การเมืองไทย

(1).ความหมายของพรรคการเมือง (Political Party)

 ตอบ  มีผู้ให้ความหมายของพรรคการเมืองไว้มากมาย โดยส่วนใหญ่มีลักษณะร่วมกันอยู่สามประการ ดังนี้

1.เป็นกลุ่มบุคคลที่จัดตั้งองค์กรร่วมกัน

2.มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน คือ สมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในแนวทางกว้างๆ ที่คล้ายๆกัน

3.มีวัตถุประสงค์ให้ได้มาซึ่งอำนาจมหาชน และใช้อำนาจดำเนินการหรือบริหารประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น ลักษณะประการนี้สำคัญมาก เพราะ โดยธรรมชาติในสังคมอาจมีการรวมตัวกันของบุคคลที่มีความคิดคล้ายกันเข้าด้วยกัน หากกลุ่มดังกล่าวไม่ประสงค์จะเข้ามาบริหารประเทศแล้ว ย่อมไม่ใช่พรรคการเมือง อาจเป็นสภาพแรงงาน สมาคม หรือมูลนิธิเท่านั้น สรุปความหมายของพรรคการเมืองคือ กลุ่มบุคคลที่มีการจัดตั้งองค์กรด้วยกันโดยมีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน โดยกลุ่มดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะยึดกุมอำนาจรัฐ หรือกล่าวอีกในหนึ่ง เข้าเป็นเพื่อดำเนินตามอุดมการณ์ของตนให้สัมฤทธิ์ผล

(2).องค์ประกอบของพรรคการเมือง

ตอบ  องค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนเกื้อหนุนให้การดำเนินงานของพรรคการเมืองบรรลุเป้าหมาย ประกอบด้วยปัจจัย ดังนี้

1.คน ซึ่งก็คือ สมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค รวมถึงหัวหน้าพรรคและบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ประจำพรรค

2.สถานที่และอุปกรณ์ หมายถึงที่ทำงานสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ในสำนักงาน โต๊ะ เก้าอี้ พิมพ์ดีด คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรสาร เครื่องถ่ายเอกสาร และอื่นๆ

3.การกำหนดและจัดแบ่งโครงสร้างที่สำคัญ เช่น ที่ประชุมใหญ่ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สำนักงานเลขาธิการ ฝ่ายและแผนกต่างๆ เช่น การเงิน การคลังการบัญชี ฝ่ายวิชาการและวิจัย ฝ่ายข้อมูลและสารสนเทศ ฯลฯ มีหน่วยปฏิบัติการ มีสำนักงานและกรรมการสาขาต่างๆ

4.ความคิดความเชื่อหรืออุดมการณ์ตรงกัน ซึ่งปรากฏอยู่ในข้อบังคับพรรคหรือนโยบายพรรค ซึ่งโดยหลักการจะเป็นสิ่งเชื่อมประสานบุคลากรในพรรคเข้าด้วยกัน

(3).ระบบของพรรคการเมือง

ตอบ  การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบการปกครองที่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทางการเมือง โดยพรรคการเมืองต่างๆ มีการแข่งขันเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง การปกครองระบอบนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสามประเภท คือ

1.ระบบรัฐสภา(Parliamentary system) เช่นกรณีของอังกฤษ ระบบประธานาธิบดี(Presidential system)

เช่น กรณีของสหรัฐอเมริกา และระบบกึ่งรัฐสภากึ่งประธานาธิบดี(Semi-Parliamentary/presidential system) เช่นกรณีของฝรั่งเศส ทั้งนี้ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยทั้ง 3 รูปแบบ ทำให้สามารถจำแนกพรรคการเมืองได้ดังนี้

1.รูปแบบพรรคการเมืองแบบพรรคเด่นพรรคเดียว(One dominant party System)

2.รูปแบบพรรคการเมืองแบบระบบสองพรรค(Two party System)

3.รูปแบบพรรคการเมืองแบบหลายพรรค(Multi party System)

(4).บทบาทและหน้าที่ของพรรคการเมือง

ตอบ  พรรคการเมืองมีหน้าที่และบทบาทที่สำคัญในกระบวนการทางการเมืองแบบประชาธิปไตย หากพรรคการเมืองใดทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศนั้นก็จะบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ โดยทั่วไปแล้วหน้าที่และบทบาทของพรรคการเมืองได้แก่

1.การให้การศึกษาด้านการเมืองแก่ประชาชน พรรคการเมืองจะกระตุ้นให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและสนใจในปัญหาของบ้านเมืองมากขึ้น รวมทั้งตระหนักถึงบทบาทของตนเองเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในทางการเมือง การให้การศึกษาด้านการเมืองแก่ประชาชน สามารถดำเนินการหลายลักษณะ เช่นจัดอบรม จัดสัมมนา อภิปราย แจกจ่ายเอกสาร หรือให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ

2.การสร้างผู้นำทางการเมือง โดยการคัดเลือกหรือสรรหาบุคลากรทางการเมืองมาเป็นผู้นำในด้านต่างๆ เช่น การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อเข้าไปบริหารประเทศในระดับท้องถิ่นและระดับรัฐ

