วันที่ ๒ ส.ค. ๕๓ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ   สังคมแห่งชาติ โดยมูลนิธิพัฒนาไท, คณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชนแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดการประชุมระดมความคิดที่ อิมแพ็คท์ เมืองทองธานี เพื่อระดมความคิดเรื่อง “ความคิดเห็นเพื่อร่วมสร้างประเทศไทยน่าอยู่ โดยสถาบันอุดมศึกษา”   ที่เป็นข้อคิดเห็นจากคนในวงการอุดมศึกษาเอง   มีคนเข้าร่วมประมาณ ๒๐๐ คน   กำหนดการประชุมและรายละเอียดของการจัดการประชุมอ่านได้ที่นี่


          ผมไปร่วมในครึ่งหลัง ในช่วงบ่าย เพื่อร่วมกับผู้นำกลุ่ม สรุปความเห็นเชิงปฏิบัติ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลและต่อสังคมไทย    ว่าอุดมศึกษาจะร่วมสร้างบ้านเมืองของเราอย่างไร   เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลและทุกฝ่ายในสังคมไทยได้รับทราบว่าจะสร้างเครือข่ายความร่วมแรงร่วมใจนี้อย่างไร   ให้เกิด synergy ในการลงมือทำอย่างสร้างสรรค์    และให้ฝ่ายดูแลส่งเสริมระบบอุดมศึกษาได้หาทางสร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน” เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาทำงานเพื่อบ้านเมืองครั้งนี้ได้อย่างมีพลังยิ่งขึ้น    ในลักษณะที่สถาบันอุดมศึกษา ทำงาน/สร้างสรรค์ อย่างอิสระ แต่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกัน    มุ่งสู่ภาพใหญ่คือความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง ในลักษณะ “ประเทศไทยน่าอยู่”   และผมเติมว่า “อยู่รอด” ไม่แตกสลายเพราะรบกันเอง   โดยผมเป็นผู้ดำเนินรายการในช่วง ๑๔ – ๑๖.๐๐ น. 

          ผมใฝ่ฝันถึงขนาดที่จะอาศัยขบวนการเพื่อบ้านเมืองครั้งนี้เป็นเครื่องมือปฏิรูปอุดมศึกษา    และเป็นเครื่องมือสร้างเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ในลักษณะที่มีทั้งความไม่เป็นทางการและความเป็นทางการอยู่ด้วยกัน

 

          เช้ามืดของวันประชุมผมจึงส่ง อี-เมล์ ถึงผู้จัดการประชุมดังนี้  

          “เรียนท่านรองฯ สุวรรณี และ ผอ. อ้อย ที่นับถือ
          ขอหารือ (โดยขอให้ตรวจสอบกับ อ. หมอประเวศด้วย) ว่า    ในช่วงบ่ายวันนี้ ที่ผมดำเนินรายการ    ผมจะสร้างความเข้าใจร่วมกันว่า ข้อเสนอที่ให้ไว้ในที่ประชุมนี้ เป็นการแสดงความมุ่งมั่นของตนเองเพื่อบ้านเมือง    แสดงต่อสังคมไทยทั้งมวล (ไม่ใช่เพียงแค่เสนอต่อนายกรัฐมนตรีและ รมช. ศึกษาธิการ)    เป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการในอนาคต    ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการร่วมเครือข่ายร่วมสร้างสรรค์ประเทศไทยให้น่าอยู่และเข้มแข็ง ของทุกภาคส่วน    ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลใด หรือพรรคใด   เรามุ่งมั่นลงมือทำร่วมกันในอุดมการณ์พรรคเดียวคือพรรคประเทศไทย 
จะเหมาะสมไหมครับ

วิจารณ์”

 

          ไม่มีคนตอบ อี-เมล์ แต่เมื่อไปถึงงานในช่วงบ่าย ผมก็ได้ไฟเขียวจากผู้เกี่ยวข้องทุกคนให้ผมกล่าวถ้อยคำตัวอักษรสีน้ำเงินได้   และเมื่อกล่าวแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีรับลูกแสดงความเห็นด้วยอย่างเต็มที่

 

          การนำเสนอของตัวแทนมหาวิทยาลัยทั้ง ๕ กลุ่มไปในแนวทางเดียวกัน   คือแสดงเจตนารมณ์หรือความมุ่งมั่นที่จะร่วมทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศไทย   เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ศ. นพ. ประเวศ วะสี ที่จะมีการทำงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น  ในลักษณะหนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัด
 

          สรุปว่าที่ประชุมจบลงด้วยความชื่นมื่น ว่าจะมีการร่วมมือกันทำเพื่อบ้านเมือง   ในการดึงเอาอุดมศึกษาเข้ามาใกล้ชิดสังคมยิ่งขึ้น   โดย สกอ. / กกอ. จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวิชาการ ที่เรียกว่าวิชาการสายรับใช้สังคมไทย ขึ้นรองรับ   ผมได้เสนอเงินที่รัฐบาลจะต้องจัดสรรตามที่เคยบันทึกไว้ที่นี่   ที่ถือเป็นเงินกุ้งฝอย ใช้ตกปลากะพง   คือเพื่อสร้างระบบอุดมศึกษารูปแบบใหม่ที่ทำงานรับใช้เป็นเนื้อเดียวกันกับสังคมไทย   หรือเพื่อปฏิรูปอุดมศึกษา    ให้อุดมศึกษาเข้าไปทำงานปฏิรูปประเทศไทยนั่นเอง   

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒ ส.ค. ๕๓

 

บรรยากาศในห้องประชุมถ่ายจากเวทีผู้นำเสนอ

 

 อดีตรองนายกฯไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กำลังอภิปราย