ศีลห้า : การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์วิถีพุทธ
โรงพยาบาลแม่ทา จังหวัดลำพูน
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่ทาจำนวน 48 คน ที่ผ่านการเรียนรู้ในหลักธรรมดังกล่าวข้างต้นได้น้อมนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน ประสบผลสำเร็จอย่างมากในการแก้ไขปัญหาในภาพรวมทั้งตัวบุคคลและองค์กรทำให้คุณภาพชีวิตด้านกายและใจดีขึ้นอย่างชัดเจนส่งผลให้หน้าตาเบิกบาน แจ่มใส บุคลิกภาพเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเพราะรู้สึกมีความสุข มีคุณค่าในชีวิตตนเอง และครอบครัว มีคุณค่าต่อ ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มีพลังใจที่เข้มแข็ง องอาจ มั่นใจในตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้แก่สังคม มีความสำเร็จในชีวิต โดยสรุปเรื่องราวการทำความดีของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่ทา และผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต พอสังเขปดังนี้
1. นายสุจินต์ อาจหาญ อายุ 47 ปี ตำแหน่ง นายช่างเทคนิคชำนาญงาน
เข้ารับการอบรมคุณธรรมจริยธรรม (ศีลห้า) เมื่อวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2552 ( รุ่นที่ 1 ) ก่อนเข้ารับการอบรม มีพฤติกรรม ผิดศีล ทั้ง 5 ข้อ
ศีล ข้อ 1 การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต กระทำมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เริ่มจำความได้ เช่น ยิงนก ตกปลา ฆ่าสุนัข แมว ไก่ เพื่อใช้ทำเป็นอาหารบ้าง เพื่อความสนุกสนาน และที่สำคัญคือ เพื่อระบายความโกรธแค้นให้กับตนเอง กระทำมากมายจนนับครั้งไม่ถ้วน
ศีล ข้อ 2 การลักทรัพย์ เช่น ตอนเด็กๆ ขโมยเงินพ่อแม่ เมื่อมีงานทำ ขาดวินัยที่ดี ไม่อุทิศตนทำงานเต็มเวลาราชการ เบียดเบียนเวลาของทางราชการ บางครั้งนำสิ่งของของทางราชการไปใช้ส่วนตัว
ศีล ข้อ 3 การประพฤติผิดในกาม อายุ 17 ปี ระหว่างที่ศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) มีภรรยาคนแรกโดยไม่สนใจคำเตือนของพ่อ-แม่ ญาติ พี่น้อง ต่อมาแยกทางกัน และมีภรรยาคนต่อมาเรื่อยๆ จนถึงภรรยาคนปัจจุบัน เป็นคนที่ 5 มีบุตรชาย 1 คน หญิง 1 คน
ศีล ข้อ 4 การพูดเท็จ พูดส่อเสียด ชอบพูดให้ร้ายคนอื่น ทำผิดศีลตั้งแต่ข้อที่ 1 – 3 ทำให้ผิดข้อ 4โดยอัตโนมัติ สังเกตจากเมื่อพูดอะไรให้ใครฟัง ไม่ค่อยมีคนเชื่อถือ
ศีล ข้อ 5 สุราและอบายมุขทั้งหลาย เช่น ดื่มสุราทุกวันจนถึงวันอบรม เล่นไพ่ หวยใต้ดิน มาโดยตลอด แต่ไม่สูบบุหรี่และไม่ยุ่งเกี่ยวกับติดยาเสพติด
ในขณะที่เข้ารับการอบรมฯ เริ่มได้คิด และได้เห็นเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ และเวรกรรมต่างๆ ที่ได้กระทำไปเป็นกรรมหนักๆทั้งสิ้น จะต้องชดใช้ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ผลกรรมนั้นกลับมาสนองตนเองหรือส่งผลถึงครอบครัวหรือไม่ จึงเลือกหนทางใหม่ในชีวิตด้วยการไม่กระทำชั่ว เพียรทำความดี และทำจิตใจให้ผ่องใส