3.กระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ด้วยการเสนอผู้สมัครรับเลือกตั้งมีชื่อเสียง และจัดตั้งสโมสรต่างๆ

4.การเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานระหว่างประชาชน กลุ่มประชาชน หรือกลุ่มประโยชน์ต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจและประสานการทำงานในสังคมร่วมกัน

5.เปิดช่องทางของประชาชนในการแสดงออก อันจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้

6.การกำหนดนโยบายหลักที่สำคัญเพื่อนำไปใช้ในการบริหารและปกครองประเทศ

7.ถ้ายังไม่มีโอกาสบริหารประเทศ พรรคการเมืองก็จะทำหน้าที่แทนประชาชนในการเรียกร้องหรือกดดันให้รัฐบาลสนองในแนวทางที่เห็นว่าเหมาะสม

8.ทำหน้าที่เป็นรัฐเมื่อไดรับเสียงข้างมาก และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านหรือผู้ควบคุมรัฐบาลเมื่อได้รับเสียงข้างน้อย

(5).พรรคการเมืองไทย

ตอบ  เป็นสถาบันการเมืองที่มีความสำคัญต่อกระบวนการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการทางการเมืองหลายประการ นับตั้งแต่การกำหนดนโยบายของพรรค การคัดสรรเพื่อการสมัครลงรับเลือกตั้งเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชน การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ การเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังเผยแพร่อุดมการณ์และนโยบายของพรรค พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจทางการเมืองให้แก่ประชาชน และปัจจุบันพรรคการเมืองได้มีการปรับบทบาทเพื่อใกล้ชิดกับประชาชน และเชิญชวนให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคมากขึ้น

(6).การเลือกตั้ง

ตอบ ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง ในประเทศเผด็จการคอมมิวนิสต์แต่รูปแบบและวิธีการย่อมแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแต่ละประเทศ ประเทศที่ด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาก็จะเอาตัวอย่างหรือวิธีการเลือกตั้ง มาจากประเทศที่พัฒนาแล้วแทบทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับวิธีการใดจะเหมาะสมกับประเทศของตน สำหรับประเทศไทยมีการเลือกตั้งมา 20 กว่าครั้ง ลองผิดลองถูกมาหลายแบบ ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรก เมื่อ 15 พ.ย. 2476 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศไทย ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นประชาธิปไตย เป็นการเลือกตั้งที่เรียกว่า เลือกตั้งโดยวิธีอ้อม ซึ่งเป็นครั้งเดียวของประเทศไทย นอกจากนั้นเป็นการเลือกตั้งโดยตรงทั้งหมด มีทั้งแบ่งเขต รวมเขต แบบผสมรวมเขตกับแบ่งเขต

(7).หลักเกณฑ์ของการเลือกตั้ง

ตอบ  1.หลักอิสระแห่งการเลือกตั้ง คือ ให้อิสระต่อการออกเสียงเลือกตั้งโดยที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกใครก็ได้

2.การเลือกตั้งตามกำหนดเวลา คือทางการเมืองการปกครองที่ทันสมัยเป็นไปอย่างสันติวิธี ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์โบราณที่ใช้อาวุธเข่าต่อสู้กัน

3.การเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม คือ การเลือกตั้งเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่มีการโกง หรือใชอิทธิพลเงิน

4.หลักการใช้สิทธิในการเลือกตั้งอย่างเสมอภาค คือ การให้สิทธิแก่ประชาชนโดยไม่มีการกีดกัน หรือ กำจัดสิทธิส่วนบุคคลใดเป็นพิเศษ

5.หลักการออกเสียงโดยทั่วไป คือ การเปิดโอกาสให้มีการออกเสียงเลือกตั้งอย่างทั่วถึงแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า

6.หลักการลงคะแนนลับ คือ การออกเสียงเลือกตั้งของประชาชนถือเป็นสิทธิของผู้เลือกโดยเด็ดขาด โดยที่ผู้ออกเสียงเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องบอกผู้อื่นว่าเลือกใคร

(8).วิธีการเลือกตั้งของไทย

ตอบ  คำว่า การเลือกตั้ง เป็นคำที่ได้ฟังและคุ้นเคยของคนไทยทุกคนที่อยู่ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยหลักแล้วการเลือกตั้งจะเกี่ยวกับบุคคล 3 ฝ่าย ฝ่ายผู้สมัครรับเลือกตั้งฝ่ายหนึ่ง กับฝ่ายผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเป็นฝ่ายที่สอง ทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งจะต้องมีความเชื่อมั่นเข้าใจและมีอุดมการณ์คล้ายคลึงกัน ผู้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งต้องมีความมั่นใจว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนของตนได้ตามนโยบายหาคำมั่นสัญญาตามที่หาเสียงไว้ และฝ่ายที่สามคือ ฝ่ายที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส คือ ฝ่ายควบคุมและดำเนินการ การเลือกตั้ง ได้แก่คณะกรรมการ การเลือกตั้ง เรียกชื่อย่อว่า กกต.

 

สามเณรศุภมิตร  วงษาซ้าย (รปศ)