ทำบุญไถ่ชีวิตโค อย่าเผลอให้โคไถ่ชีวิตคน

เมื่อวานนั่งสนทนากับหลวงพ่อปัญญาวชิระ

ถึงเรื่องความทุกข์ของชาวบ้านที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้

ต่างวิ่งหาทางพ้นทุกข์ไม่ต่างจากสมัยพุทธกาล

บ้างก็มุ่งทำความดี ด้วยการทำบุญสุนทรทาน 

บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากลำบากกว่าตน

บ้างก็ช่วยไถ่ถอนชีวิตสัตว์ให้รอดพ้นจากความตาย 

ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้มีมาตั้งแต่ในอดีต

เช่น เรื่องสามเณรที่พระสารีบุตรทำนายว่าจะต้องตายภายใน ๗ วัน

แต่ภายหลังไปเห็นปลาดิ้นกระแด่ว ๆ อยู่ในแอ่งน้ำที่กำลังเหือดแห้ง

ช่วยนำไปปล่อยในแม่น้ำใหญ่ ก็ได้อานิสงส์

ทำให้มีชีวิตยืนยาวต่อมาอีกหลายสิบปี

สมเด็จพุฒาจารย์(โต พรหฺมรํสี) ปล่อยกวางจากบ่วงนายพราน

แล้วนำขาตนเองใส่ไว้แทน  พอพรานป่ามาพบพระเอาขามาติดบ่วง

ก็ตกใจเข้าไปช่วยแก้ชือกให้

ท่านก็บอกความจริงว่าท่านปล่อยสัตว์ของพรานไป จึงขอใช้ชีวิตของตนเองแทน

เรียกว่า "ใช้ชีวิต แลกชีวิต" นายพรานบอกว่า

ผมดักสัตว์ ไม่ใช่ดักพระธุดงค์

ไม่เป็นไรหรอกครับ  ผมไม่ค่อยได้ไปวัดทำบุญ กวางตัวนั้นผมถวายหลวงพ่อก็แล้วกัน

สมเด็จท่านจึงให้พรนายพรานว่า "อานิสงส์ที่ฉันได้ช่วยชีวิตสัตว์ผู้ทุกข์ยาก

และอานิสงส์ที่ท่านได้ปล่อยเราให้เป็นอิสระ

ขอให้พรานจงหลุดพ้นจากความทุกข์ยากทั้งหลาย ไม่ต้องได้เข้าสู่อบายภูมิด้วยเทอญ

พรานป่าได้ยินคำพรของเจ้าประคุณสมเด็จฯโต 

น้ำตาคลอก้มลงกราบ

ภายหลังเขาก็เลิกอาชีพพรานป่ามาเป็นเกษตรกร

และเป็นอุบาสกที่ดีของสมเด็จท่าน

การไถ่ถอนชีวิตสัตว์แล้วได้บุญที่กล่าวไว้ในอดีต

กับที่มีข่าววัวตัวหนึ่งหนีออกจากโรงฆ่าสัตว์ ไปหลบอยู่ในสุสานแถวบ้านเด่น เชียงใหม่

ชาวบ้านทราบข่าวก็ช่วยกันบริจาคเงินไถ่ชีวิตของวัวจากโรงฆ่า

แล้วนำไปปล่อยที่วัด

แบบนี้ก็น่าจะพอเข้าเคล้า

แต่กับการที่ไปไถ่ออกมาขัง หรือล่ามไว้

แล้วประกาศให้คนมาบริจาคเงินช่วยชีวิตนี้ 

เห็นว่าไม่น่าจะเข้าหลัก ดูไปดูมาหากเจตนาบริสุทธิ์ก็น่ายกย่อง

หากไม่รอบคอบทำไปโดยไม่สำรวมระวัง

จะกลายเป็นซื้อวัวมาเรียกค่าไถ่

เผลอเป็นทำบาปโดยบริสุทธิ์ใจ

ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่า เจตนานั้นแล เป็นกรรม"

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เนต