ต้องขอบคุณบริการดีๆของคณะแพทย์ของเราที่จัดให้มีครูชาวต่างชาติ เพื่อให้สมาชิกชาวคณะแพทย์ได้พัฒนาตนเอง ที่ภาควิชาพยาธิวิทยาของเราได้ใช้บริการการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารจากอาจารย์ Glen ชาวอเมริกันที่แสนใจเย็น เริ่มมาได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้ว โดยมีการเรียนสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ตามที่เราต้องการ สำหรับชั้น 1 ของภาคเรานี้ เริ่มจากขอเวลาอาจารย์สำหรับชาวห้องเจาะเลือด ซึ่งเป็นจุดที่ต้องพบกับชาวต่างชาติแน่ๆ เราขออะไรอาจารย์ก็จัดการเตรียมมาสอน มาฝึกหัดวิธีพูด วิธีสื่อสาร มาเดือนนี้เราก็เริ่มขอเวลาสำหรับชาวห้องแล็บเคมีคลินิกด้วย เพิ่งได้เริ่มวันนี้เอง น่าชื่นชมวิธีการของอาจารย์ ที่ไม่ต้องมีรูปแบบที่ตายตัว เพราะคนห้องแล็บอย่างพวกเราที่มีงานล้นมือ จะให้ปลีกตัวมาใช้เวลาเต็มๆชั่วโมงในการเรียนอะไรในชั่วโมงทำงานนั้น เป็นไปไม่ได้เลย อาจารย์ก็ปรับวิธีสอนโดยเลือกที่จะเดินเข้ามาคุยกับคนที่พอมีเวลา แล้วใครที่ว่างก็สามารถเข้าไปร่วมฟังร่วมคุยได้  วันนี้เราได้เรียนรู้วิธีการอธิบายขั้นตอนการทำงานของเรา

ส่วนที่ห้องเจาะเลือด อาจารย์ก็ถามความคืบหน้าว่าพบชาวต่างชาติไหม มีปัญหาอะไรบ้าง ก็ได้ฝึกส่วนที่ยังจำไม่ได้ มีคนถามว่าอาจารย์ทำงานอะไรบ้างในแต่ละวัน ทำให้เราได้รู้ว่า อาจารย์มีงานประจำในการเข้าฟังนักศึกษาแพทย์ที่ต้องมีการนำเสนอ case เป็นภาษาอังกฤษ ที่อาจารย์จะช่วยในการให้ความคิดเห็น แนะนำในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ การออกเสียง อาจารย์เล่าเรื่องต่างๆเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดเจน พูดค่อนข้างช้าเพื่อหัดให้เราได้ฟัง และมีการถามคำถามเพื่อให้เราได้ตอบโต้บ้างเป็นครั้งคราว นอกจากนั้นก็ถามเรื่องราวของนักเรียน เพื่อให้ฝึกวิธีการพูด เมื่ออธิบายไม่ถูกอาจารย์ก็ช่วยแนะนำวิธีการพูดให้

จากการที่ได้ช่วยเป็นคนประสานงานทั้งในส่วนของห้องเจาะเลือดและในห้องแล็บเคมีคลินิกของเราเอง พบว่าปัญหาที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับพวกเราในการฝึกภาษาอังกฤษก็คือ การฟัง เพราะสังเกตได้ว่า พวกเราส่วนใหญ่จะฟังอาจารย์รู้เรื่องเพียงบางส่วน จับได้เป็นคำๆ ได้ความไม่ครบทั้งหมด นอกจากนั้นเราจะรู้ศัพท์ค่อนข้างน้อย ทำให้ฟังรู้เรื่องทั้งหมดได้ยาก ดังนั้นหากเรียนภาษาอังกฤษโดยไม่มีใครช่วยแปลความเลยก็คงจะรู้เรื่องเต็มที่ได้ค่อนข้างยาก และเมื่ออยากจะบอกอะไรอาจารย์ซึ่งไม่เข้าใจภาษาไทยก็ทำได้ไม่เต็มที่ นี่น่าจะเป็นปัญหาทั่วๆไปของพวกเราที่เรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ชาวต่างชาติ

อาจารย์เองก็เข้าใจและพยายามช่วย วันนี้ในตอนที่อาจารย์ถามอะไรยาวๆแล้วน้องคนหนึ่งหันมามองหน้าเรา เพื่อให้ช่วยแปลเหมือนทุกครั้งที่อาจารย์พูดแล้วน้องฟังไม่รู้เรื่อง อาจารย์ก็ทำท่าทางให้น้องพยายามตั้งใจฟังอาจารย์ถามแบบช้าๆเพื่อให้ทำความเข้าใจเองโดยไม่ต้องให้ใครแปลให้ฟัง อาจารย์แนะนำให้ฝึกการฟังด้วยการฟังไปเรื่อยๆ ฟังทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมด เลือกหาคลิปข่าวจากในเน็ตฟัง แต่สำหรับตัวเองขอแนะนำให้ใครที่อยากฝึกฟังให้เป็นเรื่องเป็นราว ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ TalkEnglish.com เขาจะมีบทเรียนไล่ระดับตั้งแต่ง่ายๆไปเรื่อยๆ ฟังไปดูไปด้วยว่าสิ่งที่ได้ยินนั้น เขียนว่าอย่างไร คำไหนไม่เข้าใจก็เปิดหาความหมายดู ถ้าจะให้ดีให้หาความหมายแบบเป็นภาษาอังกฤษด้วย อย่าเพิ่งหาคำแปลเป็นภาษาไทยเลย ฟังได้ทุกวัน วันละบทเรียนก็น่าจะช่วยให้สามารถฟังภาษาอังกฤษได้รู้เรื่องมากขึ้น แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ฝึกด้วยวิธีนี้แต่ก็เชื่อว่าน่าจะให้ผลดีสำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องการฟังในปัจจุบัน โดยส่วนตัวแล้วโชคดีที่อยู่กับหนังสือภาษาอังกฤษและได้ฟังภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กเล็กๆเป็นประจำ ทำให้ฟังได้อ่านรู้เรื่องมาตั้งแต่เด็กโดยไม่มีปัญหาอะไร แม้ไม่ค่อยได้พูด แต่เมื่อเราเคยฟังมากอ่านมาก ก็ทำให้เราพูดได้เขียนได้โดยไม่มีปัญหามากนักทั้งที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนอินเตอร์ที่ไหนหรือไปเรียนไปเที่ยวเมืองนอกมาก่อนเลย แต่ก็สามารถสอบ TOFL และ IELTS ครั้งเดียวได้คะแนนสูงพอที่จะสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้สบายๆ

ลองนึกดูนะคะว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร ในการใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าจับจุดอ่อนได้และหาขั้นตอนในการปรับปรุงได้ถูกต้อง โอกาสที่จะใช้ภาษาอังกฤษให้ได้อย่างใจก็จะไปถึงได้ไม่ยากเลยค่ะ