ประวัติความเป็นมาของE-university

เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำมาใช้กับการเรียนการสอนการบริหารและการวิจัยของมหาวิทยาลัยให้ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อสังคมภายนอกได้ ดังกรอบนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีเป้าหมายให้เป็น E-University โดยผสมผสานกับกระบวนการจัดการแบบปกติในกรณีที่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประหยัด รวดเร็ว ปรับปรุงคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน ให้มีความทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนา การวิจัย เพื่อความเข้มแข็งทางวิชาการ ส่งเสริมและพัฒนาวิชาการด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แก่สังคมและชุมชน โดยได้วางแนวทางการดำเนินงานไว้ดังนี้

1. ในการบริหารยุคต่อไป การดำเนินการต้องถูกต้อง รวดเร็ว มีการใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ (e-office) ลดค่าใช้จ่ายบางสิ่งบางอย่างที่ทำได้ทันที เช่น การสื่อสาร สิ่งพิมพ์ การบริหารจัดการ

2. ปฏิรูปการเรียนการสอนโดยใช้ไอทีเข้ามาช่วย เช่น การทำฐานข้อมูลกลาง ห้องสมุดดิจิตอล การเรียนการสอนทางไกล e-Learning การใช้สื่อ (e-Courseware) ต่าง ๆ กับการเรียนการสอน เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้มากขึ้น ซึ่งจากแผนฯ ของมหาวิทยาลัย มุ่งเน้นขยายการศึกษาไปในหลายวิทยาเขตโดยการลดต้นทุน จะทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีแนวโน้มที่จะเป็นมหาวิทยาลัยปิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศยกเว้น มหาวิทยาลัยเปิดอย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

3. เน้นความเข้มแข็งทางวิชาการและด้านวิจัยมุ่งไปสู่ Research University มี การพัฒนา องค์ความรู้ทางด้านงานวิจัย การวิจัยบนรากฐานการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์คำนวณประสิทธิภาพสูง

4. การใช้ไอทีช่วยด้านประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และศิษย์เก่า รวมถึงการกระจายความรู้ทางด้านการเกษตรไปสู่ชุมชน โดยเน้นการบริการสารสนเทศการเกษตร (e-Ag)

 

 

 

 

 

มิติการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย เพื่อเข้าสู่การเป็น e-University

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีแผนงานที่จะดำเนินการในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อไปให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนามิติต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบของการก้าวสู่การเป็น E-University 5 มิติดังนี้

1. มิติของ e-Academic ประกอบด้วย การพัฒนา e-Library, e-Courseware, e-Classroom ตลอดจนระบบการเรียนการสอนทางไกลแบบ class to class class to multiclass

2. มิติของ e-MIS ประกอบด้วย การทำให้มหาวิทยาลัยมีระบบบริหารงานบนพื้นฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์

3. มิติของ e-Research เพื่อตอบสนองนโยบายมหาวิทยาลัยในการเป็น Research University

4. มิติของ e-Service มุ่งเป็นการบริการแบบ 24/7 และเข้าถึงการบริการแบบ one stop service

5. มิติของ e-Government เป็นการเชื่อมโยงระบบการบริหารงานร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินการแลกเปลี่ยนข่าวสารโดยตรงแบบอิเล็กทรอนิกส์

 

 

 

 

รายงานการบริหารงานที่กำลังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน

ได้ดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ข้างต้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้กระจายเป็นโครงการย่อย เพื่อสนับสนุนโครงการ E-University โครงการที่ดำเนินการไปแล้วประกอบด้วย

 โครงการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting)

โครงการระบบสำนักงานอัตโนมัติ (E-Office)

โครงการระบบการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)

โครงการข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (E-News)

โครงการไวร์เลสแคมปัส (Wireless Campus)

                โครงการบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-Service)

 โครงการจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัย (E-Publication)

โครงการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library)

 โครงการพัฒนา/ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนงานบริหารของมหาวิทยาลัย       (E-MIS)

 โครงการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้มีความพร้อมด้านไอที (E-Personal)

โครงการปรับปรุงและขยายเครือข่ายของมหาวิทยาลัย (E-Campus)

 

