"ใส่ร้าย....ป้ายสี "

          จากข่าว 2-3 วันก่อน เกี่ยวกับการจัดการสุนัข-แมว ในสถาบัน นอกเหนือไปจากการชี้แจงให้ข้อเท็จจริงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ข่าวสอนหรือให้บทเรียนแก่เรา ก็คือ กรณีที่ถูกเข้าใจผิด หรือ คิดว่ากำลังถูกดูหมิ่นรังเกียจ ใส่ร้ายป้ายสีในสิ่งที่เราไม่ได้กระทำ ท่าที่ๆควรเป็นอยู่คืออย่างไร

  1. ต้องขอยอมรับว่า ในตอนแรกที่มีข่าวออกมารู้สึกตกใจและหดหู่ใจมาก แต่เมื่อสอบถามข้อมูลจากคนที่แวดล้อมใกล้ชิดกับเหตุการณ์ พบว่า ข่าวที่ลงมีการบิดเบือนอยู่หลายประเด็น อาทิ เรื่องหนังแพะที่ถูกคิดว่าเป็นหนังสุนัข, การข่มขู่คนให้อาหาร แต่จริงๆแล้ว เป็นคนละเรื่อง ฯลฯ เพื่อนบางคนในสถาบัน ช่วยกันให้ข้อมูลทั้งทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ประสบความสำเร็จบ้าง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เขายังคงฝั่งแน่น และกราดเกรี้ยวกับผู้บริหารของสถาบันอยู่เหมือนเดิม
  2. แม้จะรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมหรือไม่ยุติธรรมเลย ที่ถูกตำหนิหรือด่าว่าอย่างรุนแรงและไม่มีเหตุผล ตอนแรกเรารู้สึกโกรธและคิดหาการตอบโต้ หวังเอาชนะความคิดเห็นของเขาอยู่บ้างเหมือนกัน แต่พอซึมซับข้อมูลร้ายๆ ที่เขาใส่มา พบว่าบางข้อมูล/ความเห็นที่เขาใส่มัน fake มาก จนเราอดขำไม่ได้ว่า... คนเรานี่ ช่าง fantacy  จริงๆ  บางที มันแปลก - ไม่สมจริง จนเกิดสติขึ้นมาว่า เออ! เราไม่ควรขาดสติแบบเขาดีกว่า เพราะมันเสียจริตและเสียเวลา!!  พอใจมันคิดได้อย่างนี้ มันก็โล่งและเลิกหงุดหงิด....
  3. ขอบคุณ เจ้าโค้ก หมาที่เป็นข่าว ที่ทำให้เราได้เรียนรู้จักวิธีการให้อภัยคนอย่างไม่มีเงื่อนไข และได้รู้จักความรู้สึก เจ็บๆร้อนๆ ของจริง เมื่อถูกใส่ร้ายป้ายสีว่ามันเป็นอย่างไร
  4. สุดท้ายนี้    เราหวังอยากให้เจ้าโค้กมันจะได้อยู่อย่างสงบๆ ตามปกติที่มันเป็น.......