ดูงานที่ Yokkaichi City, Sazuka City เที่ยวชม Kameyama City

วันที่ 19 ส.ค. 2553

 เวลา 06.00 น.  รับประทานอาหารเช้า 

 

     ด้านหน้าห้องอาหารเช้าของโรงแรม ด้านซ้ายเป็นประตูเข้า-ออก ด้านขวาเป็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ....ขณะเดินเข้าไปในห้องอาหาร  ได้ยินเสียงทักทายจากแม่ครัวว่า Ohayou gozaimasu. อ่านว่า โอะฮาโย โกไซอิมัส แปลว่า สวัสดีตอนเช้า  แล้วก็อีกมากมาย ฟังไม่ออกจ้า... ต่อจากนั้นก็ภาษามืออย่างเดียว..กับยิ้ม 555++

    หน้าตาอาหารเช้าวันแรก ประกอบด้วยข้าวปั้นโรยสาหร่ายสีแดงผง  ไข่ห่อเป็นก้อนรสชาติออกหวาน ปลาทูน่าบดปนกับข้าวโพด ผักสดเป็นกะหล่ำปลี ผักกาดหอม มะเขือเทศ แตงกวาญึ่ปุ่นและขิงดอง (ทานผักแบบนี้ทุกวัน) น้ำซุบเต้าหู้ (ทานเกือบทุกวัน)  สังเกต *** ผลไม้เป็นแตงโมชิ้นเล็กๆ มองดูแล้วก็ตลก อยู่บ้านเราที่เมืองไทยกินเป็นลูก แต่ของญี่ปุ่นเนื้อแน่น และหวานมาก     

****สิ่งที่ประทับใจในประเทศไทย  บ้านเราผักผลไม้สมบูรณ์ทั้งพันธุ์เมืองร้อน ที่ปลูกได้ทั่วไป และพันธุ์เมืองหนาวปลูกได้ทางภาคเหนือ หรือภาคอีสานที่อากาศเย็น  ประเทศญี่ปุ่นหาผักและผลไม้ทานได้น้อยกว่าประเทศไทย ครูเฟินอยู่ 5 วัน ไม่ได้ทานผักคะน้า กวางตุ้ง และผักอื่นๆ ที่เคยจิ้มน้ำพริกที่เมืองไทย  ไม่เห็นในญี่ปุ่นเลยแม้แต่เดินในห้างสรรพสินค้าก็ไม่เจอ เขาทานผักเพียง 4-5 อย่าง เป็นหลัก (ตามที่เขียนไว้ข้างบน) ผลไม้ที่คนญี่ปุ่นชอบมาก คือ กล้วยหอม ครูเฟินเดินในห้างฯ พบว่า เขาขาย 3 ลูก 600 กว่าเยน ประมาณ 200 กว่าบาท โอ้โหทานที่บ้านเราได้ 2-3 หวี ดังนั้น กล้วยและผลไม้เมืองร้อนอื่นๆ ปลูกไม่ได้ที่บ้านเขา ถ้าจะปลูกต้องควบคุมอุณหภูมิในเรือนกระจก  *** ถ้าอย่างนั้นคนที่ชอบทานผักทุกวันอย่างครูเฟินเดือดร้อนแน่ถ้าอยู่นานๆ...  

เวลา 07.00 น.  ขึ้นรถเดินทางไปยังเขตเมืองโยกไคจิ (Yokkaichi  City)

 

     ภาพนี้ถ่ายบนรถ ขณะเดินทางไปดูงาน สังเกตเห็นทุ่งนาของญี่ปุ่นสีเหลืองทอง   ชาวญี่ปุ่นจะไม่ปล่อยพื้นที่ว่าง ตรงไหนว่างจะทำการเกษตรหมด จึงพบทุ่งนาแทรกอยู่ทั้งในตัวเมืองและชนบท  พื้นที่ของญี่ปุ่นน้อยมาก ดังนั้นคนที่รวยที่สุดในญี่ปุ่นจึงเป็นเจ้าของนา  ที่นั่นชาวนาขี่รถเก๋งไปทำนา ขอย้ำ...ขี่รถเก๋งไปทำนา  แต่นาของเขาใช้เทคโนโลยีหมด มีหมดไม่ว่าจะเป็นรถไถ รถดำนา รถเกี่ยว จึงไม่เห็นควายและวัวแม้แต่ตัวเดียวในท้องนา    

 

    เข้าสู่สภาพตัวเขตเมืองโยกไคจิ (Yokkaichi  City) ไม่ค่อยพบตึกสูงใหญ่มากนัก เพราะญี่ปุ่นมีปัญหา เรื่อง แผ่นดินไหว จึงสร้างตึกไม่สูง ถ้าตึกสูงใหญ่มากต้องสร้างให้มีสภาพทนต่อแผ่นดินไหวอย่างน้อย 7 ริกเตอร์

