เพราะอะไรจึงไปอินเดีย..
ปี ๒๕๑๙ เมื่อสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิ่งแรกที่คิดคือ ทำอย่างไรจะได้งานทำ ช่วยตัวเองให้ได้ วิ่งไปสมัครงานตามบริษัท และหน่วยงานต่างๆ แม้แต่ไปสอบครูที่บ้านเกิด ร้อยเอ็ด แต่ก็ไร้วี่แววว่าจะได้งาน แต่แล้ววันหนึ่ง น้องสาวที่เรียนจบปกศ.ต้น วิทยาลัยครูจันทรเกษมเกิดความคิดที่จะส่งเอกสารไปหาหลวงพี่บุญมีซึ่งเป็นพระธรรมทูตที่วัดไทยพุทธคยา เพื่อไปเรียนต่ออินเดีย เราก็งง ว่าจะไปอย่างไร ใครจะให้เงิน พ่อก็ไม่มี แม่ก็ไม่มีรายได้ มีแต่พี่ชาย พี่สาว เขาจะส่งเสียไหวเหรอ..และ อินเดีย สภาพเป็นอย่างไร ผู้คนมากมาย จะไปอยู่อย่างไร..สาระพัดคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัว

..แต่ในใจลึกๆ ก็คือ ความเป็นห่วงน้องนั่นเอง และวิธีการแก้แบบเด็กๆก็คือ ถ้างั้นส่งเอกสารของเราไปให้หลวงพี่ด้วยเผื่อได้ไปเป็นเพื่อนกัน .. แล้วน้องสาวก็เป็นคนจัดการส่งเอกสารทั้งหมดไปยังอินเดีย โดยที่ตัวเองยังงงอยู่อีกว่าน้องมันไปเอาความคิดที่จะไปเมืองอินเดียมาได้ไง ทั้งๆที่ตัวเองไม่มีอะไรเลยสักแดง คิดได้ไงเนี่ย..หลังจากให้เอกสารไปแล้ว ตัวเองก็ตะเวนหางาน แล้วก็ไปสอบครูที่โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยด้วย..พร้อมกับอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณของพ่อมาช่วยให้ลูกได้ไปเป็นครูโรงเรียนเดียวกับพ่อเถอะ เพราะเชื่อแบบเด็กๆว่า เมื่อตอนเด็กๆอยู่ประถมพ่อเคยพาไปเข้าเวรเฝ้าโรงเรียนตอนมืดๆ ต้องเดินสำรวจโรงเรียน..ตัวเองก็เกิดความภาคภูมิใจไปกับพ่อด้วยว่า มีส่วนในการทำงานกับพ่อ..อิอิ
หลังจากที่น้องได้จัดการเรื่องของเขาแล้ว โดยที่ตัวเองไม่ได้สนใจติดตามผลว่าจะออกมาอย่างไร เพราะไม่เคยคิดเรื่องการมีโอกาสไปเมืองนอก สมัยนั้น การไปต่างประเทศ สำหรับคนระดับเรา เรียกว่าระดับล่าง ไม่สมควรคิดเรื่องไปต่างประเทศอย่างแน่นอน..แล้วยิ่งเป็นเด็กรุ่น ๑๔ ตุลา กำลังแอนตี้อเมริกา แต่ไม่เคยนึกถึงอินเดียด้านลบ(เพราะนึกภาพไม่ออกว่าอินเดียเป็นอย่างไร..รู้แต่หนังแขกรามเกียรติ์)ไม่นานก็มีข่าวมาพร้อมกันทีเดียวเลยว่า หลวงพี่ไปขอแอดมิชชั่นให้เราไปเรียนต่อโทที่มหาวิทยาลัยมคธได้ ส่วนของน้องไม่ได้..(แต่จริงๆแล้ว ท่านคงไม่ได้ติดต่อระดับป.ตรีให้ ภายหลังก็รู้ว่า ท่านมีเหตุผล เพราะระดับป.ตรี เป็นระดับที่เด็กแขกเขาเรียนด้วยภาษาแขก หากเราไปเรียนร่วมกับเขา ในเมืองคยา รับรองว่าไม่ได้อะไรแน่นอน และเสียเวลาสำหรับผู้ไปเรียนเป็นแน่แท้ ที่สำคัญไม่รู้เรื่องนั่นเอง...)และในวันเดียวกัน เราก็ได้รับโทรเลขเรียกตัวให้ไปรายงานตัวเป็นครูที่โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย...เอาละซิ จุดเปลี่ยนของชีวิต ทำไมต้องให้เราตัดสินใจยากเยี่ยงนี้...
ตัดสินใจเอง เลือกเอง วิเคราะห์เอง..
วันที่ต้องตัดสินใจก็มาถึง หลังจากรับเรื่องทั้งสองในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็ต้องให้คำตอบว่าจะทำอย่างไรดี
แล้วจะมาต่อนะคะ..
สวัสดีค่ะ
ไว้เขียนต่อนะคะ มีคนรออ่านค่ะ
ขอบคุณคะคุณณัฐรดา..เกรงใจว่ามีผู้มาเยี่ยมแล้ว เลยต้องมาร่ายต่อ..อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ เพราะตัวเองอยากบันทึกความทรงจำไว้ก่อนนานกว่านี้จะจำความรู้สึกเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมาไม่ได้..เริ่มเป็นสว. ก็จะพูดแต่อดีต หุหุ
เพราะฟ้าบันดาล.
ชื่อดีมากจะรออ่านต่อครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกร่วมด้วยค่ะ เพราะเชื่อว่าชีวิตเราทุกคน
ต้องมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่า ฟ้าบันดาล จริงๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ จะรออ่านต่อค่ะ