หลังจากผ่านการอบรม ปฏิบัติ ศีลห้า ครบทุกข้อ เมื่อเลิกฆ่าสัตว์และเบียดเบียนผู้อื่น สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือ มีเมตตามากขึ้น มองสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนร่วมโลก และมีหนึ่งชีวิตเหมือนกัน มีความรักให้กับเพื่อนร่วมโลก มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เลิกดื่มสุรา เลิกอบายมุขทุกชนิด สิ่งสำคัญคือการเป็นครูสอนศีลห้า ให้กับคนในครอบครัว คนใกล้ชิด เพื่อนร่วมงานและบุคคลอื่นๆเท่าที่มีโอกาส ผลจากการเลิกอบายมุขทุกชนิดทำให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น ลูกๆเชื่อฟัง สุขภาพดีขึ้น มีคนให้ความเชื่อถือ เคารพนับถือ และตั้งปณิธานที่จะปฏิบัติตนอยู่ในศีลห้า เช่นนี้ไปตลอดชีวิต
2. นายศรี ธรรมชัย อายุ 41 ปี ตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
เข้ารับการอบรมเมื่อวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2552 ( รุ่นที่ 1 ) ก่อนเข้ารับการอบรมใช้ชีวิตไปในทางที่ผิด (มิจฉาทิฐิ) มีพฤติกรรมที่ผิดศีลห้า รวม 4 ข้อ ดังนี้
ศีล ข้อ 1 การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เช่น สุกร สุนัข เป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลา นก หนู มดแมลง ไม่มีละเว้น เพื่อความสนุก เป็นอาหาร ขายแลกเป็นเงิน
ศีล ข้อ 2 การลักทรัพย์ ในวัยเด็ก ขโมยผลไม้ของสวนข้างบ้านมารับประทาน บางครั้งซื้อสุราดื่มแล้วไม่จ่ายเงิน เนื่องจากเมาขาดสติ พูดไม่รู้เรื่อง
ศีล ข้อ 4 การพูดเท็จ มีพฤติกรรมพูดโกหก พูดเท็จอยู่บ่อยๆ ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา
ศีล ข้อ 5 สุราและอบายมุข ติดสุราเรื้อรัง ดื่มทุกวันและตลอดทั้งวัน ป่วยเป็นโรคติดสุราเรื้อรัง บางครั้งสติฟั่นเฟือน ประสาทหลอน ป่วยหนักจากการดื่มสุราจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกภาคทัณฑ์จากผู้บังคับบัญชาว่า ถ้ามีพฤติกรรมดื่มสุราจนขาดสติไม่สามารถทำงานได้จะไล่ออกจากราชการ หลังออกจากโรงพยาบาลครั้งนี้ยังดื่มสุรา จนต้องเข้ารับการรักษาซ้ำอีกที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดเชียงใหม่ รวม 2 ครั้ง ออกจากศูนย์บำบัดยาเสพติดยังคงกลับมาดื่มสุราเหมือนเดิม ขาดสุราไม่ได้ ถ้าไม่ได้ดื่ม จะมีอาการทุรนทุราย ทุกข์ทรมานมาก เมื่อดื่มสุราจนขาดสติ สิ่งที่ตามมาคือ การเล่นการพนัน ไพ่ ไ ฮโล มวย ฟุตบอล รวมทั้งการพนันอื่นๆทุกชนิด มีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นอยู่เป็นประจำจนทำให้พ่อแม่ พี่ น้อง เอือมระอา บิดามีอายุมากแล้วและป่วยหนักแต่ไม่เคยสนใจดูแลเอาใจใส่ในฐานะบุตรชาย กลายเป็นขยะของสังคมและครอบครัว
เมื่อมีโอกาสได้อบรมเรียนรู้เรื่อง ศีลห้า ตั้งสติทบทวนพฤติกรรมในอดีตที่ผ่านมา รู้สึกสำนึกผิด ในขณะที่เข้ารับการอบรม ตั้งใจแน่วแน่ว่า ศีลทั้ง 5 ข้อต้องปฏิบัติให้ได้ เป็นอับดับแรก หลังการเข้ารับการอบรมทำให้จิตใจ สงบลง ปรับเปลี่ยนความคิดของตนเอง ทบทวนความผิดพลาดที่ผ่านมาว่า ทำให้รู้ถึงสาเหตุแห่งความทุกข์ ที่ทำให้ตนเอง ครอบครัว และคนอื่นๆ เดือดร้อน จึงตั้งใจเลิก อบายมุขทุกอย่างทั้งหมด ซึ่งต้องอดทนสร้างพลังใจมากกว่าคนทั่วไป มุ่งหวังต้องการมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม ผลของการปฏิบัติและรักษาศีลห้า ครบทั้ง 5 ข้อ ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น ร่างกายสมบูรณ์ จิตใจเข้มแข็ง แจ่มใส ครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้อง มีความสุขกาย สุขใจมากขึ้น ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีความมั่นคงในหน้าที่การงานขึ้นอีกระดับหนึ่ง เพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานสบายใจ มีความสุขในการทำงานต่างจากในอดีตที่ผ่านมาทำงานหน่วยงานไหนไม่มีใครต้องการ นอกจากเลิกอบายมุขทุกอย่าง ได้ปรับปรุงบุคลิกภาพใหม่ด้วยการแต่งกายสุภาพ สะอาด เรียบร้อย ขยันทำงานทุกอย่าง ไม่เกี่ยงงาน ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ของตนหรือไม่ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดี จนทุกแผนกทุกหน่วยงานต้องการตัวไปทำงาน ได้รับคำยกย่องชมเชยว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในการเอาชนะตนเอง เพื่อนร่วมงานให้ความรักและยอมรับ นอกจากนี้ผู้ป่วย ผู้ที่มารับบริการ บิดามารดา พี่น้อง ครอบครัว และคนในชุมชน ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจ สำคัญที่สุดคือได้ชีวิตใหม่ที่พัฒนาแล้ว ไม่เป็นขยะของสังคมอีกต่อไป
3. 3. นางพรทิพย์ สุยะดุก อายุ 40 ปีตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
เข้ารับการอบรม เมื่อวันที่ 25-27 กันยายน 2552 (รุ่นที่ 3) มีพฤติกรรมที่ทำผิดศีลห้า รวม 4 ข้อดังนี้
ศีล ข้อ 1 การฆ่าสัตว์ การฆ่าไก่เป็นอาชีพของตนเองและครอบครัว ทำตั้งแต่เด็ก และทำกันทั้งครอบครัว ไก่ที่ขาย จะฆ่าเองทั้งหมด ยึดอาชีพนี้มาจนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัวจึงเลิกฆ่าไก่
ศีล ข้อ 2 การลักทรัพย์ ยึดถือเอาสิ่งของของผู้อื่นมาเป็นของตน เช่น ดินสอ ปากกาของเพื่อนร่วมงาน มีหนี้สิน แต่ไม่ชดใช้คืน
ศีล ข้อ 4 การพูดเท็จ โกหกหลอกลวง ข้อนี้กระทำผิดเป็นประจำ เนื่องจากสามีต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล(ผ่าตัดกะโหลกศีรษะ) มีความจำเป็นต้องพูดเท็จเพื่อให้ได้เงินมารักษาสามี ค่ารักษาพยาบาลค่าใช้จ่ายสูงมาก ต้องหยิบยืมเงินจากเพื่อนร่วมงานรวมทั้งบุคคลอื่นนอกที่ทำงานด้วย ยืมแล้วไม่ใช้คืน เพราะไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนไปคืน เป็นลูกจ้างชั่วคราว อัตราเงินเดือน เดือนละ 6,000 บาท ต้องดูแลสามีป่วยหนักและบุตรอีก 3 คน เมื่อไม่คืนเงินยืม จะถูกถามทวงทุกวัน ไปทางไหนต้องคอยหลบหน้าเจ้าหนี้ทั้งหลาย ทำให้เกิดความเครียด ไม่มีเงินใช้หนี้ บางครั้งใช้วิธีการหมุนเงิน คือยืมจากคนหนึ่งไปคืนให้อีกคนหนึ่ง แต่แทนที่หนี้สินจะลดลงกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนี้สินล้นพ้นตัว ทำให้เพื่อนร่วมงานรังเกียจ และไม่ยอมคบค้าพูดคุยด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างล้มเหลวเลวร้ายไปหมด เมื่อขอความช่วยเหลือจากใครๆ จะถูกปฏิเสธ รู้สึกท้อแท้ หมดหวัง หมดกำลังใจไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป อยากฆ่าตัวตายพร้อมกันทั้งครอบครัว
ศีล ข้อ 5 สุราและอบายมุข สุราไม่เคยดื่มแต่ติดอบายมุขอื่น คือ ซื้อหวยใต้ดิน ซื้อทุกงวด
หลังจากผ่านการอบรม ศีลห้า เริ่มเปลี่ยนความคิด คืออยากทำดี เพราะในอดีตก่อนอบรมเรื่องศีลห้า ทำแต่สิ่งไม่ดี ไม่มีศีล จึงทำให้เป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา ลูกๆไม่มีความสุข ครอบครัวไม่มีความสุข ต้องคอยหลบหน้าเจ้าหนี้ตลอดเวลา ปัจจุบันนี้ เลิกอบายมุขทุกอย่าง ปฏิบัติตนโดยมีศีลครบ 5 ข้อ ทำความดีด้วยการเป็นผู้ให้มากขึ้น เช่น นำกล้วยน้ำว้าที่ปลูกที่บ้านบริจาคเป็นอาหารว่างให้กับผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลแม่ทาทุกวัน จนได้รับคำชื่นชมจากผู้รับบริการ วางแผนชำระหนี้โดยเจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบทุกราย ยินดีใช้หนี้ทั้งหมด ผ่อนชำระส่งเป็นรายเดือนให้เจ้าหนี้ทุกรายจนกว่าจะหมดหนี้ เจ้าหนี้ทุกคนยินยอม ทำให้ทุกวันนี้ สามารถพูดคุยกับเจ้าหนี้ทั้งหลายได้อย่างสบายใจไม่ต้องหลบหน้าอีกต่อไป อานิสงของความดีที่กระทำดังกล่าว ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปางติดต่อขอซื้อกล้วยน้ำว้า และทำสัญญาซื้อขายกันเป็นรายปี ทำให้มีเงินใช้หนี้ และหนี้สินที่มีอยู่ใกล้หมดแล้ว ผลจากหนี้สินที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชีวิตในวันนี้ตั้งใจที่จะทำความดี ไม่เบียดเบียนสัตว์โลก โดยเปลี่ยนมาทานอาหารมังสวิรัติ ทำจิตใจให้ผ่องใส ปิดหู ปิดตา ไม่รับสิ่งที่ไม่ดี ไม่แต่งเติมเรื่องราวหรือคำนินทาที่ได้รับฟังมา ไปพูดต่อในเชิงทำร้ายผู้อื่น พูดเฉพาะเรื่องดีๆ มองโลกและสังคมในแง่บวกเท่านั้น ปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองทุกอย่างทั้งความคิดและการกระทำ สิ่งสำคัญคือช่วยเหลือทุกคนที่ใกล้ตัวเท่าที่จะทำได้ เช่นเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนบ้านที่ปลูกกล้วยน้ำว้า จะเชิญชวนเป็นเครือข่ายในการซื้อขายกล้วยน้ำว้ากับศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยด้วย เพื่อกระจายรายได้ มีความตั้งใจที่จะทำความดีตลอดชีวิต การทานอาหารมังสะวิรัตตลอดมาทำให้น้ำหนักลดลง และสุขภาพกายใจดีขึ้น
4. นายสรวิศ สมมะเวียง อายุ 22 ปีตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
เข้ารับการอบรม เมื่อวันที่ 25-27 กันยายน 2552 ( รุ่นที่ 3 ) พฤติกรรมผิดศีลห้า มีดังนี้