  

       เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตตู้น้ำหยอดเหรียญอัตโนมัติ (ติดตามจากตอนที่ 4)

     

    อีกมุมหนึ่งของโรงงาน Fuji Electric Retail Systems Co., Ltd. (Yokkaichi  City). Vending Machine Company. ESCO project. (บริษัทไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ...จึงได้แต่ดูงานจริงๆ ค่ะ)  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ (http://www.fujielectric.com/)

 ****ความประทับใจที่พบ...ภาพมุมสูงของบริษัทฟูจิ ให้สังเกตชนิดและขนาดของรถชาวญี่ปุ่น พบว่าคนญี่ปุ่นใช้รถขนาดเล็ก เป็นรถกึ่งเก๋งกึ่งแวน ประมาณเท่ากับมิร่า หรือยาริส บ้านเรา  ที่จอดรถจึงเป็นช่องขนาดเล็กตามขนาดรถ รถใหญ่ๆ อย่างบ้านเราน่ะหรือไม่สามารถจะเข้าไปจอดได้ เวลาจอดรถเขาจะหันหน้ารถออกเสมอทุกคัน (ดูตามภาพ)  บนท้องถนนไม่มีรถมอเตอร์ไซด์  ดังนั้นปัญหาเด็กแว้นเหมือนบ้านเราคงไม่มี  และไม่มีรถปิ๊กอัพ ถ้าขนของเขาใช้รถบรรทุกหรือ 6 ล้อ  ทำให้ครูเฟินเข้าใจแล้วว่าทำใมโรงงานผลิตรถปิ๊กอัพถึงอยู่ในเมืองไทย  ครูเฟินถามว่ารถขนาดเล็กราคาเท่าไหร่?       อ.เศรษฐ  บอกว่า ราคาเป็นเงินไทยประมาณ 100,000  บาท (แต่นำเข้ามาขายในไทยคันละ 500,000-600,000 บาท) โอ้โหถูกจริงๆ แต่ทำใมรถไม่ติดบนท้องถนน  มองดูมีน้อยที่วิ่งบนถนน ...ก็ได้รับคำตอบว่า ถูกก็จริงแต่ถ้าจะซื้อ..เจ้าของต้องมีที่จอดรถที่บ้านตัวเอง (ที่ของญี่ปุ่นแพงมาก) ตรงนี้เองเป็นกฏข้อบังคับที่ทำให้คนญี่ปุ่นไม่กล้ามีรถส่วนตัว จะไปเช่าที่จอดรถก็แพงมาก  ครูเฟินไปญี่ปุ่น 5 วัน พบมอเตอร์ไซด์วิ่งบนถนน 2 คัน  เป็นรถขนาดใหญ่ขับออกมาจากบริษัทฮอนด้า  ไกด์บอกว่าคันละประมาณ 300,000 บาท เลยเข้าใจทันทีว่าทำใมคนญี่ปุ่นไม่ขี่มอเตอร์ไซด์

****ความแปลกที่พบระหว่างการเดินทาง  มองไปเห็นคนขับรถสูบบุหรี่ในรถแล้วปิดกระจกรถ  เลยสงสัยถามไกด์ว่า...ทำใม? เขาทำอย่างนั้นควันบุหรี่จะระบายออกยังไง..ได้คำตอบว่า กฏหมายญี่ปุ่น ถ้าคุณจะสูบบุหรี่ขณะขับรถห้ามให้ควันบุหรี่ออกมาทำลายสภาพอากาศภายนอกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกจับ เสียค่าปรับ  ดูแล้วก็แปลกดีตรงข้ามกับไทย  ที่เปิดกระจกออกเพื่อตัวเอง แต่ไม่คิดถึงคนอื่น  (คนญี่ปุ่นสูบบุหรี่มาก..แม้แต่ในโรงแรม..ยังพบนั่งสูบบุหรี่เฉยเลย  ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย  ตรงนี้ไม่มีเขตปลอดบุหรี่เหมือนคนไทย (ของไทยดีกว่า)

   ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ ของบริษัทฟูจิ  นี่ละโฉมหน้าผู้ผลิตตู้หยอดเงินขายน้ำดื่มอัตโนมัติที่ครูเฟินทึ่งมาแล้วในตอนที่ 4 (ลองกลับไปอ่านค่ะ)  การพบกันเช่นเคย คือแลกเปลี่ยนนามบัตร  แนะนำตัว  และเป็นที่สังเกตอีกอย่าง  เป็นมารยาทของคนญี่ปุ่น..ก่อนจะกล่าวอะไร  จะพูดคำว่า  Hajimemashite.  ชื่อ  desu. Douzo yoroshiku. อ่านว่า ฮะจิเมะมาชิเตะ  (ชื่อ) เดส  โด้โซะ โยะโระชิคุ...แปลว่า ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อ .... ครับ/ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ/ค่ะ  ทุกครั้งที่เริ่มพูดคุย