จุดประสงค์ของ E-University

                   1. ด้านการเรียนการสอน: “e-KMUTT” เน้นการนำเสนอหลักสูตร การศึกษาที่ทันต่อเวลา (Just-in-Time) โดยมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-Centred Learning) และสามารถเรียนรู้ได้จากทุกสถานที่ และเวลาเมื่อต้องการ หลักสูตรการศึกษาประกอบด้วยหลักสูตร สำหรับการศึกษาในระบบ (Formal Learning) การศึกษานอกระบบ (Informal Learning) และการศึกษาตามอัธยาศัย (On-Demand Learning) ซึ่งเน้นในการเพิ่มทักษะความสามารถของผู้เรียนเฉพาะด้าน
                  2. ด้านการบริหารจัดการ : ระบบ บริหารจัดการงานบริหาร มหาวิทยาลัยและบริหารการศึกษาของ “e-KMUTT” จะเป็นระบบ ที่บริหารจัดการข้อมูลด้านต่างๆ จากแหล่งข้อมูลเดียว (Single Source Data) เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง และทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วจากสื่อได้หลากหลายรูปแบบ มีระบบวิเคราะห์ ตัดสินใจ และช่วยสนับสนุนในการวางแผน การบริหาร จัดการมหาวิทยาลัย และบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ นักศึกษาสามารถดำเนินการติดต่อธุรกรรมส่วนใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยได้จากทุกสถานที่และทุกเวลา

                 3. ด้านการวิจัย : “e-KMUTT” สนับสนุนงานวิจัยและการพัฒนา องค์ความรู้(Knowledge) โดยการจัดหาและพัฒนาระบบจัดการ องค์ความรู้ (Knowledge Management System) ซึ่งทำการจัดเก็บ รวบรวม องค์ความรู้ ที่เกิดขึ้นจาก การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำงานภายในมหาวิทยาลัยให้เป็นหมวดหมู่ และมีระบบการสืบค้นและค้นคืนสารสนเทศ (Information) ที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ ที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว ตรงประเด็น และไม่จำกัดสถานที่และเวลา นอกจากนี้ “e-KMUTT” จะพัฒนาช่องทางอำนวยความสะดวกในการ แลกเปลี่ยนสารสนเทศซึ่งกันและกันในองค์กรให้ทำได้ง่ายและ เป็นประจำ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา ส่งผลให้การทำวิจัยในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
                 4. ด้านการบริการชุมชน : “e-KMUTT” จะเป็นแหล่งรวบรวม องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (Science and Technology) ซึ่งพร้อมให้บริการ ด้านวิชาการแก่ชุมชน โดยไม่จำกัด สถานที่และเวลา สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต
       

