สมุทรสงครามตอน ส้มโอปลอดสาร


“กลุ่มผู้ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ตำบลบางพรม” ซึ่งทางกลุ่มจะยึดหลักเน้น 3 ประการ คือ คุณภาพ คุณธรรม คุณประโยชน์

         ครูสมทรง  แสงตะวัน ผู้ริเริ่มการปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่แบบไร้สารพิษ แห่งจังหวัดสมุทรสงคราม  เรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง จากวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และบรรจุเข้ารับราชการครูครั้งแรกเมื่อปี 2514 ทำงานมาได้ 6 ปี ก็เริ่มสังเกตเห็นว่า เด็กส่วนใหญ่ที่จบประถมศึกษาจะไม่ค่อยได้เรียนต่อ เพราะต้องช่วยพ่อแม่เก็บกระบอก ขึ้นตาล หาฟืน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนต้องอาศัยกำลังแรงงานของลูก ๆ หลาน ๆ พ่อแม่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการเรียนต่อมากนัก

        ท่านจึงมีความเห็นว่า ชุมชนน่าจะต้องเปลี่ยนอาชีพ  เพื่อให้เด็กได้เรียนต่อ แต่การที่จะชวนชาวบ้านให้ทำอะไรได้เราก็ต้องทำก่อน ท่านเลยนึกถึงส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมของสมุทรสงคราม แต่ไม่ค่อยนิยมปลูกถึงแม้จะมีรสชาติดี เพราะว่าให้ผลไม่ดก แต่ท่านเห็นว่าน่าจะปรับปรุงพัฒนาพันธุ์ได้ เพราะส้มโอพันธุ์นี้มีจุดเด่นหลายอย่าง เช่น เนื้อดีแกะแล้วล่อนไม่ติดเปลือก กุ้งใหญ่ สีใสสวย และไม่มีเมล็ด จึงได้วางแผนกู้เงินซื้อที่ 7 ไร่ แล้วลงส้มโอไป 300 ต้น โดยลงระหว่างต้นตาลที่มีอยู่เดิม ก็มีการบำรุงดูแลกันอยู่ประมาณ 4-5 ปี ก็ได้ผลผลิตซึ่งดีมากและขายได้ราคา คือ ประมาณ 3,000 บาทต่อต้นต่อปี แถมไม่ต้องเสี่ยงปีนขึ้นไปสูง ๆ เหมือนขึ้นตาล เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ตัดตาลทิ้งหมด แล้วหันมาทำส้มโออย่างเดียว

          ครูสมทรง บอกว่า พอเราทำแล้ว ได้ผลดีก็มีชาวบ้านเริ่มสนใจและคิดจะทำบ้าง ตนจึงตัดสินใจตั้งกลุ่ม ซึ่งแรก ๆ ก็รวมกลุ่มได้ 7 สวน ซึ่งตนก็พยายามโฆษณาชวนชาวสวนคนอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ต่อมาก็ได้มา 50 กว่าสวน รวมกว่า 300 ไร่ โดยตั้งชื่อว่า     “กลุ่มผู้ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ตำบลบางพรม”  ซึ่งทางกลุ่มจะยึดหลักเน้น 3 ประการ คือ คุณภาพ คุณธรรม คุณประโยชน์ โดย คุณภาพ หมายถึง การเก็บผลผลิตตามกำหนด คือ ออกดอกถึงเก็บเกี่ยวได้ใช้เวลา 8 เดือน ซึ่งจะได้ส้มโอรสชาติดี ทำให้ผู้บริโภคติดใจ  คุณธรรม คือ ส้มโอที่ออกจากกลุ่มจะมีสติ๊กเกอร์ติดทุกลูกถ้าผู้บริโภคซื้อไปแล้วกินไม่ได้ไม่ว่าจะนานแค่ไหนถ้าจำได้ขอให้มาบอกยินดีคืนเงินหรือให้ลูกใหม่ทันที ส่วนคุณประโยชน์ คือ เราจะไม่ใช้สารพิษเลย จะใช้ขี้แดดนาเกลือ ใช้แต่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ที่ทำกันเอง เพราะตนเน้นว่าเกษตรกรกลุ่มเราจะต้องลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยของผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่สำคัญคือความยั่งยืนของภาคการเกษตร

      

       ครูสมทรงยังร่วมในการทำวิจัยท้องถิ่นร่วมกับคุณโต และคุณสรณพงษ์  บัวโรย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งช่วยนำเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามาร่วมด้วย เพื่อหาตลาดรองรับผลผลิตส้มโอที่มีจำนวนมาก และพัฒนาสู่การทำโฮมสเตย์เพื่อเป็นอาชีพเสริม ได้ผลสำเร็จดี เมื่อคุณสรณพงษ์จัดตั้งมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงได้รวมที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ส้มโอปลอดสารพิษด้วย นอกจากมีความรู้เรื่องของส้มโอแล้วยังมีความรู้เรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น การทำถ่านผลไม้ การเพาะถั่วงอกแบบไร้ราก การทำน้ำส้มควันไม้ ซึ่งนอกจากจะได้พักผ่อน ได้ชิมผลไม้ปลอดสารพิษแล้ว การมาที่นี่ยังได้รับความรู้มากมายอีกด้วย

หมายเลขบันทึก: 391919เขียนเมื่อ 7 กันยายน 2010 17:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:30 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี