รู้ เล่น ลอง ในตราสารอนุพันธ์
พันธะสัญญาการเรียนรู้ : รู้ เล่น ลอง ในตราสารอนุพันธ์

อนุพันธ์ คืออะไร ? ใช่หลักการของแคลคูลัสหรือไม่ เป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานาน ตลอดระยะเวลาที่ผมได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน ผมเคยได้ยินคำว่า “อนุพันธ์” มาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยได้ศึกษารายละเอียดของมัน ในปีนี้ (ค.ศ. 2010) เป็นปีแรกที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จำลองการซื้อขายตราสารอนุพันธ์เสมือนจริงมาไว้ในการแข่นขัน “SET-TFEX Click2WIN 2010: Stock & Futures Simulation” โดยใช้ข้อมูลข่าวสาร ราคา และสถานการณ์จริง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ให้กับผู้ที่สนใจ
เป้าหมายในการเรียนรู้ครั้งนี้ของผม คือ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารอนุพันธ์มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการเก็บออมและการลงทุนในอนาคต
วิธีการเรียนรู้ที่จะใช้ 
                1. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตราสารอนุพันธ์จากแหล่งความรู้ต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือของตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) เป็นต้น


                2. สมัครแข่งขันเกม “SET-TFEX Click2WIN 2010: Stock & Futures Simulation”


                3. ทดลองลงทุนใน “SET-TFEX Click2WIN 2010: Stock & Futures Simulation” แล้วประเมินผลลัพธ์กำไร – ขาดทุน จากวิธีการลงทุนของตนเอง
วิธีที่จะพิสูจน์ว่าบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้แล้ว คือ การดูจากผลกำไร – ขาดทุน ที่เกิดจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์
ภาคผนวก
ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) คือ ตราสารทางการเงินที่ก่อกำเนิดจาก อ้างอิงจาก หรือผันแปรตาม สินทรัพย์อ้างอิง โดยทั่วไปตราสารอนุพันธ์จะมีมูลค่าขึ้นอยู่กับสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) หรือตัวแปรอ้างอิงอื่นๆ (Underlying Variable) สินทรัพย์ที่อ้างอิง อาจเป็นตราสารทางการเงิน เช่น อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ พันธบัตรตั๋วเงิน หุ้นสามัญ ฯลฯ หรืออาจเป็นสินค้าหรือสินทรัพย์อื่นๆ เช่น น้ำมัน ข้าว บ้าน รถยนต์ ฯลฯ ตามแต่ที่ตราสารอนุพันธ์นั้นได้กำหนดไว้ว่าเป็นการอ้างอิงถึงสินทรัพย์ใด
ตัวอย่างของอนุพันธ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันนั้น เช่น สัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดิน ซึ่งปกติการซื้อขายบ้านและที่ดินเป็นการทำสัญญาจะซื้อจะขายกัน โดยผู้ซื้อทำการวางเงินมัดจำจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขาย เช่น บ้านมีราคา 3,000,000 บาท ผู้ซื้อได้ตกลงที่จะวางเงินมัดจำจำนวน 500,000 บาทในวันทำสัญญา และจะมีการส่งมอบบ้านกันในอนาคต เช่น อีก 6 เดือนข้างหน้า ในระหว่างสัญญานั้นผู้ซื้อก็จะดำเนินการขอกู้เงินจากธนาคาร เพื่อนำมาซื้อบ้านและที่ดินดังกล่าว หากธนาคารอนุมัติเงินกู้ ผู้ซื้อก็จะนำเงินมาชำระค่าบ้านตามสัญญา หรือหากผู้ซื้อไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ ผู้ซื้อก็จะไม่สามารถทำตามสัญญาได้ ผู้ขายก็จะยึดเงินมัดจำไป หรือหากผู้ซื้อสามารถขายสัญญาดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นได้ ผู้ซื้อก็จะได้รับเงินค่ามัดจำคืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาที่ผู้ซื้อสามารถที่จะขายสัญญาจะซื้อจะขายได้ หากราคาบ้านมีราคาสูงขึ้นในระหว่างเวลา 6 เดือน สัญญาดังกล่าวอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และถ้าราคาบ้านมีราคาลดลงในระหว่าง 6 เดือน สัญญาดังกล่าวอาจมีมูลค่าลดลง


เอกสารอ้างอิง
1. http://click2win.tsi-thailand.org/SETClick2WIN/index.jsp
2. http://www.tsi-thailand.org/
3. http://www.settrade.com
4. http://www.tfex.co.th/th/index.html
วันเดือนปีที่บันทึก 22 สิงหาคม 2553