ศีล ข้อ 1 การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ประพฤติมาตั้งแต่เด็ก คือการชนไก่ ฆ่าไก่ ตีไก่ ชนไก่ทุกวัน ชีวิตผูกพันกับไก่มาตั้งแต่เด็กเพราะชอบไก่ วิถีชีวิตของครอบครัวเล่นไก่ตีไก่เที่ยวป่าล่าสัตว์ ทำจนเป็นนิสัย ไม่รู้ว่าบาปบุญคืออะไร
ศีล ข้อ 2 การลักทรัพย์ เช่น ขโมยเงิน ผลไม้ สิ่งของของคนอื่น ยืมเงินผู้อื่นแล้วไม่ใช้ เป็นต้น
ศีล ข้อ 3 การประพฤติผิดในกาม มีพฤติกรรมผิดศีลบ่อยครั้งเพราะชอบเที่ยวกลางคืน ผู้หญิงบางรายที่พบเจอจะถูกมอมเหล้า พาไปหลับนอน กระทำโดยไม่สำนึกถึงบาปบุญคุณโทษ
ศีล ข้อ 4 การพูดเท็จ มีพฤติกรรมพูดโกหกเป็นประจำ ชอบพูดเพ้อเจ้อ พูดเรื่อยเปื่อย ไร้สาระ พูดสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ พูดโดยไม่คิดอะไร
ศีล ข้อ 5 สุราและอบายมุข ดื่มสุราทุกวัน มีความคิดว่า ถ้าต้องการให้สังคมยอมรับต้องดื่ม นอกจากนี้ยังชอบการพนันไก่ชน ใช้บ้านเป็นสนามชนไก่เป็นเหตุให้ทะเลาะกับมารดาและภรรยาเป็นประจำ จนสุดท้ายหย่าร้างกับภรรยาเพราะการพนันไก่ชน
หลังเข้ารับการอบรม ปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เข้าใจแล้วว่า ความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ต้องมีสุรา การดื่มสุราทำให้ขาดสติ ไม่มีสมาธิ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ ไม่ได้ ทำให้เป็นคนโง่เขลา เป็นทาสของกิเลส โลภ โกรธ หลง เลิกเล่นการพนันไก่ชนขายไก่ชนที่มีอยู่ทั้งหมด ทำให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับมารดา ไม่ทะเลาะกันเรื่องไก่ชน ปัจจุบันมีภรรยาคนที่ 2 จึงให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นอดีตที่ผิดพลาดใช้เป็นบทเรียนสอนตนเอ มีความสุขในชีวิตมากขึ้น เปลี่ยนจากพนันไก่ชนมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ มีรายได้เสริมด้วยการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และมีความคิดที่จะขยายผลต่อให้เพื่อนร่วมงานและคนในชุมชน มีโอกาสสร้างรายได้เสริมด้วยการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่เบียดเบียนสัตว์โลก
5. นางสุพร พงหมู อายุ 55 ปีตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
เข้ารับการอบรมวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2552 (รุ่นที่ 1) มีพฤติกรรมผิดศีลห้า รวม 4 ข้อดังนี้
ศีล ข้อ 1 การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ฆ่าปลาเป็นอาหาร ฆ่ามด แมลง เพราะสร้างความรำคาญเป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นพฤติกรรมเบียดเบียนผู้อื่น
ศีล ข้อ 2 การลักทรัพย์ เช่น หยิบฉวยสิ่งของของทางราชการไปใช้ส่วนตัว เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการไม่ตรงตามจริง ทำโดยไม่รู้ว่าผิด คิดว่าเป็นสิทธิที่ควรได้
