้เชื่อว่าน้องไม่ได้ทำอย่างนั้น จากเมื่อก่อนที่ไม่เคยล็อกห้องอะไรเลย ก็หากุญแจมาใส่ แล้วล็อกทุกครั้งที่ออกจากห้อง ซึ่งวันไหนกลับมารู้ตัวว่าลืมล็อกจะจิตตกเอามากๆรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบ แต่ปัญหานี้ก็เบาลงไปมากแล้ว ผมคุยกับน้องสาวซึ่งอายุน้อยกว่าผมแค่ 1 ปี มากขึ้นแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าน้องไม่ใช่คนแบบที่จะทำอะไรอย่างนั้นเลย แต่กว่าจะคิดได้ก็ผ่านไปตั้ง 2 เดือนแล้ว แต่ปัญหานี้ที่แก้ตกแล้วมันก็เป็นเหตุให้เกิดอีกปัญหานึงครับ
ปัญหาใหม่นี้เกิดขึ้นที่ทำงานครับ เพื่อนของผมที่ผมเคยไว้ใจคุยได้ทุกเรื่องมาวันนึงกรณีเหมือนน้องเลยครับ ผมกลับมาห้องทำงานเห็นมันอยู่ที่โต๊ะผม ผมถามมันว่าทำอะไรอยู่น่ะ มันว่าไม่ได้ทำอะไร แต่เหตุการมันเหมือนลื้อเรื่องของน้องออกมาใหม่เพียงแต่คู่กรณีคราวนี้เป็น เพื่อน โดยผมสงสัยว่ามันจะแอบเอาข้อมูลอะไรไปรึเปล่าโดยที่ไม่บอกผม แต่คราวนี้แก้ง่ายหน่อยแต่ก็ใช้เวลานานเหมือนกันร่วม 1 เดือนได้เพราะมันเป็นคนออกกวนๆไม่ค่อยน่าเชื่อถือก็คุยกับมันหลายรอบเหมือน กันจนรู้สึกว่า ok แล้วนั้นแหละครับ แต่ทั้งกรณีของเพื่อน และของน้องสาวนั้นถึงจะบอกว่าหายกังวลแล้วแต่บางครั้งตอนที่ความคิดมัน ฟุ่งซ้านก็จะเผลอคิดขึ้นมาบ้างเหมือนกันแต่น้อยมากแล้ว
และในช่วงเวลาที่วิตกมาเป็นเวลานาน มันเหมือนปลูกฝังความไม่ไว้ใจคนอื่นในตัวผม ผมเริ่มตีความไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นไครแสดงท่าทางอะไร ผมก็จะต้องคิดไปซะทุกทีว่าเค้าทำอย่างนั้นอย่างนี้ไปมีจุดประสงค์อะไร วางแผนอะไรอยู่รึเปล่า ซึ่งตัวผมเองรู้ดีแก่ใจว่ามันเป็นเรื่องที่งี้เง่ามากที่จะต้องไปคิดตีความ ทั้งสีหน้าและการกระทำของคนอื่นอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้น โดยผมมักจะคิดไปเรื่อยจนได้ความว่าเค้าไม่ได้วางแผนร้าย หรือคิดไม่ดีอะไรกับเราจึงหยุดคิดได้ โดยที่ผมจะเป็นแบบนี้กับคนใกล้ตัวทั้งนั้น เพราะคนอื่นที่ผมไม่ได้สนใจหรือไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวผมก็จะไม่ใส่ใจ เลย เลยอยากขอความเห็นว่านี้ผมแค่นิสัยไม่ดี รึว่าผมเป็นโรคจิตอะไรไปแล้วน่ะครับ?
ปล. ผมมีน้องสาวคนเดียวแล้วก็อยู่กับพ่อกับแม่เลี้ยง ส่วนแม่แท้ๆเสียไปตั้งแต่ผม 2 ขวบครับ มีครั้งนึงผมเคยคิดไปว่าแม่เลี้ยงเค้าคิดร้ายอะไรกับผมรึเปล่า เพราะไม่ค่อยสนิทกันเลย แต่โดยคำพูดคำจาการกระทำเค้าก็เป็นคนดีคนนึง
แล้วที่ผมอยากแก้ปัญหาวิตก ระแวงของผมให้ได้เร็วๆก็เพราะว่ามันเสียเวลามากเลยครับ ตอนที่เป็นหนักๆวันหนึ่งๆผมต้องเสียเวลากับการครุ่นคิดซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับ เรื่องที่วิตกจนกว่าจะได้ข้อสรุปถึงวันล่ะไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง แล้วพอมีเหตุมากระตุ้นอีกซึ่งก็มีทุกวันเพราะเป็นเรื่องคนไกล้ตัวทั้งนั้น ก็จะคิดจนกว่าจะได้ข้อสรุปอีก ซึ่งมันเสียเวลามากจริงๆ จนวันนี้ผมยังนึกเสียดายเวลาเหล่านั้นอยู่เลย ปัจจุบันผมยังคงวิตก และระแวงอยู่แต่น้อยลงมากแล้ว ถ้าเกิดคิดขึ้นมาก็จะจัดการความคิดไม่ดีนั้นได้ใน 1 ถึง 3นาทีเท่านั้น แต่ก็เป็นอุปสักในการใช้ชีวิตของผมอยู่ดีครับ เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนรักสบายเอามากๆ พอมาจิตตกแบบนี้ก็เครียดไปเลยครับ
อ่ะลืมบอกไปคือผมเป็นคนออกแนวมองโลกในแง่ร้ายด้วยน่ะครับ ถ้าไครพอมีวิธีหรือทางแก้ดีดี หรือระบุได้ว่าผมผิดปกติตรงไหนรึเปล่าก็ช่วยบอกด้วยนะครับ ส่วนตัวผมก็บำบัดตัวเองด้วยวิธีเท่าที่คิดได้อยู่แต่ถ้าได้มุมมองของคนอื่น ด้วยก็จะดีมากเลยครับขอบคุณครับ ^__^