ดอกเอื้องสามปอย บ่เกยเบ่งบานบนลานพื้นดิน


 

ผักกาดจอ01


เสวนาธรรมนำสุข : ผักกาดจอสุดยอดอาหารของล้านนาที่สูงค่าเส้นใย

——————————————–

ด้วยความที่เป็นคนเมืองเชียงใหม่ ลูกข้าวนึ้ง ๑๐๐ % จึงอดไม่ได้ที่จะมีความลำเอียงในความรัก ความนิยม ชื่นชมศิลปิน ในท้องถิ่นเป็นอันดับหนึ่ง วันนี้หยิบหนังสือชื่อ  อื่อ จา จา ของ   สิเหร่ และ ฌาน ที่เล่าขานเรื่องราวของ  จรัล  มโนเพ็ชร มานั่งอ่าน ย้อนรอยไปในอดีต ถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปินคนเมืองเชียงใหม่  อ่านไปก็เหมือนจะได้ยินเสียงเพลงผักกาดจอ แว่วดังมากับสายลม(อาจเพราะเป็นเพลงแรกของอ้ายจรัลที่ผู้เขียนได้ยินแล้วนึก ชอบเปิ้ลทันที)

“บ้านอ้าย เป๋นตูบติดดิน ส่วนบ้านยุพินเป๋นบังกะโล  อ้ายเดิน เซซัด เซโซ  น้องใส่เตี่ยวในวาโก้ อ้ายใส่เตี่ยวโหลต๋าแมวลอดบ่วง……”

เริ่มต้นเพลงขึ้นมา เหมือนจะเป็นเพลงรักสนุก ๆ ที่บอกความแตกต่างทางฐานะระหว่าง ดอกไม้กับนายกระจอก เนื้อหาทำท่าว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่…พอฟังมาถึงมัชฌิมะท่อนกลางเพลง กลับหักมุมไปสู่วัฒนธรรมพื้นบ้านเรื่องอาหารการกินได้อย่างน่ารัก “ผักกาดจอ…

โอ้ย  กั๋วแล้ว   กั๋วแล้ว   กั๋วแล้วเจ้าข้า   กั๋วนัก   กั๋วหนา   กั๋วจอผักกาด    ตื่นเช้าขึ้นมา ศรีมอย (ชื่อนี้แสดงว่าเป๋นคนผิวงาม) ไปกาด .. ซื้อผักกาดมาจอ”

และถึงแม้ว่า จะบ่มักอยากจะปฏิเสธสักเพียงใด ก็ยากแก่การหลีกเลี่ยง เพราะตุ๊ลุงทองบอกว่าผักกาดเป็นพืชล้มลุกที่งอกงามได้ทุกฤดูกาล ฝนตกน้ำท้วมก็ไม่กระทบกระเทือน จึงเป็นอาหารที่อยู่คู่ชีวิตคนเมืองมายาวนาน   แหม..ไปที่ไหน ๆ ใคร ๆ เขาก็กินกัน … อ้ายจรัลจึงบอกว่า

“อ้ายไปแอ่วสาวบ้านเหนือ  สาวมักคั่วมะเขือกับผักกาดจอ  พออ้ายไปแอ่วสาวที่บ้านใต้ (นึกว่าจะพ้น) “สาวซ้ำมักต้มไข่  กับผักกาดจอ
เดินออกมาเจอสาวหน้าขาว เกือบจะทักว่า “มาจากกรุงเทพฯหรือครับ” คำตอบที่ได้ก็คือ  น้องสาวหน้าขาวอะล่องฉ่องนั้นเขามักน้ำพริกอ่องกับผักกาดจอ”  ขนาดยากตะโกนออกมาดัง ๆ ยังต้องบอกว่า “กึ๊ดไปเป๋นดีไค่หุย  กิ๋นยาหมูตุ้ยกับผักกาดจอ” (ไม่รอด..)

หากจะพิจารณาดูให้ดีแล้วจะเห็นว่า ผักกาดจอเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีเส้นไยไฟเบอร์สูง (ไม่ใช่หลังคารถเน้อ) จึงช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี และแม้จะใส่น้ำต้มกระดูกหรือหมูสามชั้น ก็ไม่ทำให้อ้วน  เพราะไขมันถูกส้มมะขามที่ฝักงอ ๆ ขจัดทำลายไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ให้ข้อคิดมาก ๆ อีกเพลงหนึ่งก็คือ ล่องแม่ปิง ดอกบัวตองนั้น บานอยู่บนยอดดอย  ดอกเอื้องสามปอย บ่เกยเบ่งบานบนลานพื้นดิน
อาจเป็นเพราะความเป็นคนมีอัธยาศัยดี เป็นมิตรกับคนอื่นได้ง่ายของคนเมือง จึงทำให้หนุ่มๆต่างถิ่น เอาความงามของสาวน้อยเชียงใหม่ไปเทียบเป็น เอื้องเหนือบ้าง กุหลาบเวียงพิงค์บ้าง อ้ายจรัลจึงร้องเพลงบอกว่า ขอให้เป็นดอกเอื้องสามปอยเน้อ ขณะเดียวกันก็บอกว่า หากเรารักและปฏิบัติตนได้เหมาะสมแก่ฐานะดังว่าแล้ว  แม้จะอยู่ป่า อยู่บ้านนอกเพียงใดก็ไม่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะ ไม้ใหญ่ไพรสูงนกยูงมาอยู่กิ๋น

เมื่อก่อนได้ยินก็คือได้ยิน  ไม่มีอะไร? ฟังเอาม่วน แต่วันนี้กลับรู้สึกว่าเนื้อหาของเพลงมีความหมาย ให้ข้อคิดที่แฝงอยู่กับความม่วนได้ลึกซึ้งดี  วันนี้จะทานอาหารกับ  จอผักกาด ก็ไม่ห้ามตามศรัทธา แต่ถ้าจะส่งไปถวายที่วัดกรุณาอย่าบอกล่วงหน้า เพราะคนโบราณท่านถือว่า ใส่บาตรบ่ดีถามตุ๊ (ถ้ารู้..ตุ๊จะบ่ว่าง)