เครือข่ายยิ้มสดใส เด็กสระใครไม่กินหวาน อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย ถือฤกษ์ดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 วันที่ 19 ส่งผ่านความรักให้ลูกหลานนักเรียน ด้วย “เครื่องดื่มอ่อนหวาน” ให้ “ลูกหลานเทวดา” กลับมาเป็น “ลูกหลานคนธรรมดา”
ในเมื่อยังไม่มีกลยุทธ์ใดเด็ดขาด ที่จะสามารถตัดอาหารหวาน น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ผสมเจือจางแต่หวานเชื่อมบาดคอ ออกจากชีวิต ซึ่ง “ความหวาน” เป็นสิ่งเสพติดแรก ๆ ที่คุ้นชินของลิ้น ผ่านลำคอสู่กระเพาะ เส้นเลือด และวันละเล็กวันละน้อยที่สมองรับรู้ระดับความหวาน มีความสุขเมื่อได้รับสารที่เปลี่ยนสภาพจากน้ำตาล เป็นโครงสร้างกลุ่ม Opioid คล้ายฝิ่น ความสุขที่เพิ่มขึ้นทำให้สมองต้องการน้ำตาลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่มาของการติดรสชาติหวาน ในขณะที่องค์การอนามัยโลกมีข้อแนะนำการรับประทานน้ำตาลให้น้อยที่สุด
เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) แนะนำว่าคนไทยไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา (24 กรัม) ต่อวัน แล้วรู้ไหมคะ? ปัจจุบันคนไทยกินน้ำตาลประมาณวันละ 20 ช้อนชา ไม่ได้หมายถึงแค่น้ำตาลทราย (Sucrose) เป็นเม็ด ๆ ที่เราคุ้นเคย แล้วฉีกซองหรือตักเติมกาแฟ เติมก๋วยเตี๋ยวเท่านั้นนะคะ น้ำตาลที่มาในรูปการถนอมอาหารและผสมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ขนมกรุบกรอบและขนมหวานนี่แหละค่ะ ที่มองไม่เห็นเป็นเม็ด ๆ แต่มาพร้อมกับแป้งและไขมัน
อย่าได้แปลกใจเลย ปี 2551 – 2552 อำเภอสระใครจึงยับยั้งอัตราการเกิดโรคฟันแท้ผุในนักเรียนประถมศึกษา 17 โรงเรียนได้เพียงร้อยละ 2.4 ทุกวันนี้เด็กนักเรียน ป.1 – ป.6 ฟันแท้ผุประมาณ 1 ใน 4 ส่วนประชากรทั้งอำเภอสระใครประมาณ 25,000 คน ในปี 2552 โรงพยาบาลสระใครมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้น 100 กว่าคน คาดว่าพอหมดปี 2553 ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่น่าจะเพิ่มขึ้นจากปี 2552 รวมทั้งหมดสะสมมาประเดี๋ยวต้องถึง 700 คน แน่นอนเลย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แล้วทรวดทรงองค์เอวนะคะ ใครทายได้บ้าง ? อ้วนหรือผอมมากกว่ากัน โถ ๆ ไม่ต้องกลัวหมอ ๆ ตกงานหรอกนะคะ....คิดสักนิดก่อนจะหยิบอะไรเข้าปาก (ย่อหน้านี้แค่เกริ่นนำ ดังนั้น ยังไม่พูดถึงเบาหวานและคณะ “ภาวะแทรกซ้อน”)
โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กหรือเป็นคนจ่าย “เงินค่าขนม” ไปโรงเรียน ทำอย่างไรจะสร้าง “ภูมิคุ้มกันความหวาน” ให้เกิดขึ้นได้ ถ้ามีแบบฉีดเข้าต้นแขนปุ๊บ....ป้องกันการติดหวานได้ คงจะดีมาก ๆ (อีกแหละ พึ่งพา High technology ก็เม็ดเงินทั้งนั้น) ตอนนี้ยังไม่มี ทำอย่างไรจะใช้ “ความรัก” เป็นภูมิคุ้มกัน ในทิศทางที่เหมาะสมต่อการลดการติดรสชาติหวาน
