เริ่มจากการบินไทยฉลองครบรอบ ๕๐ ปี เสนอโปรโมชั่นหลากหลาย ผมในฐานะสมาชิกบัตรทองและสะสมไมล์ไว้พอสมควรจึงได้รับข่าว แต่ผมไม่สน คนสนคือสาวน้อย และด้วยความรอบรู้เรื่องนี้ของสาวน้อย และกระตุ้นให้ผมติดต่อการบินไทย เราก็ได้ตั๋วฟรีชั้นธุรกิจ ๓ ใบ บินไป-กลับกรุงเทพ-ซิดนีย์ ตามที่เราต้องการ คือไปค่ำวันที่ ๑๔ กลับวันที่ ๒๐ ก.ย. ๕๓
ตั๋วบินฟรีนั้น อย่าคิดว่าฟรีแบบไม่เสียเงินเลยนะครับ เราต้องเสียค่า “ภาษี” (ไม่ทราบว่าภาษีอะไรบ้าง แต่เจ้าหน้าที่การบินไทยเขาเรียกค่า tax) คนละหมื่นเศษๆ ครับ
สมัยนี้ใครพูดอะไรอย่าคิดว่าจะตรงกับที่เราเข้าใจ ต้องถามกลับว่าที่ว่าฟรีนั้นเราต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง เมื่อเขาตอบ เราก็ต้องถามย้ำกลับไปใหม่ว่า ที่ต้องจ่ายนั้นหมดแค่นี้ใช่ไหม
เราจะไปเที่ยวออสเตรเลีย ๕ วัน ๕ คืนครับ และอยู่บนเครื่องบิน ๑ วัน ๑ คืน ขาไปเป็นกลางคืน ขากลับเป็นกลางวัน โดยกำหนดเป้าหมายเป็นทัวร์ธรรมชาติและวัฒนธรรมตามธรรมเนียมผู้สูงอายุ คือไม่ใช่ธรรมชาติแบบกลางแจ้งเล่นบันจี้จั๊มพ์ แล่นเรือใบ เซิร์ฟคลื่น ดำน้ำเล่นกับปลาฉลาม เราเจียมตัวว่าแก่แล้วและสาวน้อยก็ไม่ชอบ (แม้ผมจะชอบก็ต้องตามใจเมียนะครับ)
โชคดีที่ “เลขา” ว่างและใจดีที่จะร่วมเดินทางไปเป็นโชเฟอร์ เธอมีใบขับขี่สากลอยู่แล้ว
ได้ตั๋วแล้วก็ต้องเตรียมทำวีซ่า หาที่พัก วางแผนเที่ยว ซึ่งก็มี ๒ แบบ คือเที่ยวเอง กับไปจับทัวร์ที่โน่น
ผมมีหนังสือคู่มือท่องเที่ยวออสเตรเลียเก่า ๑๐ ปี อยู่เล่มหนึ่ง รีบยกให้สาวน้อยเอาไปอ่านและวางแผนต่างๆ ในฐานะหัวหน้าคณะ และซื้อ eBook เล่มหนึ่งทางอินเทอร์เน็ต เอามาเก็บไว้ใน iPad ว่างเมื่อไรก็เอามาค้นและอ่าน นอกจากได้ใช้เตรียมไปเที่ยวแล้ว ยังใช้ศึกษาหาความรู้ว่าหนังสือนำเที่ยวแบบ eBook มันเป็นอย่างไร ใช้สดวกอย่างไร มันดีจริงๆ นะครับ มันมี ลิ้งค์ เต็มไปหมด ให้เราหาข้อมูลและติดต่อได้เลย ยุค cyber นี่สะดวกจริงๆ ในการหาข้อมูล
ผมเล็งแล้วเล็งอีก ว่าจะไปนอนแถว บลูเมาท์เท่น สัก ๒ คืน ซึมซับธรรมชาติให้หนำใจ ผมเกิดมาเป็นเด็กบ้านนอกอยู่กับท้องทุ่ง ฝังใจกับชีวิตกลางแจ้ง เป็น “หนุ่มบ้านนอก” มาร่วมชีวิตกับ “สาวชาวกรุง” ก็ต้องปรับตัวระงับความอยากส่วนตัว ผ่อนปรนเข้าหาชีวิตกรุง และรู้สึกขอบคุณสาวน้อย ที่เขาอาจจะปรับตัวมากกว่าผมเสียอีก
ส่วนนั้นเสร็จในวันที่ ๓ ส.ค. ๕๓
เช้าวันที่ ๔ สาวน้อยบอกว่าสามารถไปจับทัวร์ในประเทศได้สบาย เขาค้นพบ Gray Lines Tour อันเลื่องชื่อ ซึ่งถ้าเราเลือกเที่ยวแบบนี้ก็สบายไปเลย แต่ก็ตกคนละหลายหมื่น ตอนแรกเราคิดกันว่า ทัวร์แบบนี้เหมาะสำหรับคนแก่ดี คือมีคนดูแล ไม่ต้องดิ้นรนเอง
ลูกสาวคนโตเคยไปเที่ยว บลูเมาท์เท่น มาแล้ว เขาไม่แสดงความประทับใจมากนัก ซึ่งนี่คือความแตกต่างในรสนิยมเฉพาะบุคคล และความแตกต่างระหว่างรุ่น
วันอาทิตย์ที่ ๘ ส.ค. ๕๓ เรามีเวลาว่างค้นหาทางเลือกในการ ท่อง (เดินทาง) เที่ยว และพัก ด้วยพลังต่อสาย (connected world) ของ อินเทอร์เน็ต เราปรึกษา “อาจารย์กู๋” หนังสือ “Australia Eyewitness Travel Guides” ที่ผมซื้อเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว และ eBook “Lonely Planet Australia Country Book” เราตัดสินใจว่า เมื่อไปถึงสนามบิน ซิดนีย์ ก็ไปรับรถเช่า (จองก่อน) ๕ วัน แล้วขับระยะทาง ๑๐๐ กม. เศษ ใช้เวลา ๒ ชม. ไป Blue Mountains เลย เรากะจะไปค้างที่ Blackheath ๓ คืน เล็งว่าจะพักที่ Jemby-Rinjah Ecolodge ซึ่งอ่านจาก เว็บไซต์แล้วน่าสนใจดี จะได้เรียนรู้วิธีจัดที่พักแบบเน้นธรรมชาติป่า เที่ยวบริเวณ Blue Mountains ให้หนำใจ แล้วจึงไปพักและเที่ยวที่อื่นอีก ๒ วัน
กว่าแผนจะยุติเป็น “คำตอบสุดท้าย” เราคงจะเปลี่ยนใจอีกหลายยก แค่เตรียมตัวไปเที่ยวก็สนุกแล้ว ที่ไม่สนุกคือต้องตัดใจกับภารกิจและนัดต่างๆ ออกไปหมด ถ้าตัดใจไม่ได้ก็ไม่ได้ไป
วิจารณ์ พานิช
๘ ส.ค. ๕๓
ตัดใจเถอะค่ะ..จะได้ไปเที่ยวให้สนุกกับ "สาวน้อย" และมีเรื่องเล่าให้คอยอ่านค่ะ
ยินดีที่อาจารย์ได้ไปพักผ่อนสไตล์อาจารย์และสาวน้อย กลับมาคงได้ยินเรื่องเล่าดีๆ ได้ใช้โอกาสแลกตั๋วไปเซี่ยงไฮ้มาเหมือนกัน ก็เสีย tax แบบเดียวกัน ไม่ได้ฟรีจริงแบบเรียนฟรี 12 ปีค่ะ