อ.เลขา ปิยะอัจฉริยะ
การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบแนวคิด เป็นหลักยึดในการออกแบบการเรียนรู้ ให้เด็กเกิดอุปนิสัยพอเพียง นั้นเป็นเป้าหมายที่ครูต้องทำความเข้าใจ และไปให้ถึง ไม่ว่าจะมีโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่เราต้องทำอยู่แล้วในพันธกิจ เพื่อสร้างเด็กให้ไปสร้างชาติ
งานนี้เป็นงานที่เป็นโจทย์ ดี เก่ง มีสุข ใฝ่รู้ คิดเป็น ทำเป็น ก้าวสู่สากล ถ้าเรายึดหลักพอเพียงจะเห็นว่า ถ้าครูเข้าใจจะสอนอะไรก็สอนได้ทั้งนั้น
ที่จริงแล้วสพฐ. เดินถูกทาง สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ ครูสามารถแปลงมาตรฐานกับตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายการเรียนรู้ สิ่งที่เป็นแนวทางก็คือ เราเอาเป้าหมายและสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นกับเด็กเป็นตัวตั้ง เอาผลผลิตที่เป็นรูปธรรมเห็นชัด เป็นสิ่งที่ซ่อน ความสำคัญอยู่ที่กระบวนการคิด การทำงาน ที่กำกับโดยครู ว่าครูชัดเจนหรือไม่ในเป้าหมายนั้น
แรกที่สุด การออกแบบจำเป็นที่ผู้เรียนจะต้องเข้าใจว่ากำลังจะไปสู่เป้าหมายอะไร ครูเข้าใจดีว่าเป้าหมายนั้นแปลงมาจากเป้าหมายตัวชึ้วัดอะไร เป้าหมายในการจัดกระบวนการเรียนการสอน ในเรื่องการพอเพียงต้องเข้าใจในสาระ และ Concept ให้ดี
เมื่อรู้เป้าหมายแล้ว เด็กทุกคนต้องการทำโดยธรรมชาติ ครูจึงควรเริ่มจากการให้เด็กได้ตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ก่อน รู้ว่ากำลังจะไปไหน ขั้นต่อไปจะทำอะไร ครูก็มาจัดกระบวนการ เช่น ทำงานกลุ่ม เดี่ยว ใช้ปัญหาเป็นตัวตั้ง เน้นการพัฒนาตนเอง และเมื่อไปถึงจุดนั้นแล้ว จะไปไหนต่อ สิ่งที่ครูต้องเตรียมการ คือ นอกจากมองทะลุแล้ว ครูต้องรู้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เช่น การนำความรู้สู่การปฏิบัติ ความรู้ที่เกิดขึ้นแล้วเด็กนำสู่การปฏิบัติได้หรือไม่ ครูต้องมองให้ออก ทักษะกระบวนการที่ทำจะยั่งยืนไหม ครูต้องโยงไปให้ถึงการที่เด็กสามารถสร้างกฎกติกา กฎระเบียบในการจัดการตัวเอง ซึ่งไม่ใช่การทำอะไรเพราะครูบอก แต่ต้องทำเพราะเห็นคุณค่าที่เกิดขึ้น เกิดแนวทางที่จะไปต่อด้วยตนเอง
เด็กสามารถสอนตัวเองได้ เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน การวางระเบียบวินัยให้ตนเอง ต้องเกิดจากข้างใน ระเบิดจากข้างใน เพราะเด็กเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ การหยอดกระปุก ๑ บาท เป็นแนวทางที่ทำให้มีงบที่ไปทำอะไร วงจรการเรียนรู้จะไม่จบอยู่ในช่วงแผนการจัดการเรียนรู้ ๒ คาบ ๓ คาบ แต่ครูต้องคิดมองไกล และสร้างปัจจัยให้ทักษะ ความรู้ที่เกิดขึ้น เกิดความยั่งยืน ที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เด็กสอนตนเองได้ และวางระเบียบกฎกติกาที่จะควบคุมตัวเองได้