   ผอ.นที ทับมณี (สนย.) กล่าวถึงจุดประสงค์ของการมาดูงาน โดยมี อ.โนบุทากะ กรุณาแปลภาษาญี่ปุ่นกับให้เจ้าหน้าที่บริษัทฟูจิ  (คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่  การฟัง พูดภาษาอังกฤษจะพอๆ กับคนไทยเราค่ะ) 

   เสร็จสิ้นการแนะนำตัว  กล่าวต้อนรับ ชี้แจงวัตถุประสงค์ ก็มอบของที่ระลึก แล้วก็พาเดินดูงานในโรงงานผลิต ที่ใช้มือกลที่ทันสมัยในการสร้างตู้อัตโนมัติ (เหมือนมือคนกำลังพับกล่องกระดาษ) ส่วนรายละเอียดภายในตู้จะเป็นคนงานเป็นผู้ประกอบ ความภาคภูมิใจของบริษัทนี้ คือ 50% ของตู้อัตโนมัติที่วางอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วโลก จะสั่งซื้อจากบริษัทฟูจิ  (ตอนแรกครูเฟินได้ยินชื่อบริษัท  นึกว่าเป็นบริษัทผลิตกล้องถ่ายรูปกับ ฟิลม์ถ่ายรูปในสมัยก่อน..เสียอีก...แต่เข้าใจผิดถนัด คนละเรื่องแต่ชื่อเดียวกัน..555++)

                            ..เสียดายเขาไม่ให้ถ่ายภาพอีกแล้ว...

เวลา 12.00-13.00 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ที่  Suzakadowntone  ที่เขตเมืองSazuka City 

 

            ทางเข้าร้านอาหาร   ที่เขตเมืองSazuka City 

                                 ครูเฟินถ่ายภาพให้ครูเจ๊าะแจ๊ะ ก่อนเข้าร้าน

 

                     ครูจุ๊ กับพี่แอ๋ว (คุณจิราภรณ์) ถ่ายภาพคู่กันในร้านอาหาร

  

      โฉมหน้าอาหารมื้อกลางวัน คือ ชาบูแบบญี่ปุ่น (Shabu-shabu)  หรือ จิ้มจุ่มแบบญี่ปุ่น ครูเฟินไม่ทานเนื้อวัว จึงมีแต่ภาพเนื้อหมูมาให้ชม เขาสไลด์เนื้อได้บางมากๆ

    เวลาทานก็นำเนื้อไปลวกในน้ำซุป มี 2 แบบ น้ำซุปสาหร่าย (รสจืดมาก) และน้ำซุปรสเข้มขึ้นมาอีกหน่อย (จำไม่ได้ค่ะว่าทำจากอะไร) พวกเราทั้งหมดจึงลวกเนื้อในน้ำซุปรสเข้ม เพราะได้รสชาติดีกว่า ส่วนน้ำจิ้มถ้วยซ้ายเป็นซ๊อสเปรี้ยวโรยต้นหอมซอย ส่วนถ้วยขวาเป็นน้ำจิ้มรสถั่ว พวกเราก็มีความเห็นว่าถ้วยซ้ายอร่อยกว่า...(555++ มาจากไทยคือกัน ก็ชอบรสชาติเหมือนกัน) ***สิ่งที่ประทับใจ ที่ร้านนี้มาแปลกกินอาหารจับเวลา ถ้านั่งเกินเวลาจะถูกปรับเงินค่ะ... ครูเฟินเพิ่งเคยเห็นนี่ล่ะ  ก็เลยเร่งทานกันอย่างเคร่งเครียด...555++ แต่ละโต๊ะหมดไปหลายถาด

 .................วันนี้แค่นี้ก่อน...........เดี๋ยวมาเล่าใหม่ 11 กย. 53

เวลา 13.30-15.30 น.  เข้าเยี่ยมชม Honda Motor Co., Ltd. (Suzuka city) Automobiles and Motorcycles production company.

                                  ที่เขตเมือง ซาซูกะ ศึกษาเพิ่มเติมที่(http://www.honda.co.jp/suzuka/index.html)

 

                               Japanese only หรือ (http://www.honda.co.jp/suzuka/kengaku/course/

 

                                   (บริษัทไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ...จึงได้แต่ดูงานอีกแล้ว) 

 

 

 

เวลา 16:00-17:00 น. เที่ยวชมเมืองวัฒนธรรมโบราณ Seki-Jyuku. (Kameyama city). Japanese traditional town. Sightseeing.

                              ที่เขตเมืองคาเมยามะ 

                              เข้าไปชมเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Seki-juku_(T%C5%8Dkaid%C5%8D)

 

 

 

เวลา 18.00 น.  รับประทานอาหารเย็น แล้วก็กลับโรงแรมที่พัก