  เป้าหมายของ  E-University

                   เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและภารกิจหลักดังกล่าวข้างต้นการดำเนินงาน ของ “e-KMUTT” ในปีงบประมาณ 2547 ซึ่งเป็นปีแรกมุ่งเน้นในการ สร้างเนื้อหา (Content) ดิจิตอลระบบการบริหารจัดการด้าน การเรียนการสอน และการกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการนำ เทคโนโลยีมาประยุกต์เข้ากับการเรียนการสอนโดยมี โครงการนำร่อง ต่างๆดังต่อไปนี้
                         1. โครงการสรุปเนื้อหารายวิชา : เป็น โครงการสรุปเนื้อหาวิชา 50 รายวิชา ซึ่งนักศึกษาสามารถศึกษาพื้นฐานเบื้องต้นของวิชานั้นๆ ผ่านทาง Web ได้โดยใช้เวลาประมาณไม่เกิน 6 ชั่วโมง
                         2. โครงการ Classroom-On-Demand: เป็นโครงการบันทึกเทป การเรียนการสอนเต็มวิชาของวิชา 50 รายวิชา โครงการนี้มี วัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาบทเรียนก่อน และหรือทบทวนทำความเข้าใจ บทเรียนหลังการเรียนการสอน
                        3. โครงการ Learner-Led-e-learning: เป็น โครงการสร้าง บทเรียนที่ผู้เรียนสามารถศึกษารายวิชานั้นๆ ได้ด้วยตนเอง อย่างสมบูรณ์ เนื้อหาที่นำเสนอ จะต้องมีการอธิบายด้วยการสร้าง สถานการณ์จำลอง (Simulation) การสร้างภาพจำลอง (Visualization) และหรือการสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation) ที่ทำให้ผู้เรียนสามารถ เข้าใจเนื้อหาโดยไม่ต้องพึ่งคำอธิบาย หรือพึ่งน้อยมากจากอาจารย์ ผู้สอน มีบททดสอบ หรือวัดความเข้าใจ เพื่อผู้เรียนจะได้ทราบ ระดับความรู้ของตนเอง
                       4. โครงการ สารคดีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : เป็นโครงการสร้างสารคดีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ของมหาวิทยาลัย สู่ชุมชนทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
                       5. โครงการ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็ก: เป็น โครงการสร้างฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสำหรับ เด็กหรือเยาวชนไทย ซึ่งความรู้ที่นำเสนอจะเป็นรูปแบบข้อความ และภาพเคลื่อนไหว เพื่อสร้างมโนภาพหรือความเข้าใจในเนื้อหา ความรู้นั้นๆ ได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยความจำ
                      6. โครงการออกแบบและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการ ด้านการเรียนการสอน (Learning Management System; LMS): เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการกระบวนการด้านการ เรียนการสอนทั้งหมดของนักศึกษา นับตั้งแต่ ควบคุมการลงทะเบียน ติดตามความก้าวหน้า ประเมินผล เก็บผลคะแนน และรายงานผล รวมทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลทางสถิติสำหรับผู้สอนเพื่อใช้ในการ ประเมิน ความสามารถของผู้เรียนได้ด้วย นอกจากนี้ระบบ LMS ยังสามารถใช้เป็นระบบสื่อสาร เชื่อมโยงระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนในแต่ละรายวิชาได้อีกด้วย
                     7. โครงการ Knowledge Portal สำหรับนักศึกษา: เป็น ระบบที่ สามารถอำนวยความสะดวกในการค้นห้าข้อมูลเฉพาะเรื่องหรือความรู้ ในหัวข้อต่างๆ ทั้งสำหรับนักศึกษา วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือ การมีทางออก (Portal) หลักของนักศึกษาในการเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ในวิชาเรียนเทอมนั้นๆ หรือองค์ความรู้ ข่างสารอื่นๆ ที่นักศึกษาสนใจ ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศส่วนตัวที่ เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยทั้งหมด การเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา ข้อมูลให้สามารถทำได้โดยสะดวก รวดเร็ว และเป็นระบบ
                      8. โครงการ E-Magazine: เป็นผลิต Magazine ดิจิตอลเพื่อเป็นการ เผยแพร่ข่าวสารความก้าวหน้า และบทความวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สู่ชุมชน
                     9. โครงการวิจัยด้าน e-Learning: เป็น โครงการเพื่อศึกษาและวิจัย รูปแบบหรือวิธีการที่เหมาะสมของ e-learning สำหรับการเรียนการสอน ของด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของประเทศไทย

 

 

E-University สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและวางแผนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการปฏิรูปมหาวิทยาลัยและเสริมศักยภาพให้ก้าวไปเป็น e-University และเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โดยสร้างจุดเด่น และชี้นำแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแก่สังคมและชุมชนเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนวางแผนและพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทั่วถึง เพิ่มมูลค่าการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการบริหาร การเรียน การสอน การวิจัย การทำนุบำรุงศิลปะ-วัฒนธรรม ขยายโอกาสใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริการชุมชน บริหารจัดการทรัพยากร เครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ระบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) และมุ่งเป้าหมายให้เป็น e-University โดยผสมผสานกับกระบวนการจัดการแบบปกติในกรณีที่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประหยัด รวดเร็ว ปรับปรุงคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน ให้มีความทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพิ่มศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาการวิจัย เพื่อความเข้มแข็งทางวิชาการ และเพื่อทดแทนการศึกษาในระดับสูงซึ่งประเทศไทยเคยต้องพึ่งพาจากสถาบันในต่างประเทศ ส่งเสริมและพัฒนาวิชาการด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แก่สังคมและชุมชนมหาวิทยาลัย ตลอดจนเสริมสร้างบทบาทของมหาวิทยาลัยในการประสานความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศที่จะจัดตั้งขึ้นในอนาคตอย่างใกล้ชิด โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