ศีล ข้อ 4 การพูดเท็จ มีพฤติกรรมพูดโกหกเป็นบางครั้ง แต่ที่ปฏิบัติประจำเป็นนิสัยคือพูดจา ส่อเสียด ก้าวร้าว ตำหนิคนอื่นตั้งแต่คนในครอบครัว คือ สามีและบุตร ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย เพื่อนร่วมงาน จนเป็นที่รู้กันว่า เป็นคนดุ ปากร้าย ไม่ยอมใคร เจ้าอารมณ์ มองโลกในแง่ลบ ฯลฯ
ศีล ข้อ 5 สุราและอบายมุข ดื่มสุราประจำ มีอาชีพเสริมขายสุรา เบียร์ ซื้อและรับแทงหวยใต้ดิน ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เสี่ยงโชคทุกงวด เดือนละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท เล่นการพนัน น้ำเต้า ปู ปลา พนันฟุตบอลโลก ฯลฯ
หลังการอบรมเลิกพฤติกรรมที่ผิดศีลห้า ทั้งหมด เปลี่ยนความคิดใหม่ ตั้งใจทำดี มองโลกในแง่บวก ไม่เบียดเบียนตนเอง ครอบครัว และผู้อื่นทั้งกาย วาจา ใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังนี้
1. เลิกฆ่าสัตว์ทุกชนิด รับประทานอาหารมังสะวิรัต ไม่ทานเนื้อสัตว์ จัดทำโครงการกินเจวันจันทร์ในโรงพยาบาลแม่ทา นำอาหารมังสวิรัติที่ทำเองบริจาคให้แก่ผู้ป่วย ญาติ เพื่อนร่วมงาน มีผู้สนับสนุนโครงการบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง และวัตถุดิบ จำนวนมาก
2. โครงการผลไม้จากใจ ตั้งซุ้มผลไม้รับประทานฟรี ที่ตึกอำนวยการของโรงพยาบาลแม่ทา มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคผลไม้ร่วมโครงการด้วยหลายราย
3. เปลี่ยนบุคลิกภาพและการพูดจาใหม่ ไม่พูดก้าวร้าว ส่อเสียด ลดระดับเสียง ใจเย็นขึ้น ฝึกใจให้โกรธไม่เป็น บริการช่วยเหลือทุกคน โดยเฉพาะการบริการผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย
4. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชาให้ความศรัทธา เชื่อถือ เกิดความสุขใจจากการทำความดี น้ำหนักตัวลดลง สุขภาพดีขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตครอบครัวได้ โดยเฉพาะเรื่องลูกที่ไปอยู่กับเพื่อนเป็นเวลาประมาณ 3 ปี ติดเพื่อน ไม่ยอมกลับมาอยู่ที่บ้าน ถูกให้ออกจากโรงเรียน ทำให้ครอบครัวมีความทุกข์และป่วยหนักจนเดินไม่ได้ อนิสงของการทำความดีทั้งหมดดลใจให้ลูกคิดได้ กลับมาอยู่ที่บ้านเช่นเดิม ทำให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า มีความเข้าใจกัน มีความสุขมากขึ้น
5. เพื่อนร่วมงานหรือลูกหนี้ที่ยืมเงิน ยกเลิกไม่คิดดอกเบี้ย ส่วนหนี้สินให้ผ่อนชำระตามกำลังของลูกหนี้ที่จะผ่อนชำระได้ ไม่เร่งรัดทวงถามสร้างปัญหาอย่างในอดีตที่ผ่านมา มีจิตเมตตามากขึ้น
6. นางจิราภรณ์ อาจหาญ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
เข้ารับการอบรมเป็นครูสอนศีลห้า เมื่อวันที่ 20-22 กันยายน 2552 ( รุ่นที่ 1 ) ก่อนที่ดิฉันจะเข้ารับการอบรมนั้น การปฏิบัติผิดศีลห้า มีดังนี้
ศีลข้อ 1 การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นั้น ไม่ได้กระทำด้วยตนเอง แต่จะเป็นการสั่งฆ่า หรือฆ่าสัตว์ทางอ้อม เช่น การซื้อปลามาประกอบอาหาร โดยจะซื้อปลาเป็นๆ แล้วให้แม่ค้าฆ่าให้ หรือชอบซื้อและรับประทาน ไข่หรือตัวอ่อนของแมลง เหล่านั้น เช่นไข่มดแดง, ดักแด้, หนอนไม้ไผ่ , ลูกอ๊อด , จิ้งหรีด และแมลงต่างๆที่รับประทานได้ เป็นต้น
