เมื่อท่านคิดถึงแม่ ทำอย่างไรกันบ้างครับ

เกริ่น

       แม่ของข้าพเจ้า ท่านมีอาชีพเป็น "ชาวนา" แม่เป็นชาวนา ท่านเกิดมาบนผืนแผ่นดินในชนบทที่ห่างไกลเมือง เป็นผืนดินที่ราบสูงของประเทศไทย ที่ภาคอีสานอันเป็นที่รักของข้าพเจ้านั่นแหล่ะ ท่านไม่ค่อยมีโอกาสได้เดินทางไปไกลๆ จากบ้านเกิดเมืองนอนมากนักหรอก เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องภาระหน้าที่และฐานะภายในครอบครัวไม่เอื้ออำนวย เลี้ยงลูกโตแล้วยังมาเลี้ยงหลานๆ อีก เฮ้อ...จะเอาเวลาที่ไหนไปเปิดหูเปิดตา น้อ...นอกจากในหมู่บ้านจะมีการจัดเป็นกรุ๊ปไปทำบุญหรือไปท่องเที่ยวในต่างถิ่นบ้าง แม่จึงจะมีโอกาสได้ไปเห็นต่างบ้านต่างเมืองอยู่บ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้นเอง

  • ชีวิตของแม่วนเวียนอยู่กับบ้านและไร่นา แม้จะทำนาปีละครั้ง แม่ก็ยังไปไร่ไปนาอยู่เกือบจะทุกวัน เพราะแม่ปลูกต้นหม่อน เลี้ยงไหม วันๆ ไม่เคยหยุด พ่อก็เหมือนกัน ในแต่ละวัน ทั้งสองท่านไม่เคยอยู่บ้านเฉยๆ ต้องหาอะไรทำนั่นทำนี่อยู่ตลอด
  • ข้าพเจ้ารู้สึกว่า ชีวิตของแม่เกิดมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับคนอื่นโดยแท้ แม่มีแต่สร้างโอกาส/ประโยชน์ให้กับคนอื่นอยู่เสมอ ไม่เคยคิดจะฉวยโอกาสให้กับตัวท่านเองบ้างเลย
  • ข้าพเจ้ากลับไปเยี่ยมและกราบเท้าพ่อแม่ที่บ้านนอกทีไรแม่ก็จะกุลีกุจอทำกับข้าวให้กินทุกครั้ง แม่จะเป็นห่วงและคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ แม้ว่าตัวท่านเองจะมีโรคประจำตัว คือ "โรคเบาหวาน" ซึ่งต้องไปโรงพยาบาลให้คุณหมอตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกเดือน และท่านต้องกินข้าวเคล้ากับยาทุกมื้อ 
  • ชีวิตของแม่จึงเข้าลักษณะที่ว่า "ชีวิตนี้ ฉันขาดยาไม่ได้" ว่างั้นเถอะ ในขณะที่บางคนเขียนอักษรตัวสวยๆ ไว้ในสมุดบันทึกทำตัวเน้นๆ ว่า "ชีวิตนี้ ฉันขาดเธอไม่ได้ นะตัวเอง" อะนะ

วันนี้คิดถึงแม่จัง

       วันนี้ (22 ส.ค.53) คิดถึงแม่จังเลย อยากซื้ออาหารแห้งส่งไปให้แม่ใว้ทำอาหารกินจังเลย ว่าแล้วก็แต่งตัวเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วนั่งรถประจำทางจากลาดกระบังมุ่งหน้าไปที่ตลาดปากน้ำ สมุทรปราการ เพื่อไปซื้ออาหารแห้ง เมื่อไปถึงตลาดข้าพเจ้าใช้เวลาเดินเลือกอยู่สักพักใหญ่ๆ ก็ได้มา 3 กิโลกรัม ประกอบด้วย ปลาหมึกแห้ง 1 กก. (340 บาท), ปลาหวานผสมเมล็ดงา 1 กก. (170 บาท) และปลาแห้ง 1 กก. (200 บาท) จัดใส่กล่องเตรียมส่งไปทางไปรษณีย์ให้แม่ ที่บ้านนอก

  • แม่เป็นชาวนา มีวิถีการดำเนินชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติมาตลอด ท่านทำอาหารอร่อยมากและชอบประกอบอาหารกินเอง อาหารสุกหรือดิบที่ทำจากปลาหรือสัตว์ที่มนุษย์นำมาประกอบเป็นอาหาร แม่ทำเป็นเกือบทุกอย่าง ในหมู่บ้านเวลามีการจัดงาน เช่น งานแต่งงาน งานทำบุญ เป็นต้น แม่ของข้าพเจ้าจะถูกเลือกให้ไปเป็นฝ่ายแม่ครัวอยู่เสมอ
  • ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ เวลาแม่จะประกอบอาหาร ท่านก็มักจะสับหรือเชือดสัตว์เป็นๆ (กุ้ง หอย ปู ปลา เป็ด ไก่ ยกเว้นสัตว์ใหญ่ๆ จำพวกหมู วัว ควาย) ด้วยมือของท่านเอง เพราะว่าพ่อไม่ฆ่าสัตว์ งานด้านการเป็นแม่ครัวหรือแม้แต่การเชือดสัตว์เพื่อประกอบเป็นอาหารภายในครอบครัวจึงเป็นหน้าที่ของแม่ทุกอย่าง
  • เมื่อข้าพเจ้าโตขึ้นหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ข้าพเจ้ามักจะซื้ออาหารแห้งไว้ให้แม่ประกอบอาหาร เพื่อว่าแม่จะได้ไม่ต้องไปฆ่าสัตว์เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหารบ่อยๆ ข้าพเจ้ารู้ว่าแม่ก็รู้อยู่เหมือนกันว่าการฆ่าสัตว์ผิดศีล 5 เป็นบาป แต่แม่ก็จำเป็นต้องทำเพราะในบ้านไม่มีใครทำนอกจากแม่เท่านั้น
  • ข้าพเจ้าก็ทำใจได้ว่า เมื่อแม่ท่านรู้อยู่ว่าการฆ่าสัตว์มันผิดศีล 5 แต่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นอีกหลายชีวิตได้กินเพื่อดำรงชีวิต ข้าพเจ้าก็เบาใจ เพราะท่านจะฆ่าสัตว์เพื่อประกอบเป็นอาหารให้ชีวิตดำรงอยู่ได้เท่านั้น ไม่ได้ฆ่าสัตว์ด้วยความคึกคะนอง สนุกสนานหรือฆ่าสัตว์เพื่อไปค้าขาย เอากำไรแต่ประการใด
  • ข้าพเจ้าเป็นห่วงแม่มากในเรื่องการฆ่าสัตว์เพื่อประกอบเป็นอาหาร ท่านมีอายุมากแล้วด้วย แม้ว่าท่านจะทำเพื่อให้ชีวิตอื่นดำรงอยู่ต่อไปได้ก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็ยังเป็นห่วงและคิดถึงท่าน ข้าพเจ้าจึงมักจะซื้อเนื้อสัตว์หรืออาหารแห้งฝากไปให้แม่ได้เก็บไว้ประกอบทำอาหารไว้รับประทานอยู่เสมอ

       ท่านทั้งหลายหล่ะครับ เมื่อคิดถึงแม่ของท่านแล้ว ทำอย่างไรบ้าง ครับ....?

ทีโกสรัมย์

23 ส.ค.53