1. การบริหารทรัพยากร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์ช่วยงาน

    1.1 สำรวจ วิเคราะห์ ปริมาณความต้องการ เพื่อให้การบริหารอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมงานทุกด้าน และทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัย

    1.2 วางแผนบริหารและจัดการทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศในภาพรวมของมหาวิทยาลัย เพื่อความประหยัดและมีประสิทธิภาพ

    1.3 พัฒนา ดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศอย่างเป็นระบบให้สมบูรณ์แบบ เพื่อรองรับวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ไม่ล้าสมัย และทันต่อความก้าวหน้าของระบบสารสนเทศในอนาคต

    1.4 พัฒนาและสนับสนุนการใช้งานเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Nontri Net) เครือข่ายของทบวงมหาวิทยาลัย (Uninet) และเครือข่ายสากล (Internet) ให้เกิดประสิทธิภาพในกิจกรรมทุกด้านของมหาวิทยาลัย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของคนให้เหมาะสม

    1.5 จัดตั้ง "กองทุนส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ"

2. การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ ประหยัด รวดเร็ว

    2.1 พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้ทั่วถึง

           2.1.1 วางแผนดำเนินการพัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศไปยังวิทยาเขตต่าง ๆ และให้สามารถรองรับระบบมัลติมีเดียได้สมบูรณ์แบบ

           2.1.2 ปรับปรุงคุณภาพและขยายบริการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้พอเพียงและทั่วถึง

           2.1.3 บริหารและจัดการเครือข่ายของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

           2.1.4 เชื่อมโยงระบบเครือข่ายอเนกประสงค์ ทั้งทางด้าน Video Conference, PABX, สถานีวิทยุบนเครือข่าย การกระจายภาพวิดีโอ

    2.2 ส่งเสริมการใช้งานข่าวสารข้อมูลบนเครือข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดย

           2.2.1 พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจและการบริหารของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

           2.2.2 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลการเงินการคลัง ระบบฐานข้อมูลเงินงบประมาณ ระบบฐานข้อมูลบุคลากร ระบบฐานข้อมูลทะเบียนนิสิต และระบบฐานข้อมูลอื่น ๆ ที่ถูกต้อง ทันสมัย

           2.2.3 ติดตั้งสถานีบริการเว็บ (Web) เพื่อใช้เผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

    2.3 พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

3. การปรับปรุงคุณภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยก้าวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

    3.1 พัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยแบบกระจาย เพื่อเน้นคุณภาพในการศึกษา

           3.1.1 สร้างระบบการเรียนการสอนทั้งแบบอะซิงโครนัส (Asynchronous) และแบบซิงโครนัส (Synchronous) ที่เรียนได้ทุกแห่งทุกเวลา และสร้างรูปแบบการเรียนแบบห้องเรียนเสมือนจริง สามารถเรียนรู้ได้ตรงตามความต้องการ

           3.1.2 จัดทำและเชื่อมโยงการให้บริการระบบห้องสมุดเสมือนจริง Vitual Library, Ditital Library เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้แบบแสวงหา

           3.1.3 สนับสนุนรูปแบบการเรียนการสอนสมัยใหม่ เพื่อการเรียนรู้ที่รวดเร็วและประหยัด

    3.2 พัฒนาและสร้างทักษะในการผลิตสื่อการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

           3.2.1 จัดอบรมความรู้ในการสร้างสื่อการสอนสมัยใหม่ให้แก่คณาจารย์

           3.2.2 จัดหาและเตรียมความพร้อมของระบบสื่อการสอนที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ

    3.3 ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมและกว้างไกล เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

           3.3.1 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษา

           3.3.2 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของกลุ่มนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

           3.3.3 สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ให้สามารถเข้าถึงความรู้เรื่องต่าง ๆ เช่น เรื่องการเกษตร

4. การเพิ่มศักยภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาการวิจัยเพื่อความเข้มแข็งทางวิชาการ

    4.1 สร้างทักษะและส่งเสริมให้มีการใช้ข้อมูลทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ทางการวิจัย

           4.1.1 พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการวิจัย

           4.1.2 จัดอบรมเสริมทักษะในการใช้เครือข่ายนนทรีเพื่อประโยชน์ในการทำวิจัยแก่นักวิจัย