ชีวิตเด็กน้อยที่ผ้าขาวเริ่มจะถูกตั้งใจแต่งแต้มสี ให้เป็นภาพสวยงามตามฝันของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ถือว่าทำบุญมาดี แต่ก็มีไม่น้อย ถูกทำให้เกิดมาโดยไม่มีแผนการเลี้ยงดูรองรับ ไม่ใช่แค่ปากกัดตีนถีบ เพราะผืนดินแหล่งน้ำที่พอจะเป็นทรัพยากรเริ่มต้นสำหรับครอบครัวน้อย ๆ ก็ยังไม่มี ต้องระเหเร่ร่อนจากบ้านไปทำงานไกล ฝากลูกไว้กับพ่อแก่แม่เฒ่า แม้ไม่อ้างว้างนักเพราะยังมีอกเหี่ยว ๆ คอยโอบอุ้ม แต่ตีสักแผะก็ไม่กล้า เงินที่ส่งกลับมา หลานเรียกร้องจะเอาอะไรก็ต้องให้ แค่พ้นช่วงเวลาเฉพาะหน้า ทำให้หยุดร้องเอาแต่ใจไปได้ก็พอ จะคิดยาวคิดไกลไปถึงการปลูกฝังสิ่งดีดี ลำพังตัวเองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ พูดมาก ๆ ก็เหนื่อย “ลูกเทวดา” หรือ “หลานเทวดา” ช่างสรรหามาเรียกได้เข้ากับยุคสมัยแท้ ๆ
มิเพียงไม่ได้ตั้งใจแต่งแต้มสี แต่ผ้าขาวผืนนี้ถูกป้ายเปรอะเลอะเทอะจากสิ่งสัมผัสรอบตัว โดยผู้เลี้ยงดูก็ไม่ได้รู้เท่าทันการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผ้าผืนนี้ เพื่อให้ยังพอจะเป็นภาพสวยงามตามฝัน ไม่ง่ายที่จะฝึกและฝืนเลี้ยงให้แตกต่างจากลูกหลานบ้านอื่น ๆ ที่ลูกเทวดาหรือหลานเทวดาพอ ๆ กัน
ด้วยธรรมชาติของร่างกายที่ต้องการพลังงาน ตั้งแต่โบราณเก่าแก่ที่มนุษย์เรียนรู้ว่าความหวานจากพืชผัก ผลไม้ป่า รวงผึ้ง เพิ่มความชื่นใจ หายเหนื่อยมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันใด มีความสุขขึ้นมาทันที “ความสุข” จึงเป็นตัวกลางเชื่อมร้อย “ความหวาน” เกาะเกี่ยวเข้าคู่กับ “ความรัก” ปรากฏเป็นหลักฐานในวรรณกรรมทั้งเทศและไทยมากมาย ยามรักน้ำต้มผักยังหวาน แล้วขนมหวานก็ถูกใช้เป็นสื่อของความรักในแทบทุกวัฒนธรรม รักลูกรักหลานจึงป้อนขนม เรียกให้กินขนม แวะซื้อขนมก่อนไปศูนย์เด็ก ให้เงินค่าขนมไปโรงเรียน
สวัสดีค่ะคุณหมอ
แวะมารับแนวคิดดีๆยามเช้าค่ะ เห็นด้วยค่ะปัจจุบันเด็กๆหาอาหารหวานๆทานได้ง่าย โอกาสเสี่ยงฟันผุก็เพิ่มขึ้นด้วย ทำอย่างไรจะเพิ่มภูมิคุ้มกันความหวานได้ ผู้ใหญ่ใจดีจะช่วยเด็กๆได้อย่างไร
ชื่นชมกิจกรรมดีๆค่ะ ทำเครื่องดื่มอ่อนหวาน น่าทานนะค่ะ มีประโยชน์ด้วย
ขอบคุณบันทึกดีๆนี้ค่ะ
สวัสดีครับคุณ หมอ ดูแลลูกเทวดาให้อ่อนหวาน แล้ว ปีต่อไปขอ สสส.ต่อยอดไปถึงเทวดาด้วยครับ
เทวดาหวานจนเชื่อมแล้วครับ
สวัสดีค่ะคุณถาวร
สวัสดีค่ะท่านลุงบัง
สวัสดีค่ะคุณหมอ
○แวะมาเยี่ยมอ่านบันทึกค่ะ
○ดีใจจังค่ะ ที่วันนี้แวะมาเยี่ยมคนบ้านๆกินข้าวยำ....ขอบคุณค่ะ
หมอครับไม่ต้องทำอะไรมาก ใช้ลูกเทวดานั้นแหละไปบังคับเมวดาให้ "อ่อนหวาน"
ท่านลุงบัง
เรียน คุณหมออ้อ
อร่อยมาก ได้ชิมแล้ว 2 ขวดรวดเดียว อยากชิมอีก ขอสนับสนุนให้คนไทยได้ดื่มสิ่งดีๆ อย่างนี้ อิ..อิ
พี่บัน
สวัสดีค่ะ...ท่านรองบัน
นานๆมาชมที มีสิ่งดีดีให้ได้ชื่นชม อิ่มใจที่ได้อ่าน จะเบิกบานเมื่อได้ปฏิบัติ วันที 1 ตุลาคมนี้ ขอสั่งอาหารว่าง เครื่องดื่มอ่อนหวานสำหรับงานประชุมสรุปผลงานและตลาดนัดวเทีส่งเสริมสุขภาพช่องปาก นะตรับ เป้าหมายร้อยกว่าคน เป็นการปฏิบัตให้เห็นด้วยของจริง ฝากวางแผนและประสนพี่แอ็ดได้เลยนะครับ......เวทีนี้จะอ่อนหวานทั้งกายและใจ ขอเทวดาโปรดสนับสนุนและอวยพร