หลักสูตรไทยสอนอะไรมากมายแต่เรื่องที่ไม่ได้สอนเลย คือ การบริหารจัดการการใช้เงิน และบริหารการจัดการเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกประเทศถือเป็นเรื่องใหญ่ ของเราก็สอนแต่เป็นกิจกรรมเสริม เรื่องการบริหารจัดการเงิน ต้องวางเป้าหมายให้ชัด ออมเพื่ออะไร ออมทำไม เด็กเห็นคุณค่าหรือไม่ ให้เด็กสำรวจตัวเองว่าพ่อแม่ให้เงินเท่าไหร่ เก็บออมไว้เท่าไหร่ แล้วจดบันทึกเอาไว้
การสอนให้ประหยัด ต้องสอนให้เด็กต้องมีทักษะการใช้จ่าย มีวิธีคิดที่จะยับยั้งชั่งใจ วิธีที่ดีที่สุดต้องมีกิจกรรมในการรู้คุณค่าของของ ให้สำรวจของที่อยู่ในบ้าน ของที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เรามาเปิดตลาดนัดมือสอง ชวนกันนำของเหล่านี้ไปขายเพื่อให้ได้ค่าขนม เด็กก็จะรู้ว่าได้เงินมายากลำบาก
สิ่งที่ได้มากขึ้นคือ บ้านนั้นพอเพียงไหม เด็กได้เรียนรู้ทักษะกระบวนการ หลักการบริหารงบประมาณที่ครอบครัวทำเป็นอย่างไร มาที่โรงเรียน ครูก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และชวนให้เด็กทำด้วย หากมองในเชิงการพัฒนา การทำเรื่องง่ายๆ เช่น การทำบัญชีรายรับจ่ายนี้ สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนได้เลย
การก่อเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในเวลาข้ามวัน หรือในช่วงอายุช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่ต้องทำทั้งหมด อย่างครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ในการทำทั้งโรงเรียนต้องมียุทธศาสตร์ว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร เพื่อพัฒนาจากฐานชีวิตสำคัญจากปฐมวัยเรื่อยไปจนถึงวัยมัธยม อีกกลุ่มหนึ่ง คือ พ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญต้องเป็นบริบทที่เกื้อหนุน ถ้าทุกองคาพยพขับเคลื่อนไปด้วยกัน เรื่องความไม่ซื่อสัตย์ ความไม่มีจิตสาธารณะ แก้ไขได้แน่นอน อนาคตของของชาติไม่ได้อยู่บนเวทีนี้ แต่อยู่ที่พวกท่านที่จะต้องทำภารกิจเพื่อชาติ
สวัสดีครับ คุณครูวิมลศรี
ออกแบบเรียนรู้อย่างไรให้เด็กเกิดอุปนิสัยพอเพียง
หัวข้อนี้...น่าสนใจ น่าส่งเสริม และสนับสนุนมากครับ
คุณครูคือ.. ผู้สร้างโลก ด้วยการสร้างเด็ก
ขอชื่นชมครับ
ขอบคุณครับ
ผมอ่านแล้ว คล้ายๆกับครูกำลังพดประชดสังคม มากกว่าจะจริงจังกับคำพูด
เพราะดูแย้งๆกับความเป็นจริงในสังคม
ที่ครูส่วนใหญ่ที่ผมรู้จัก "เป็นหนี้" สาหัสพอสมควร
คนที่เป็นหนี้แบบนั้น จะสอนให้คนอื่นเข้าใจความพอเพียงนั้น นับว่า เหมือนกำลังต่อว่าตัวเอง
อย่างมากก็พูดแบบ "จำมาเล่า"
ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกจริงๆได้
พอพูดถึงระดับ สพฐ. ภาพแห่งความทุกข์ระทมของครู เป็นภาพที่น่าสงสารในทุกด้าน
ทั้งปัญหาส่วนตัว ปัญหาผู้บริหาร ปัญหาของสถานศึกษา และปัญหาของหลักสูตรที่ท่านหมอประเวศเคยกล่าวว่า "พยายามยัดช้างผ่านรูเข็ม"
ลำบากทั้งช้าง และคนยัด
ผมมาอ่านที่ท่านเขียนแล้วฟังดูเหมือนอยู่ใน "ฝัน"
ที่ขัดๆ กับความเป็นจริง
แต่คิดว่าท่านคงมีของจริงที่ "เป็นจริง"
ผมจึงอยากฟัง "ฝันที่เป็นจริง" แบบชัดๆ ว่าทำได้อย่างไร ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ทั้งระดับโรงเรียนและ สพฐ. ครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