เชื่อว่าชาวพุทธหลายคนคงเคยประสบกับปัญหาการไม่มีเวลานั่งสมาธิ......................................

เชื่อว่าชาวพุทธหลายคนคงเคยประสบกับปัญหาการไม่มีเวลานั่งสมาธิ  ซึ่งมองว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไม่ต้องการฝึกสมาธิเท่านั้นเอง  ในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ว่าเราไม่มีเวลานั่งสมาธิเลยก็ตาม  เราก็สามารถฝึกสมาธิร่วมกับการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน  อย่างเช่นตัวเองเชื่อหรือไม่ว่าแม้กระทั่งเวลาออกกำลังกายก็ยังสามารถฝึกสมาธิไปพร้อมกันได้  วิธีการก็คือจะตั้งปลุกเอาไว้  เช่น  ถ้าต้องการออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงก็จะตั้งมือถือปลุกเอาไว้  ที่จะต้องทำเช่นนี้ก็เพราะในการที่เราทำกิจกรรมสองอย่างในเวลาเดียวกันนั้นทำให้สมาธิของเราจดจ่ออยู่กับสองอย่างพร้อมกันทำให้เราอาจไม่ใส่ใจต่อเวลาในการทำกิจกรรมนั้นๆ  จึงควรตั้งปลุกเผื่อเอาไว้เพื่อไม่ให้เลยเวลาที่คาดไว้ว่าจะทำ  จากนั้นก็ออกกำลังกายตามปกติร่วมกับท่องบทสวด  ซึ่งจะเป็นบทสวดไหนก็ได้ที่เราศรัทธานับถือ  แต่สิ่งที่อยากแนะนำก็คือให้ท่องบทสวดที่เป็นหัวใจคาถา  เช่น  ผู้เขียนนับถือพระแม่กวนอิม  ก็จะเลือกสวดคาถาหัวใจของพระแม่กวนอิม คือ "โอมมานีแปะหมี่ฮง"  แทนที่จะสวดบทเต็ม "นำโมไต๋ซื้อ............"  เนื่องจากเราต้องโฟกัสกิจกรรมสองจุดในเวลาเดียวกัน  ถ้าสวดบทเต็มจะทำให้ค่อนข้างสับสนกว่าการสวดบทที่เป็นหัวใจคาถาซึ่งสั้นกว่าทำให้เกิดสมาธิได้ง่ายกว่า  ซึ่งเราสามารถนำวิธีการนี้ไปปรับใช้กับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้เช่นกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำลังเดินทางไกล  การสวดมนต์พร้อมกับการฝึกสมาธิร่วมกับการทำกิจกรรมต่างๆ ไปด้วยนั้นผู้เขียนมองว่าเป็นการสร้างสภาวะทางจิตใจที่ดีๆ ให้กับตนเองอยู่เสมอเหมือนกับเรา refresh ตัวเองอยู่ตลอดเวลา  แต่อย่างไรก็ตามในการทำกิจกรรมบางอย่าง  เช่น การพิมพ์งาน การเขียนหนังสือ  การตรวจเอกสาร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราจำเป็นต้องโฟกัสไปที่จุดๆเดียว  ก็ควรงดการฝึกสมาธิไปชั่วคราวเพื่อไม่ให้เสียงานหลักของเรา  ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ผู้เขียนเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่านอกจากจะเป็นการ refresh ตัวเองแล้วนั้นจะเป็นการช่วยปกป้องตนเองจากอันตรายต่างๆ ด้วย