ศีลข้อ 2 การลักทรัพย์ ที่เคยปฏิบัติมานั้น ไม่ได้ลักทรัพย์หรือขโมยสิ่งของจากผู้อื่น แต่จะมีในเรื่องของการหยิบเอาของที่ผู้อื่นลืมไว้ มาเป็นของเรา เช่น เคยเดินทางไปเที่ยวทะเล มีกรุ๊ปทัวร์ขึ้นจากทะเลมาอาบน้ำจืด แล้วลืมแว่นตาว่ายน้ำไว้ที่บริเวณอาบน้ำจืด เมื่อกรุ๊ปทัวร์เหล่านั้นอาบน้ำเสร็จก็กลับออกไป โดยไม่ได้เอาว่าตาไปด้วย ดิฉันเข้าไปอาบน้ำต่อจากเขา ก็เห็นแว่นตาว่ายน้ำวางอยู่ จึงยึดเอาเป็นของตัวเอง
นอกจากนั้น ยังมีในเรื่องของการไม่ซื่อสัตย์สุจริต ต่องบประมาณของทางราชการ เช่น การใช้โทรศัพท์ของทางราชการ ใช้ในเรื่องส่วนตัว, การใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ประหยัด หรือการใช้ยานพาหนะของทางราชการโดยไม่คำนึงถึงความประหยัด หรือใช้รถของทางราชการไปงานส่วนตัว เป็นต้น
เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ การไม่ซื่อสัตย์สุจริตในการเบิกจ่ายค่ายานพาหนะในการเดินทางไปราชการ มีการขโมยเวลา ขโมยเงินของทางราชการ โดยการเขียนเบิกจ่ายไปราชการที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ได้เข้ารับการอบรมตามระยะเวลาที่กำหนด ใช้เวลาของการอบรมไปเดินตามห้างสรรพสินค้า ขอยกตัวอย่างการเขียนรายงานการเดินทางไปราชการที่เคยปฏิบัติ เช่น การเดินทางไปอบรมที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินเดินทางได้พักอยู่ที่บ้านเชียงใหม่และได้นั่งรถส่วนตัวไปยังสถานีขนส่งเชียงใหม่ แต่ในรายงานการเดินทางก็จะเขียนว่า ออกเดินทางจากโรงพยาบาลแม่ทา ด้วยรถประจำทางไปที่สถานีขนส่งลำพูน จากสถานีขนส่งลำพูนไปสถานีขนส่งเชียงใหม่ เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ก็มีการปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่ เนื่องจากไม่มีใบเสร็จหรือกากตั๋วกำกับ สามารถเพิ่มราคาให้เกินความเป็นจริงได้ ซึ่งในการเขียนรายงานการเดินทางที่เป็นเท็จนั้น ได้ทำอยู่เป็นประจำ คิดแต่เพียงว่า เขียนอย่างไรให้ได้เงินมากที่สุด
ศีลข้อ 3 การประพฤติผิดในกาม ในข้อนี้ ดิฉันได้ประพฤติดีมาตลอด
ศีลข้อ 4 การพูดเท็จ มีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง คือการไม่รักษาคำพูด หรือพูดว่ากล่าว ส่อเสียดผู้อื่น มีการนินทาว่าร้ายให้กับคนอื่นอยู่บ้าง เป็นคนขี้บ่น ทำให้ลูกๆไม่อยากอยู่ใกล้
ศีลข้อ 5 สุราและอบายมุข สิ่งที่ทำเป็นประจำเลยคือ เล่นหวยใต้ดิน สิ่งที่ทำเป็นครั้งคราว แต่(คิดว่า)ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอะไรมากมาย เช่น เล่นไพ่ป็อกเด้ง น้ำเต้าปูปลา เป็นต้น ดื่มสุราในเทศกาลต่างๆบ้าง แต่ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
