ชาวนาท่านนี้คือคุณเบี้ยว ไทยลา อายุ ๖๘ ปี แห่งบ้านหนองแจง  อ. ดอนเจดีย์   

          คุณเบี้ยวเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้เพื่อทำนาแบบไม่ใช้สารเคมีของมูลนิธิข้าวขวัญ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕   เพราะสนใจการทดลองปลูกข้าวในกระถางดินของ มขข.   ที่ปลูกต้นเดียวแล้วแตกกอมากมาย   โดยที่ตนเองทำนามาทั้งชีวิตก็ไม่เคยเข้าใจเรื่องการแตกกอของต้นข้าว  

          เมื่อเข้ามาเรียนในโรงเรียนชาวนาของ มขข. ก็ได้เรียนรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์มากมาย   ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แม้จะทำนาน้ำฝน ทำได้ปีละครั้งเดียว   ปีไหนฝนแล้งก็ทำนาไม่ได้  เพราะพื้นที่อำเภอดอนเจดีย์ไม่มีชลประทาน   

          เมื่อวันที่ ๓๐ ก.ค. ๕๓ ผมได้ฟังจากปากคุณเบี้ยวเองว่าได้เอาความรู้ที่ได้ไปจัดตั้ง “โรงเรียนชาวนา” ที่ตนเองทำหน้าที่เป็น “คุณอำนวย” ใน ๒ พื้นที่   พื้นที่หนึ่งอยู่ในอำเภอเมือง  จ. สุพรรณบุรี   อีกพื้นที่หนึ่งเป็นที่ไหนคุณเบี้ยวพูดไม่ชัด   และผมก็ไม่มีโอกาสซัก

          การเรียนรู้ทำนาโดยไม่ใช้สารเคมีเป็นการเรียนรู้เพื่อปลดปล่อยชาวนาออกจากการครอบงำโดยสื่อ และโดยโลกาภิวัตน์สารเคมี    ที่เป็นทั้งเพชรฆาตเชิงทำลายสุขภาพ   และเป็นการหลอกเอาผลประโยชน์ไปจากชาวนา 

          ในโลกทุนนิยมวัตถุนิยมโลกาภิวัตน์ ชาวบ้านทั่วไปตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาล้างสมอง   ให้ต้องผลิตต้องบริโภคคามกระแสที่โฆษณาในสื่อ   ที่ในที่สุดแล้วผลประโยชน์ไปตกแก่บริษัทในประเทศพัฒนาแล้วและบริวาร   และที่ร้ายกว่านั้นยังครอบงำลดทอนมิติหรือศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของคนทั่วไป  

          ชาวนาถูกครอบงำมอมเมาให้ทำนาแบบใช้สารเคมี   ซึ่งเมื่อ มขข. พิสูจน์ให้เห็นว่า มีวิธีทำนาแบบไม่ใช้สารเคมี   คือไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้พันธุ์ข้าวที่บริษัทฝึกให้มีนิสัยชอบปุ๋ยเคมีและอ่อนแอต้องฉีดยาฆ่าแมลง   ชาวนาจะมีรายได้จากการทำนาสูงกว่าวิธีใช้สารเคมี    และนำเอา KM มาจัดกระบวนการเรียนรู้ของชาวนา    คุณเบี้ยวได้มาเข้าเป็นนักเรียนชาวนารุ่นที่ ๑

          ผมต้องการพิสูจน์ให้สังคมไทยเห็นว่า “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”   คือการเรียนรู้แบบที่ทุกคนสร้างความรู้ขึ้นใช้เองในการทำมาหากินและการดำรงชีพของตน   และคนทุกคนไม่ว่าจะมีพื้นฐานการศึกษาระดับใด สามารถสร้างความรู้ขึ้นใช้เองได้โดยกระบวนการจัดการความรู้    จึงตื่นเต้นมากที่ได้รับทราบว่า คุณเบี้ยวซึ่งพื้นฐานการศึกษาเพียงแค่ ป. ๓   บัดนี้กลายเป็นครูใหญ่โรงเรียนชาวนา  

          ผมได้เสนอแนะต่อทีวีไทย (Thai PBS) ให้ไปทำสารคดีชีวิตของคุณเบี้ยว   เชื่อมโยงกับการทำนาปลอดสารพิษ   การมีชีวิตที่ดีกว่าทำนาใช้สารเคมี   การเรียนรู้ตลอดชีวิตของชาวนา   และการที่หลานสาวอายุ ๑๒ ปีของคุณเบี้ยวมีความตั้งใจจะสืบต่อชีวิตชาวนา

 

วิจารณ์ พานิช
๓๑ ก.ค. ๕๓
บนรถกลับจากอยุธยา

         
        
            

คุณเบี้ยว ไทยลา กำลังเล่าเรื่องการทำนาปลอดสารพิษ