ผ่านบ้านเมืองสองข้างทางในบรรยากาศยามเช้า ผมเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ด้วยสายตาด้วยความซาบซึ้ง ผ่านมหาวิทยาลัยอินสบรูค

ออสเตรียเมืองแห่งดนตรี-2

โสภณ  เปียสนิท

...........................................

 

                10.10 นาฬิกา รถบัสเล็กนำพาเราออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านบ้านเมืองสองข้างทางในบรรยากาศยามเช้า ผมเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ด้วยสายตาด้วยความซาบซึ้ง ผ่านมหาวิทยาลัยอินสบรูค มัคคุเทศก์แจ้งให้ทราบว่า ได้ทำหนังสือขอให้คณะของเราเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยเช่นกัน แต่โชคร้าย ไม่มีคำตอบรับกลับคืนมา เป็นอันว่าพวกเราพลาดไปอย่างน่าเสียดาย
                มัคคุเทศก์จับไมค์บอกเล่าถึงความสวยงามของประเทศอิตาลี เพื่อเรียกความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคเรอเนสซองส์ (renaissance) มีศิลปินมากมาย ส่วนมากเป็นช่างหลวง เป็นผู้ดีเก่า ก่อสร้างอาคารสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ไว้มาก วิหาร โบสถ์บาร์ร็อค ภาพปูนปั้น เป็นต้น
                มัคคุเทศก์ได้เล่าเรื่องของดาวินชีอีกครั้ง คราวนี้เป็นเรื่องของ “มีดโกน” เรื่องมีอยู่ว่า “ในร้านตัดผมแห่งหนึ่งมีดโกนอันหนึ่งคมกริบ เป็นที่รัก ทะนุถนอมของช่างตัดผมเจ้าของร้านอย่างมาก เพราะไม่ว่าคนจะเข้ามาตัดผมมากเพียงใด ช่างต้องอาศัยมีดโกนทุกครั้งไป ยิ่งนานยิ่งเห็นความสำคัญของตนเองมากยิ่งขึ้น เกิดความคิดขึ้นมาว่า มีดโกนคมมีค่าอย่างเรา ไม่ควรจะอยู่ในร้านเล็กมอซอเช่นนี้เลย วันหนึ่งนายช่างได้นำเอามีดโกนออกไปผึ่งแดดข้างนอก มีดโกนจึงเดินหนีไปหลบซ่อนอยู่ในที่มืดและอับชื้นแห่งหนึ่ง หลายวันผ่านไปเมื่อได้ออกมาอาบแดดอีกครั้ง พบว่าตัวเองไม่เหมือนเก่า จากใบมีดขาววาววับ คมกริบ กลายเป็นใบมีดมีสนิมจับแดงเป็นจุด และทื่ออย่างที่สุด แม้นายช่างได้กลับมาพบ เขากลับเมินเฉยไม่นำเอากลับเข้าไปใช้ในร้านอีกต่อไป”
            เรื่องนี้ดาวินชีแทรกคติธรรมไว้ให้คุณผู้อ่านเหมือนเช่นเคย  คุณผู้อ่านทดลองคิดเอาเองซิครับว่า โดยแท้จริงแล้วผู้เขียนต้องการบอกอะไรกับท่าน
            บทความเกี่ยวกับประเทศออสเตรียของผมจะสมบูรณ์ไม่ได้เลย หากผมไม่ได้นำเอาประวัติของนักดนตรีชื่อก้องโลกมาเล่าย่อ ๆ ไว้ด้วย เพราะโดยแท้จริงแล้วคนทั้งโลกรู้จัก “โมสาร์ท” มากกว่า “ออสเตรีย”
                โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมสาร์ท เกิดที่ซาลสเบิร์ก ออสเตรีย ค.ศ. 1756 ตายที่เวียนนา ค.ศ. 1791 มีอัจฉริยภาพทางดนตรีมาแต่กำเนิด เมื่อเขายังเล็ก ๆ อยู่นั้น มักจะไปยืนเกาะฮาร์พซิคอร์ด ดูพ่อกำลังสอน Nannerl พี่สาวของเขาให้เล่นคลาเวียร์อยู่ด้วยความตั้งอกตั้งใจ ดูไปดูมาก็อยากจะเล่นได้อย่างพี่สาว ก็เลยเอ่ยปากขอเล่นบ้าง แต่พ่อบอกว่ายังเด็กยังเล็กอยู่จะเล่นเห็นจะยังไม่เหมาะขอให้โตกว่านี้อีกหน่อยซิพ่อจะสอนให้ เมื่อโมสาร์ทอายุได้ 4 ขวบ พ่อก็เริ่มฝึกหัดให้เขาเรียนดนตรีอย่างจริงจัง โมสาร์ทสามารถเรียนรู้อะไร ๆ จากพ่อได้อย่างรวดเร็ว หูของเขาสามารถฟังเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำ และบอกเสียงต่าง ๆ ได้ถูกต้อง
            เด็กน้อยโมสาร์ทเป็นคนที่มีรูปร่างสง่า มีใบหน้าสวย มีริมฝีปากงามละไม จมูกโด่ง มีแววตาอ่อนโยนคล้ายผู้หญิงมีกิริยาละมุนละม่อมสงบเสงี่ยมและเป็นคนช่างคิดช่างฝันเมื่ออายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น โมสาร์ทก็มีความสามารถในการแต่งเพลงได้แล้ว เพลงแรกที่เขาแต่งนั้นคือการแต่งเติมเพลง minuet ของพ่อที่ได้แต่งค้างไว้ ความไพเราะของเพลงตอนที่โมสาร์ทแต่งเติมนั้นไพเราะยิ่งนัก ทำความประหลาดใจแก่ผู้ได้ฟังเป็นอย่างมาก
          เมื่ออายุ 6 ปี ในวันเกิดนั้น โมสาร์ทได้รับไวโอลินเล็กๆ อันหนึ่ง เป็นของขวัญ จึงได้เริ่มเอาใจใส่กับเครื่องดนตรีชิ้นนี้ และขอร้องให้พ่อสอนให้ แต่พ่อไม่เอาใจใส่บอกว่าเพียงแต่การเล่นคลาเวียร์ และการแต่งเพลงก็นับว่ามากพออยู่แล้ว แต่โมสาร์ทก็ไม่ยอมแพ้จึงได้ยายามฝึกฝนด้วยตนเองต่อมาไม่นานนักโมสาร์ทแสดงความ สามารถทางไวโอลินให้ปรากฏในวันหนึ่ง ขณะที่มีการเล่นดนตรีกันที่บ้าน มีนักดนตรีมาร่วมเล่นกับพ่อของเขา โมสาร์ทขอร่วมวงด้วยพ่อไม่อนุญาต แต่ทนความรบเร้าของลูกชายไม่ไหวก็เลยอนุญาตให้เล่นด้วย แต่ให้เล่นเพียงเบา ๆ เมื่อเพลงทริโอเริ่มเล่นไปได้สักครู่ ทุกคนก็ต้องประหลาดใจเพราะโมสาร์ทสามารถเล่นได้อย่างมหัศจรรย์ ทุกคนพากันหยุดเล่น ได้แต่มองดูตากันไปมา และปล่อยให้โมสาร์ทเล่นไปคนเดียวจนจบเพลง
         ประวัติชีวิตของโมสาร์ทไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้วไม่นานนักก็เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว มีชื่อเสียง มีเงินทอง มีความนับถือ ไม่นานนักก็เสื่อม เสื่อมหนักขนาดจบชีวิตอย่างเดียวดาย เมื่ออายุราว 35 ปีเท่านั้น มีเพียงสัปเหร่อสองสามคนฝังศพของเขากลางสายฝน แม้ป้ายชื่อยังไม่มีปักเหนือหลุมศพ บทเรียนนี้คงสอนใจ “เรา” ได้บ้างไม่มากก็น้อย