           4.1.3 เสริมสร้างการใช้เครือข่ายนนทรีเป็นเส้นทางสำหรับการค้นหาข้อมูลข่าวสารงานวิจัย

    4.2 ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่องค์กร

 

 

5. การส่งเสริมและพัฒนาวิชาการด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แก่สังคมและชุมชน

    5.1 ชี้นำและให้ความรู้เทคโนโลยีใหม่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

           5.1.1 จัดอบรม สัมมนา นิทรรศการ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ผู้สนใจทั่วไป

           5.1.2 ส่งเสริมให้มีการใช้ข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัยในสังคม

           5.1.3 จัดทำเอกสาร ข่าวสาร ให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

           5.1.4 สนับสนุนนำเสนอผลงานทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

    5.2 ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ

           5.2.1 สนับสนุนการจัดทำโครงการพัฒนาวิชาการ

           5.2.2 สนับสนุนงานบริการให้คำแนะนำ และช่วยดำเนินการให้กับหน่วยงานภายนอก

           5.2.3 ให้บริการวิชาการ โดยเน้นวิทยากรบรรยายให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ

     5.3 เพิ่มขีดความสามารถและขยายโอกาสในการให้บริการวิชาการให้กว้างขวาง

ข้อดีของ E-University

  • Class work can be scheduled around personal and professional work ทำงาน Class สามารถกำหนดรอบการทำงานส่วนบุคคลและมืออาชีพ
  • Reduces travel cost and time to and from school ลดค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางไปและกลับจากโรงเรียน
  • Learners may have the option to select learning materials that meets their level of knowledge and interest ผู้เรียนอาจมีตัวเลือกในการเลือกวัสดุการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับระดับของความรู้และดอกเบี้ย
  • Learners can study wherever they have access to a computer and Internet ผู้เรียนสามารถเรียนที่ไหนพวกเขาจะสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต
  • Self-paced learning modules allow learners to work at their own pace Self - paced โมดูลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทำงานที่ก้าวของตนเอง
  • Flexibility to join discussions in the bulletin board threaded discussion areas at any hour, or visit with classmates and instructors remotely in chat rooms ความยืดหยุ่นในการเข้าร่วมสนทนาในกระดานข่าว threaded พื้นที่การสนทนาที่เวลาใด ๆ หรือไปกับเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์จากระยะไกลในห้องสนทนา
  • Different learning styles are addressed and facilitation of learning occurs through varied activities รูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน addressed และอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านกิจกรรมหลากหลาย
  • Development of computer and Internet skills that are transferable to other facets of learner's lives การพัฒนาทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่มีการโอนไป facets อื่น ๆ ของชีวิตของผู้เรียน
  • Successfully completing online or computer-based courses builds self-knowledge and self-confidence and encourages students to take responsibility for their learning online เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือหลักสูตรคอมพิวเตอร์ที่ใช้สร้างความรู้ด้วยตนเองและความมั่นใจในตนเองและส่งเสริมให้นักเรียนรับผิดชอบการเรียนรู้

Disadvantages of e-Learning ข้อเสียของ E-University

  • Unmotivated learners or those with poor study habits may fall behind เรียน Unmotivated หรือผู้ที่มีนิสัยการศึกษาไม่ดีอาจตกหลัง
  • Lack of familiar structure and routine may take getting used to ขาดโครงสร้างคุ้นเคยและประจำอาจใช้เวลารับใช้
  • Students may feel isolated or miss social interaction นักศึกษาอาจรู้สึกโดดเดี่ยวหรือพลาดทางสังคม
  • Instructor may not always be available on demand ผู้สอนอาจไม่สามารถใช้ได้ตามความต้องการ
  • Slow or unreliable Internet connections can be frustrating ช้าหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่น่าเชื่อถือสามารถทำลาย
  • Managing learning software can involve a learning curve ซอฟต์แวร์จัดการการเรียนรู้สามารถเกี่ยวข้องกับเส้นโค้งการเรียนรู้
  • Some courses such as traditional hands-on courses can be difficult to simulate บางหลักสูตรเช่นแบบแฮนด์กับหลักสูตรได้ยากที่จะจำลอง