ชื่อเรื่อง     การสร้างบทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย   

                กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3

ผู้ศึกษา      นางกรแก้ว   บุญเอี่ยม  ตำแหน่งครู  วิทยฐานะชำนาญการ

                   โรงเรียนบ้านปลักไม้ดำ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร  เขต  1

                   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ 

ปีที่พิมพ์     2552

 

บทคัดย่อ

 

                   การศึกษาในครั้งนี้มีความมุ่งหมาย  1)  เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  2)  เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผลบทเรียนสำเร็จรูป  

หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  3  3)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา

และพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3    กลุ่มเป้าหมาย  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านปลักไม้ดำ  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2552    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร   เขต  1    จำนวน  1  ห้องเรียน  จำนวนนักเรียน  12  คน  ระยะเวลาในการศึกษา  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2552  ตั้งแต่วันที่  22  กรกฎาคม  2552  ถึงวันที่  30  กันยายน  2552 ใช้เวลาจัดกิจกรรม  สัปดาห์ละ  1  ชั่วโมง  รวม  10  สัปดาห์  รวมเวลาในการจัดกิจกรรม  10  ชั่วโมง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย  1)  บทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  จำนวน  10  เรื่อง  2)  แบบทดสอบก่อนเรียน  (Pre-test)  และแบบทดสอบหลังเรียน  (Post-test)  เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  30  รูปแบบที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้คือ  The  one  Group Pre-test – Post-test  Design  กลุ่มตัวอย่างเรียนจากบทเรียนสำเร็จรูปที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น  นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ  หาประสิทธิภาพ  (E1/E2)  หาค่าดัชนีประสิทธิผล  (The Effectiveness  Index  :  E.I.)  สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย     ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)  ร้อยละ  (%)  และทดสอบสมมติฐาน  t–test  แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน  (Dependent  Sample)

               

 

ผลการวิจัยพบว่า

                1.  บทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย  กลุ่มสาระ

การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  มีประสิทธิภาพ  (E1/E2

ท่ากับ  81.92/86.11  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้  80/80

                2.  ค่าดัชนีประสิทธิผล  (The Effectiveness  Index  :  E.I.)  ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย  กลุ่มสาระการเรียนรู้

สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  เท่ากับ  0.72973

                3.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  ซึ่งได้รับการจัดกิจกรรมโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  3  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05

                  โดยสรุปบทเรียนสำเร็จรูป  หน่วยการเรียนรู้ที่  4  เรื่อง สุขภาพดีชีวีปลอดภัย 

กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  มีประสิทธิภาพเหมาะสม นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปมากที่สุด  สามารถใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมาย