...สวัสดีค่ะ
   สำหรับวันนี้เราก็มาต่อกันจากเรื่องที่แล้วกันน่ะค่ะ สำหรับแนวคิดในวันนี้ก็คือ 4 สิ่งที่ “ไม่ควรเป็น” ค่ะ

4 สิ่งที่"ไม่ควนเป็น"

1.ไม่เป็นนกแก้ว (parrots) นกแก้วเค้าพูดเก่งค่ะ ฝึกให้พูดอะไรก็พูดอย่างนั้น แต่จะรู้เรื่องไหมว่าตัวเองพูดอะไร นี่ก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้ ดังนั้น การที่เราถูกฝึกให้ท่องจำคำศัพท์และความหมายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถนำมาประมวลผลเพื่อใช้ในการอ่าน (หรือแม้กระทั้งเขียน) ได้นั้น เราก็คงไม่ต่างอะไรจากคุณนกแก้ว กฎสำคัญอย่างหนึ่งของการพัฒนาทักษะด้านการอ่าน นั้นก็คือการหลีกเลี่ยงอาการ “นกแก้ว” ที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แต่ไม่อาจส่งสาร-รับสารอะไรได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

2.ไม่เป็นปลาทอง (goldfish) แม้จะมีผลการทดลองออกมาแล้วว่า ปลาทองน่าจะมีความทรงจำกับเขาอยู่บ้าง (อย่างน้อยก็ 24 ชั่วโมง.) แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่าปลาทองน่ะขี้ลืมเอามาก ๆ หรืออาจจะถึงขั้นจำอะไรไม่ได้เอาเสียเลย ดังนั้น ก็อย่าให้ใครเรียกได้ว่าเป็นปลาทองได้เชียวล่ะ แม้การเป็นนกแก้วจะเป็นเรื่องไม่พึงประสงค์ แต่อะไรที่ผ่านหูผ่านตาบ้างแล้ว เราก็ต้องมีการจดจำบ้าง ไม่ใช่ผ่านมนแล้วเลยไป เพราะเราไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในตู้ปลาตลอดเวลาเหมือนกับคุณปลาทองนี่ค่ะ จะได้ต้องคอยลบความทรงจำ (memories ) ของตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่จะไม่ต้องเบื่อหน่ายจนขาดใจตายเวลาว่ายวนมาที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

3.ไม่เป็นวัวกระทิง (bulls) นึกภาพเวลากระทิงเห็นผ้าแดงที่สะบัดพัดปลิวของมาธาดอร์ (matador) สิค่ะ ช่างดูโหดร้ายและน่าขนพองสยองเกล้าใช่ไหมล่ะ แต่ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาที่ทำให้วัวกระทิงมักต้องพ่ายแพ้ต่อมาธาดอร์ในที่สุดก็คือ อาการไร้สติเวลาที่โกรธกริ้วของมัน อารมณ์อันพลุ่งพล่าน ทำให้มันไม่สามารถจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้อย่างมีสติ ฉันใดก็ฉันนั้น เวลาโดนยั่วโมโหด้วยประโยคยาวยืดหรือซับซ้อน คุณก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการแปลงร่างเป็นวัวกระทิงเข้าไว้ เพราะมันจะทำให้คุณพ่ายแพ้ต่อตัวหนังสือที่อยู่ข้างหน้าในที่สุด

4.ไม่เป็นสิงโต (lions) น้อยคนนักที่จะรู้จักสิงโตตัวผู้นั้นสุดแสนจะขี้เกียจ ภายใต้ภาพลักษณ์อันแสนจะสง่างามและแผงคออันชวนหลงใหล (สำหรับสิงโตตัวเมีย) พวกมันนอนรอให้ศรีภรรยาไปหาอาหารมาให้กิน! พฤติกรรมของมันนั้นแตกต่างจากพวกลูกนกเล็ก ๆ ที่หาอาหารเองไม่ได้ต้องรอให้พ่อแม่มาป้อน เพราะคุณสิงโตน่ะ เติบใหญ่จนแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว ลักษณะ “ชอบหวังพึ่งคนอื่น” แบบชั่วชีวิตของสิงโตตัวผู้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำตามเป็นอย่างยิ่งค่ะ เราในฐานะนักอ่านต้องพยายามเสาะแสวงหา “อาหารสมอง” ด้วยตัวเอง โดยการจดจำ ทบทวน และค้นคว้า เพราะคงไม่อาจหวังให้คนอื่นเค้าหามาป้อนได้ตลอดไป(แหม...ก็เราไม่ใช่สิงโตนี่ค่ะ)

...ในที่สุดเราก็ได้จบในเรื่องของ 4 อย่างที่ "ไม่ควรเป็น"กันแล้วน่ะค่ะ ดิฉันหวังว่าท่านผู้อ่านคงจะได้นำเทคนิคดี ๆ อย่างนี้ไปทดลองใช้ในการพูดภาษาอังกฤษของตัวเองกันน่ะค่ะ...