กว่าจะมาเป็นเส้นไหม

                                      

กว่าจะมาเป็นเส้นไหม

            บันทึกนี้เป็นบันทึกที่มีความตั้งใจอยากจะเขียนมากเป็นพิเศษเพราะเป็นเรื่องราวใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามมานาน นั่นก็คือเรื่องของภูมิปํญญาท้องถิ่นที่ถือว่าเป็นมรดกตกทอดที่ถูกถ่ายทอดแบบคนสู่คนรุ่นสู่รุ่น นั่นก็คือเรื่องราวของเส้นไหมที่ถูกนำมาถักทอเป็นเครื่องห่อหุ้มร่างกายให้หายหนาวและปกปิดสภาพความจริงที่ไม่น่ามองของคนเรา

       เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่นี่ หมู่บ้านไหมไทยเฉลิมพระเกียรติ บ้านหว่านไฟ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดร้อยเอ็ดไม่ไกลนัก ได้พลขับอย่างครูเป้ และผู้ชำนาญทางอย่างครูพี่ใหญ่ หลังจากล้อเคลื่อนจากโรงเรียนประมาณสามสิบนาทีกว่า ๆ ก็ถึงทางเข้าหมู่บ้านอันเป็นที่หมายใฝ่ไปเรียนรู้

นี่ไงหละที่หมายปลายทางที่มาถึง ตรงนี้เป็นอาคารสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์

คุณยายสะอาด  ฉวีโรจน์ ประธานศูนย์ และทีมงาน(หนึ่งท่าน) ทำหน้าที่เป็นวิทยากรนำพาพวกเราลัดเลาะเรียนรู้ไปตามรั้วบ้าน ใต้ถุน ริมทาง และที่กว้าง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของไหมอย่างภาคภูมิทั้งความรู้และจิตใจของการเป็นผู้ให้

            เริ่มต้นบทเรียนกันเลยคุณยายเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ขั้นตอนเเรกของการเตรียมการผลิตอาหารของหนอนไหมนั่นก็คือการปลูกต้นหม่อน

          ตามด้วยชมโมเดลอุปกรณ์การผลิตผ้าไหมแบบครบถ้วนกระบวนความ ไล่เรียงไปตั้งแต่ต้นจนจบ


           จากนั้นก็เดินตามเส้นทางการเรียนรู้ ตามฐานการเรียนรู้ที่เรียงรายอยู่สองข้างทางในหมู่บ้านนั่นเอง

           คุณยายยังคงติดตามให้คำแนะนำอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยตลอดเส้นทางอย่างดีเยี่ยม

          จากนั้นก็ไปดูของจริงกันครับ

หนอนไหมตัวเป็น ๆ ครับ  ชินเมโจได๋

คำเตือนใครกลัวหนอนโปรดรีบผ่านเลยไปครับ

เด็ก ๆ ลองเก็บใบหม่อนอาหารอันโอชะของเหล่าตัวหนอนที่นอนรอคนมาป้อน

       เมื่อวันเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนไปจากหนอนไหมกลายเป็นดักแด้เหลืองอร่าม

          คุณยาย(ยัง)สาวไหมให้ดูอย่างช่ำชองด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน

ลองสาวดูบ้างอยากง่ายขนาดไหน

 

กว่าจะได้ออกมาเป็นเส้นไหม ที่สวยงามอย่างที่เห็น กว่าจะเป็นผ้าไหมให้สวมใส่ กว่าจะเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินเงินทองได้ คงต้องใช้ทั้งความรักและความใส่ใจในการทำ

        บันทึกนี้เป็นทึกทึกที่ถือว่ายาวมาก(ด้วยภาพ)บันทึกหนึ่งที่พยายามเขียน แต่หากเทียบกับกระบวนการที่จะได้มาซึ่งหนึ่งเส้นนั้นคงเทียบกันไม่ติด ขอยกย่องสรรเสริญชื่นชมเหล่าผู้สืบทอดภูมิปัญญาทั้งหลายที่ยังคงอยู่ทั่วทุกย่อมหญ้าของประเทศ และได้ถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นลูกรุ่นหลานเหลนโหลนหล่อนกันต่อไป...