หลังจากผ่านการอบรม ได้นำเอาแนวคิดที่ได้รับการถ่ายทอดจากวิทยากร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง มรรคมีองค์ 8, สาราณียธรรม 6 เพื่อพุทธพจน์ 7, การมอบความรักให้กับทุกๆคนและสัพสัตว์ทั้งหลาย ตลอดจนพฤติกรรมของผู้นำ อันประกอบด้วย สะอาด ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ และกตัญญู มาใช้ในการปรับเปลี่ยนตนเอง ทั้งทางด้าน คิด พูด ทำ โดยได้ยึด คิดดี พูดดี ทำดี และได้นำมาสู่การปฏิบัติตามหลักของพุทธศาสนา( ศีลห้า ) โดยการเลิกอบายมุขทั้งหมด เลิกฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และรับประทานอาหารมังสะวิรัต ทุกวัน และที่สำคัญ การเขียนรายงานการเดินทางเพื่อเบิกจ่ายเงิน ก็เขียนให้ตรงกับความเป็นจริง ใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดที่สุด ไม่พูดให้ร้ายใคร พูดในเชิงบวกมากขึ้น ไม่คิดอิจฉาริษยาใคร มีความยินดีต่อความสำเร็จของผู้อื่น ทำให้จิตใจสงบขึ้นมาก ท้ายนี้ จะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ตัวเราเป็นผู้กำหนดและเลือกที่จะปฏิบัติในสิ่งที่ดีๆได้ ค่ะ.
3. บทส่งท้าย
ผลการพัฒนาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่ทาวิถีพุทธโดยยึดหลักศีลห้า เป็นที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจและมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างที่เกิดขึ้นในจำนวนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลำพูนที่ผ่านการอบรมในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 350 คน ร้อยละ 70ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในด้านชีวิตครอบครัวและการทำงานแต่มีบางรายเมื่อกลับไปมีชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมเดิมๆ พฤติกรรมกลับเป็นอย่างเดิมอีก ทำอย่างไรจึงจะทำให้การเรียนรู้ฝึกอบรม เรื่องศีลห้า เมื่อรู้แล้วมีการขยายผลการทำความดีไปยังบุคคล ชุมชน สังคมอื่นๆ ครอบคลุมทุกครัวเรือน มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในสังคมไทย สังคมโลกให้พบกับความสงบสุขอย่างแท้จริง
การพัฒนาคนหรือการสร้างคนให้เป็นมนุษย์ที่มีความสุข ด้วยคุณธรรม”รักเหนือรัก” หลักศีลห้าเมื่อปฏิบัติครบ 5 ข้อ จะได้มรรคผลของศีลห้า ดังนี้
1. ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
2. ร่ำรวยด้วยหลักบุญนิยมและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้
3. ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดมีความสุข มีความอบอุ่น
4. วาจาดีเป็นที่รักและศรัทธาของบุคคลทั่วไป
5. ทำให้มีปัญญา แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง สามารถเป็นบุคคลที่คิดเป็น ทำเป็น พึ่งตนเองและเป็นที่พึ่งของบุคคลอื่นได้.......
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านทุกคน
ที่เป็นแบบอย่างในทางที่ดี ขอให้เจริญ
ในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะคะ ขอบคุณจริงๆ
ที่ได้อ่านต้นแบบดีดี ณ ที่นี้
จะนำไปเป็นแบบอย่างต่อไปค่ะ