งานวิจัยตีพิมพ์ใน NEJM เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา สร้างกระแส " Early palliative care prolong survival" จริงหรือ จริงหรือ!!

ทุกพฤหัสแรกของเดือน จะมีกิจกรรม Palliative care journal club นำโดย Wendy Anderson และ Alex smith ซึ่งมีกรอบแนวคิด ให้แต่ละคนอภิปรายคือ

1.    What is the question they are asking? Do we care?
2.    How did they answer the question? Are the methods appropriate for the question?
3.    What did they find? What information do we wish they had reported?
4.    How will this study change our practice? Does this study apply to our patient population and clinical practice?

รายละเอียดเขียนไว้ที่ blog นี้คะ

 Journal ของเราวันนี้ ตีพิมพ์ใน NEJM เมื่อ 19 สิงหาคมที่ผ่านมานี้เองคะ

JS, Greer JA, Muzikansky A, Gallagher ER, Admane S, Jackson VA, et al. Early Palliative Care for Patients with Metastatic Non–Small-Cell Lung Cancer. N.Engl.J.Med. 2010 08/19;363(8):733-742. ต้นฉบับ (Free fulltext)

ลองมาดูทีละขั้นตามที่กล่าวมาคะ

1. คำถามวิจัย..(จะเห็นว่าดูแต่ Title อย่างเดียว ไม่ได้ข้อมูลอะไรมากนัก ต้องดูจาก abstract ด้วย)
   Nonblided, randomized, control trial study เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตวัดด้วย TOI score ที่เปลี่ยนแปลงจาก baseline ระหว่าง กลุ่มที่ได้รับearly palliative care integrated with standard oncologic care  กับกลุ่มที่ได้ standard oncologic care ในผู้ป่วยมะเร็งปอดชนิด Non-small cell ระยะลุกลาม

  ดู design ก็น่าสนใจ เพราะ Palliative medicine ยังมีงานวิจัยแบบ RCT น้อย ด้วยเหตุผลทางจริยธรรม (จะให้หรือไม่ให้การบรรเทาอาการ?) จึงมักต้องให้ intervention ทั้งสองกลุ่มเพียงแต่ ให้ก่อน ให้หลัง หรือ ให้เพิ่มจาก standard
  ดู Primary outcome คือ Quality of life ก็ดูดี แต่ไม่ถึงกับ surprise เท่ากับ secodary outcome ที่บังเอิญเจอว่า "median survival was longer among patients receiving early palliative care (11.6 months vs. 8.9 months, P = 0.02)" !! 
มีแถมอีก
Despite recieved less aggressive end-of-life care ;reduced chemotherapy and longer hospice care (33% vs. 54%, P = 0.05) !

แต่..ช้าก่อน อย่าเพิ่งเชื่อ..เพราะอยากจะเชื่อ

2. มาดูตัวที่ทำให้เขว

chance:  มีการพูดถึง sample size ในส่วน statistical analysis ไว้ค่อนข้างชัดเจน แต่..นี่เป็นการคำนวณ sample size จาก primary outcome คือ TOI score ไม่ใช่ median survivor ที่กลายเป็นไฮไลท์แทนภายหลัง..เอ แต่ ณ ที่จำนวนตัวอย่างขนาดนี้ ( ข้างละ 75 คน) ก็แตกต่างกันอย่าง significant แล้วนี่ หากคำนวณ sample size เพื่อดูความแตกต่างของ median survivor เองอาจใช้จำนวนตัวอย่างน้อยกว่านี้ก็ได้?

bias:
subject - จะเห็นว่าผู้วิจัย ป้องกันการ overgeneralization โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการอ้างถึงคือ Metastatic non-small cell cancer ตามกลุ่มที่ศึกษาจริง
instrument - ในแง่ survival นั้นคงไม่ต้องถกเถียงว่าตัวชี้วัด valid หรือไม่ แต่มีข้อสังเกตว่า การนับผู้ lost follow up เป็น death  นั้นเหมาะสมในกรณีนี้หรือไม่ การที่ผู้ป่วยมาตามนัดมากกว่าในกลุ่ม early palliative care อาจเกิดจากปัจจัย relationship ก็ได้

confounderes และ mediator:
ที่นำมาพูดรวมๆ นั้น เนื่องจาก บางครั้งเป็นการยากที่จะระบุว่ามันคืออะไรกันแน่
ยกตัวอย่าง Palliative care service กับ Depression และ Median survival
เนื่องจากมีการศึกษาว่า Depression ส่งผลต่อ Median survival
ดังนั้นการให้ Palliative care แล้วพบว่า depression ลดลง จึงอาจอธิบายว่าทำไม Median survival จึงมากกว่า...แล้วถ้าให้ Palliative care แล้วไม่พบว่า depression ต่างกันละ ผลจะออกมาเหมือนเดิมไหม?

 

เฮ้อ..ง่วงแล้ว ขอพักก่อนคะ

>> ทิ้งท้ายไว้รับฟังความเห็นคะ
     - พอใจกับคำตอบจากงานวิจัยไหม ท่านอยากปรับปรุงอย่างไร
     - ท่านจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร eg. จะบอกคนไข้ไหมว่า Palliative care ยืดชีวิตได้ (เหมือนกัน)นะ

     ใครอ่านแล้วมีความเห็นว่าอย่างไร ลองมาคุยกันดูนะคะ <<