ตอนที่ ๓ ของหนังสือ ครูผู้สร้างคน ชื่อเรื่องว่า โรงเรียนบ้านเหล็ก “ครูผู้สร้างโอกาส” โรงเรียนนี้อยู่ที่
ตอนที่ ๓ นี้แปลกกว่าตอนอื่นๆ ตรงที่มีครูเป็นตัวละครถึง ๓ คน และคนที่ ๓ เป็นครูภารโรง
ครูทวีชัย คำแพง เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้เปลี่ยนโฉมโรงเรียนบ้านเหล็ก จากโรงเรียนเสื่อมโทรม เป็นโรงเรียนชั้นนำของจังหวัด มีกิจการต่างๆ มากมาย ต้องอ่านรายละเอียดจากหนังสือเอาเอง จึงจะได้ tacit knowledge ในการทำงานของครูทวีชัย ที่เป็นวิธีธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา โดยผมตีความว่าเริ่มที่แรงบันดาลใจและความมุ่งมั่น แล้วจะมีคนมาช่วยกันเอง เพราะการพัฒนาโรงเรียนเป็นการทำความดีอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว
ผู้อำนวยการเป็น “ครูเพื่อศิษย์” ได้อย่างไร ต้องอ่านตอนนี้ให้ได้เคล็ดลับ ผม ตีความว่า เพราะครูทวีชัยบอกครูในโรงเรียนให้เอาใจใส่ “เด็ก ๙ ใน ๑๐ ที่มองไม่เห็น” (หน้า ๘๓) ข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร อ่านเอาเองนะครับ
ครูจีน อินทร์จันทร์ อายุ ๕๒ ปี สอนชั้น ป. ๑ ที่เรื่องราวของท่านทำให้ผมสรุปว่า ท่านเป็นยิ่งกว่าครูเพื่อศิษย์ คือเป็นเหมือนแม่ของศิษย์ ที่เข้าใจสภาพความเป็นจริงของชีวิตเด็กที่มาจากครอบครัวต่างกัน เด็กคนไหนครอบครัวยากลำบาก เช่นพ่อแม่ไม่เอาใจใส่ลูก ครูจีนจะเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยไม่เคยไปกล่าวโทษพ่อแม่เลย ครูจีนทำให้ทุกอย่าง เช่นอาบน้ำ สระผม ใส่ยาฆ่าเหา เอาข้าวกลางวันมาเผื่อ เป็นต้น
ใช่ครับ ครูลี วีระสิทธิ์ สีหะบุตร เป็นภารโรงที่ทำงานได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์เก่งกว่าครูทั้งโรงเรียน และเวลาครูไม่อยู่ ครูลีก็อาจสอนภาษาอังกฤษแทนก็ได้ ทั้งๆ ที่ตำแหน่งเป็นภารโรงอัตราจ้างเดือนละ ๕,๒๐๐ บาท ผมนึกในใจว่า หากทางโรงเรียนมีอิสระในการจ้างเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ครูลีจะถูกแย่งตัว และได้รับเสนองานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่านี้มาก แต่ในระบบราชการที่แข็งตัว คนแบบนี้อยู่ได้เพราะอุดมคติ
อ่านเรื่องโรงเรียนบ้านเหล็กแล้ว ผมตีความว่าสภาพตามในเรื่องเล่าที่ทรงพลังยิ่ง ที่เขียนโดยคุณอรสม สุทธิสาคร นี้ ดำรงอยู่ได้เพราะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ ทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง ไม่ถือยศศักดิ์ ถือว่าใครทำอะไรได้ก็ช่วยๆ กัน
ครูเพื่อศิษย์ จะทำงานได้ดีขึ้น หากบรรยากาศการทำงาน เป็นเช่นโรงเรียนบ้านเหล็ก
หนังสือ ครูผู้สร้างคน ราคา ๑๘๐ บาท ผู้สนใจติดต่อได้ที่มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ค. ๕๓