ค่ายธรรมะรู้ทันจิต ชีวิตสดใส

         หลังจากที่ได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ายธรรมะเรียนรู้กายใจ ที่นครสวรรค์   ตามหลักคำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช แล้ว

 

 

 

    ขากลับ   ผมกับผู้บริหารโรงเรียนที่ไปด้วยกัน ก็จะมาวางแผนจัดค่ายในลักษณะดังกล่าวดู   ก็ขออนุญาตนำแผนมาเล่าสู่กันฟังครับ เป็น BAR  เป็นสัญญาใจว่า "จัดแน่"

 

     การจัดค่ายธรรมะ  ยึดหลัก สับปายะ 4   ครับ

 

     1.    อาวาสสัปปายะ = มีที่พักอาศัยสะดวก สบาย บรรยากาศดี

                   ก็คงจะที่วัดละครับ

 

   2.    บุคคลสัปปายะ   =  วิทยากรเหมาะสม ทำให้สบายใจ

            วิทยากรจะเป็นพระบางส่วนเพื่อสร้างศรัทธา   และ คัดมาจากผู้ที่มีความสามารถในการฟังอย่างลึกซึ้ง (ไม่เน้นพูดครับ เน้นฟัง)

 

   3.     อาหารสัปปายะ = บริโภคอาหารที่พอเหมาะ มีอาหารการบริโภคสะดวก

             เรื่องอาหารไม่เป็นปัญหาครับ

 

    4.     ธัมมสัปปายะ = มีหลักปฏิบัติที่ถูกต้องและเหมาะแก่จริตของผู้ปฏิบัติธรรม

            จะเน้นกิจกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก  นั่นคือ กิจกรรมเคลื่อนไหว  กิจกรรมแสดงออก  การให้เด็กพูดสะท้อนความคิดที่มาจากจิตใจ     จะเน้นหลักปฎิบัติ  Active learning

 

 

           สำหรับหัวใจสำคัญของค่าย ที่ว่า "รู้ทันจิต"   (รู้กาย รู้ใจ) คงจะต้องเน้น "การฟัง"  ของวิทยากรครับ  วิทยากรจะต้องมีความสามารถในการฟังอย่างลึกซึ้ง    โดยมีองค์ประกอบอยู่ที่การสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย  และ พื้นที่แห่งความไว้วางใจ  เพื่อให้เด็กกล้าที่จะเข้าไปค้นหาใจตัวเองด้วยกระบวนการจิตตปัญญาศึกษา  เพื่อให้เข้าไปหา "ใจ" ของตัวเองให้เจอ  เมื่อหาใจเจอ  ก็รู้ทันจิตครับ

       

           ส่วนกิจกรรม  ก็จะเน้นปัญญาสามฐานครับ   เริ่มจากปัญญาฐานกาย    เพื่อนำไปสู่ปัญญาฐานใจ     แล้วค่อยไปที่ฐานคิด

 

 

          ค่ายนี้   จะใช้เด็กไม่เกิน 50  คน ครับ จึงจะมีคุณภาพ และจะใช้เวลา 2   วัน 1  คืน

 

 

         ใช้งบประมาณไม่มาก  ที่ลำบาก คือ หาวิทยากร  ครับ

 

 

         Coming soon

 

 

        ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำใดๆก็ยินดีครับ  เพราะเป็นค่ายธรรมะรูปแบบใหม่ ทดลองทำครั้งแรก ตามแนวหลวงพ่อปราโมทย์