นี่คือบทบาทของอุดมศึกษาที่เข้าไปร่วมทำงานกับภาคชีวิตจริง เพื่อเอาวิชาการไปพัฒนาภาคชีวิตจริงในลักษณะของการร่วมกันทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ เป็นการเอาวิชาการ/การเรียนรู้/การสร้างความรู้/การใช้ความรู้ ไปสู่ภาคชีวิตจริง และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการที่อุดมศึกษาอาศัยภาคชีวิตจริงในการพัฒนาตนเอง และแสดงบทบาทของตนเองในฐานะอุดมศึกษาที่รับผิดชอบ แนบแน่น ไม่ห่างเหินสังคม
ผมมองว่า ในอนาคต ภารกิจนี้จะมีขนาดเท่าๆ กับภารกิจด้านการผลิตบัณฑิตหรือการเรียนการสอน และภารกิจด้านการผลิตบัณฑิตไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ จะซ้อนทับหรือบูรณาการอยู้กับภารกิจนี้ ที่ว่าภารกิจนี้มีขนาดเท่าๆ กันกับภารกิจด้านการผลิตบัณฑิตหมายความว่ารายได้พอๆ กัน ดังนั้น ภารกิจนี้น่าจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญของอุดมศึกษาในอนาคต
ผมจะลองยกตัวอย่างบทบาทที่หลากหลายของมหาวิทยาลัยในการทำงานร่วมกับภาคีที่เป็นภาคชีวิตจริง เป็นการยกตัวอย่างภายใต้ความรู้และประสบการณ์ที่จำกัดเป็นอย่างยิ่ง
สหกิจศึกษาในสถานประกอบการ
เวลานี้สหกิจศึกษาอยู่ในสภาพเบ่งบาน ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในสภาพการทำงานจริง นักศึกษาก็ชอบ นายจ้างก็ชอบ ขั้นต่อไปน่าจะมีการต่อยอดสหกิจศึกษา ให้มีลักษณะที่แนบแน่นกับฝ่ายสถานประกอบการมากขึ้น ใช้พลังด้านการสร้างสรรค์ของนักศึกษา (หนุนโดยอาจารย์) มากขึ้น มีความแตกต่างหลากหลายของสหกิจศึกษามากขึ้น มหาวิทยาลัยวิจัยน่าจะเน้นสหกิจศึกษาที่หนักไปทางกิจกรรมด้านการพัฒนาหรือวิจัย ผมคิดว่าน่าจะมีโอกาสต่อยอดและขยายรูปแบบออกไปได้มาก
แหล่งทุนคือสถานประกอบการหลากหลายธุรกิจ
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
เป็นการเอาอดีตมาปลุกสำนึกร่วมของคนในท้องถิ่น สกว. ได้ดำเนินการเรื่องนี้และสร้างวิธีวิทยาของการวิจัย และการปลุกจิตสำนึกท้องถิ่นด้านนี้ไว้เป็นอย่างดี แหล่งทุนน่าจะได้แก่ อปท. คือ อบต. และ เทศบาล เข้าใจว่า ศมส. ก็สนใจเรื่องนี้ด้วย
กระบวนการมองอนาคต
ป็นการเอาอนาคต มาสร้างสำนึกท้องถิ่น สำนึกของการรวมตัวกันเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคตของบ้านเมือง พื้นที่ ท้องถิ่น หรือชุมชน และสำหรับนำมาสู่การร่วมกันกำหนดทิศทางพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งก็คือนโยบายสาธารณะของท้องถิ่น และนำไปสู่การร่วมกันลงมือทำงานพัฒนาท้องถิ่นตามทางเลือกนั้นๆ หน่วยงานที่มีเทคโนโลยีนี้ได้แก่ ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยี เอเปค ของ สวทน. สคช. และ CISAsia
แหล่งทุนในเบื้องต้นอาจได้จาก สวทน. สคช. สกว. วช. แต่ในอนาคตท้องถิ่นควรออกเงินเอง เพราะผู้คนในท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์โดยตรง และจากกิจกรรมนี้ จะมีโจทย์วิจัยเพื่อหาทางใช้โอกาสหรือพลังที่มองไม่เห็นชัด ในการสร้างความอยู่ดีมีสุข หรือความมั่งคั่งของท้องถิ่น
ท้องถิ่นน่าอยู่ เมืองน่าอยู่
สสส. ดำเนินการโครงการนี้นำร่องมาหลายปี ในหลายพื้นที่ และรัฐบาลปัจจุบันกำลังหาทางสนันสนุนจังหวัดตัวอย่าง เท่าที่ทราบจังหวัดนครศรีธรรมราชจะเป็นหนึ่งในจังหวัดตัวอย่าง ที่ดำเนินการทั่วทั้งจังหวัด กิจกรรมนี้มีช่องทางให้ใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ได้มากมายไม่รู้จบ และจะได้โจทย์วิจัยมากมาย ไม่รู้จบเช่นเดียวกัน
แหล่งทุนในชั้นต้นคือ สสส. และจริงๆ แล้ว อปท. นั้นๆ ควรเป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมนี้เอง เพราะเป็นผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ โดยตรง
เครือข่ายพัฒนาการศึกษา
เครือข่ายพัฒนาการศึกษาในระดับการศึกษาพื้นฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ น่าจะมีหลายเครือข่าย ที่ผมรู้จักคือ LLEN ที่สนับสนุนโดย สกว. และ สพฐ. คุณภาพของการศึกษาระดับพื้นฐานนี้เป็นที่ยึดถือกันทั่วโลกว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกัน (All for education) และมหาวิทยาลัยต้องเข้าไปมีส่วนเป็นสมาชิกของเครือข่ายร่วมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ของตน เป็นโอกาสใช้ความสร้างสรรค์และเรียนรู้หลากหลายมิติ และเป็นโอกาสให้มหาวิทยาลัยได้เข้าไปใกล้ชิดชีวิตจริงของผู้คนในพื้นที่
แหล่งทุนคือ สสค. LLEN (สกว.) และ สพฐ.
การทำงานร่วมกับภาคชีวิตจริง (real sectors) ของสังคมนั้น สถาบันอุดมศึกษาต้องไม่ทำแบบเป็นจุดๆ เป็นครั้งคราว หรือเป็นรายโครงการ ต้องหาทางพัฒนาความร่วมมือระยะยาวหรือถาวร หรือต่อเนื่อง แบบที่มีการเรียนรู้และพัฒนารูปแบบไปอย่างไม่หยุดยั้ง ต้องให้เป็นกิจกรรมร่วมมือเชิงสถาบัน ไม่ขึ้นกับตัวบุคคลผู้บริหารหรืออาจารย์ จึงต้องมีการสร้างระบบการจัดการภารกิจร่วมกับภาคชีวิตจริงนี้ ซึ่งก็คือระบบการจัดการงานวิชาการรับใช้สังคมไทย
การทำงานวิชาการรับใช้สังคมไทยนี้ หากทำอย่างได้ผลดีจริง จะสามารถนำไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสายนานาชาติได้ด้วย (แม้จะไม่ใช่เป้าหมายหลัก) และอาจนำไปสู่ความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างชาติได้ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑๙ ก.ค. ๕๓