เมื่อสัปดาห์ก่อนสอน ม.1 เรื่องประสาทสัมผัสผิวกาย เป็นวิชาเพิ่มเติมของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นัดกับนักเรียนก่อนแล้วครับว่า ให้นำเหรียญซึ่งใช้ในปัจจุบันมาให้มากแบบที่สุด วิธีการคือ นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มปิดตาคลำเหรียญ แล้วทายเป็นเหรียญอะไร สมาชิกทุกคนในกลุ่มต้องทดสอบ พร้อมช่วยกันบันทึกผล รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาร้อยละจำนวนนักเรียนทายถูก 

จากนั้นนักเรียนทุกคนในกลุ่มไปทายต้นไม้ต่อ ด้วยการปิดตาคลำต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง ซึ่งเพื่อนในกลุ่มเลือกและนำไป เมื่อเปิดตาต้องทายให้ถูก ต้นที่ไปสัมผัสเมื่อครู่นั้นเป็นต้นใด ตั้งเงื่อนไขกับนักเรียนว่า ทุกคนต้องถูกทดสอบ หากทายผิดให้เริ่มคลำ-สัมผัส แล้วทายใหม่ จนกว่าจะถูก  

ทั้งสองกิจกรรม การเรียนในปีผ่านๆมา นักเรียนจะใช้เวลาชั่วโมงเศษ แต่ครั้งนี้แค่ 30-40 นาทีก็เสร็จแล้ว โดยเฉพาะขั้นตอนทายต้นไม้ ปกติมีนักเรียนไม่มากนักที่จะทายถูกในการทดสอบครั้งแรก แต่วันนี้มีนักเรียนแค่คนเดียวที่ต้องทายมากกว่าหนึ่งครั้ง ขณะนักเรียนคนอื่นทั้งหมดทายถูกในครั้งแรกเอง สงสัยมากครับทำไมนักเรียนรุ่นนี้ทายเก่งกันนัก

 เวลาที่เหลือจึงซักไซ้ไล่เลียงนักเรียนเป็นการใหญ่ ว่าเพราะเหตุใด ตั้งสมมติฐานไว้ว่า โจทย์ที่เพื่อนกำหนดคงง่ายไป ผมหมายความว่า เพื่อนที่นำนักเรียนไปยังต้นไม้และนำออกมาเพื่อให้ทายนั้น อาจใช้ระยะใกล้เกินไป หรือระยะนั้นอาจไม่คดเคี้ยว ไม่ซับซ้อนพอ ทุกคนจึงทายถูกอย่างง่ายดาย  

ข้อมูลที่นักเรียนช่วยกันตอบจากการซักถาม ปรากฏว่า สมมติฐานครูน่าจะผิด เพราะคำตอบหลายกลุ่มบอก เส้นทางที่นำไปไม่ได้ใกล้อย่างที่ครูคิด บางกลุ่มจับตัวเพื่อนหมุน เพื่อให้หลงทิศก่อนจะเริ่มทดสอบด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังสามารถทายถูกอยู่ดี  

จุดประสงค์การเรียนในวันนี้ ต้องการให้นักเรียนสัมผัส หรือกอดจูบลูบคลำต้นไม้ด้วยผิวกาย(ฮา) ฝึกใช้ประสาทสัมผัสโดยเฉพาะผิวกายในการสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว  

นักเรียนเกือบทุกคน(ยกเว้นคนเดียว) สามารถทายถูกในครั้งแรก อธิบายว่าที่ทายถูก ส่วนหนึ่งมาจากจดจำต้นไม้ได้ เพราะเดินผ่านต้นนั้นบ่อยๆอยู่แล้ว ข้อนี้ทึ่งครับ เพราะนักเรียนช่างสังเกตกว่าที่ครูคิด

 ส่วนหนึ่งจำเส้นทางที่เพื่อนนำไป ว่าเดินผ่านพื้นผิวลักษณะอย่างไรบ้าง หญ้าเปียก ดินแฉะ คอนกรีต เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการทายของตนเอง ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จำจากการสัมผัสต้นไม้เพียงอย่างเดียว ชื่นชมนักเรียนครับ ที่ไหวพริบปฏิภาณดี อีกทั้งส่วนใหญ่เลย ใช้ผิวกายสังเกตมากกว่าที่ครูหวังไว้เสียอีก

 แต่บางคนครับ บอกทายถูกเพราะเดาเอา แหม! คำตอบอย่างนี้กระตุกต่อมบ่นของครูดีจัง(ฮา)

บ่อยครั้งที่นักเรียนทำอะไรได้มากกว่าครูคิด ครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับสงสัยไม่หาย นักเรียนรุ่นนี้ต่างจากรุ่นก่อนๆอย่างไร ทำไมทายต้นไม้เก่งกันจังยังตอบตัวเองไม่ได้ครับ 

นี่กระมังที่ว่าจะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กๆ ถ้าครูเป็นผู้สนับสนุนให้ได้เรียนรู้ แทนที่จะเป็นผู้สอนอย่างเดียวเหมือนการสอนในสมัยก่อนๆ