ไปบ้านครูบารอบสอง ได้มา 2 หลง 1 คือ หลงทาง ไปผิดเส้น หลงทางเสียเวลา ทำให้มีโอกาสฟัง เล่าเรื่อง ดูและเก็บเกี่ยวข้อมูลน้อยลง และ หลง 2 คือ หลงรัก รักวิถีชีวิตชนบท ไม่รีบเร่ง ไม่รีบร้อน สบายๆ ออกจากบ้านก็มีของกิน ไม่เสียเงิน
สวัสดีครับ
วันนี้ของนำเสนอการถอดบทเรียนจากการมีโอกาสดี ได้ไปร่วมเยี่ยมสวนป่าชีวาลัยอีสาน ที่อำเภอสตึก
ของครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เนื่องจากทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เชิญ ครูบาฯ มาเป็นวิทยากรบรรยายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Share and Learn ประจำปี 2553
ครูบาฯ ได้เล่าในพวกเราฟังว่า ท่านได้ทำอาชีพเกษตรกร มานาน เรียนรู้ผิด รู้ถูก มาหลายเรื่อง ได้สะสมความประสบการณ์หลายอย่าง การจัดการความรู้ที่มีอยู่ แบ่งปันกันและกันนับว่ามีประโยชน์ ไม่เพียงแต่ตนเองเท่านั้น คนอื่นๆที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็ย่อมได้ประโยชน์ด้วย เนื่องจากโลกเรามีการเปลี่ยนแปลงไป หากเรายังทำอะไร ต่ออะไรเหมือนเดิม ทำอย่างเดิม อาจจะเป็นไปไม่ได้ หรืออาจอยู่ไม่เป็นสุข
ครูบาฯ ท่านได้นำเสนอแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การเลี้ยงวัวด้วยใบไม้ ส่วนมากเราจะเห็น คนเลี้ยงวัว พาวัวออกเดิน ไปหากินหญ้า กินยอดใบไม้อ่อน ตามที่ต่างๆ (ระหว่างทางก็ได้เจอ) เลี้ยงวัวแบบเพลิน เดินเหนื่อยก็พัก นอนหลับ ตื่นขึ้นมาวัวหาย มีคน(ใจบาป) พาไปที่อื่นๆ ขโมยไปขายบ้างก็มี
ไม่เคยมีใครพูดถึง การนำใบไม้มาให้วัวกิน มัวแต่ทำตามฝรั่ง หาหญ้าให้วัวกิน โง่อยู่ตั้งนาน เห็นใบไม้ร่วงหล่น ก็กวาดทิ้ง ก็เผากัน
ต้นไม้บ้านเรา เห็นพื้นตระกูลถั่ว มีคุณค่าทางอาหารเมื่อตัดยอดลงมา แล้วนำใบไม้หลายชนิดไปบด ไปหั่นให้วัวกิน

เคล็ดวิชานี้ : ไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายในวันเดียว เดือนเดียว ปีเดียวหรือแว๊บปิ๊ง แต่เกิดจากการสะสมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัว+ประสบการณ์ที่ผ่านมา จึงเกิดปัญญา
เพิ่มเติมด้วยหลักวิชาเข้าไปหน่อย คือ การให้ผู้รู้ช่วยวิเคราะห์ ศึกษาว่าใบไม้ชนิดใด มีคุณค่า มีองค์ประกอบของสารอะไรบ้าง ใบไหนกินได้ ใบไหนเป็นพิษ ก็เลือกเอาให้วัวกินได้ถูกต้องมากขึ้น
ลงทุนไม่นาน ได้ผลทันใจ ซื้อวัวมาไม่กี่ตัว เลี้ยงในคอก ให้กินใบไม้ 3 เดือนเห็นผล วัวอ้วนพี
หากเลี้ยงวัว จำนวนมาก ใบไม้ไม่เพียงพอ ก็มาปลูกป่ากัน สร้างใบไม้ ได้ความร่มรื่น ได้ใบไม้ ได้ออกซิเจน ได้ต้นไม้ 5-10 ปี ต้นไม้ที่ปลูกออกดอกออกผล ขายผลผลิตได้อีก นี่ไง ปลูกป่า เห็นผล เห็นประโยชน์มากขึ้น รักป่ามากขึ้น
ไม่มีใครอกหัก เพราะรักป่า
ความรู้ไม่มีขา เดินมาหาใครๆหรอก ต้องออกไปหา มีเพื่อนมาบอก มาเล่า มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดีจะตาย สบายทุกคน
ความรู้มีอยู่มากมาย อย่าแหนงหน่ายกับการเรียน อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ต้องรู้จักลดอัตตาแห่งตน
ใช้ความรู้+ความรัก
พบความผิดพลาดแก้ไข คัดเลือก คัดทิ้ง เชื่อมโยงความรู้จากภายใน+ภายนอก
เปิดใจ เปิดหู เปิดตา รับฟัง
หลังจากบรรยายเสร็จ ครูบาฯ ก็พาพวกเราไป seven&eleven ในบ้าน มาดูต้นมะกล่ำ สามารถนำยอดอ่อนมากินได้
ท่อนไม้ที่เห็นเป็นแนว คือ ต้นมะรุม ที่ปักชำ ต้นเตี้ย เก็บยอด เก็บฝักกินง่าย
ต้นกะลิงปลิง (เพิ่งเคยเห็นและได้ยินชื่อครั้งแรก) มีผลออกมา กินสดๆ รสเปรี้ยว แต่ชุ่มคอ กินกับน้ำพริกได้
ต้นมะสัง นี่ก็เพิ่งเคยเห็น ครูบาฯ เด็ดยอดอ่อน เตรียมนำมาให้พวกเราทานกับน้ำพริก
มะสังผสมกับมะกรูด ต้นมะสัง(นำมาทำต้นตอ) มีคุณสมบัติทนทานสภาพแห้งแล้งได้ดี ต้นตอสามารถทาบกิ่งกับไม้ตระกูลส้มได้ ทำให้ส้มโอ มะกรูด มะนาว เจริญเติบโตและทนแล้งได้ดี
นำความรู้มาผสมผสนาม ต่อยอด แตกกิ่งความรู้ แตกกิ่งต้นไม้ สามารถจัดการความรู้ที่มีอยู่ เพื่อสร้างประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
เดินออกนอกบ้าน ไม่เสียเงิน แต่มาเก็บ(ไปเปลี่ยนเป็น)เงิน นำผลผลิตไปขาย นำไปกิน ซึ่งต่างจากวิถีชีวิตของคนเมือง ออกนอกบ้านมักจะเสียเงิน เสียตังค์ ต้องใช้ ต้องซื้อ เพื่อปากท้อง
หอยทากในธรรมชาติ แวะถ่ายภาพมาให้ดู
เดินลุยดงขมิ้นขาว ใครที่ชอบทานน้ำพริก หากได้ทานกับขมิ้นขาว ก็เป็นความสุขอืกอย่างหนึ่ง
เข้ามาดงไผ่ ไผ่ที่เห็นเรียกว่า ไผ่หมาจู หน่อไม้พันธ์นี้กรอบ อร่อย เหมาะสำหรับการทำต้มจืด ส่วนกระบอกไม้ไผ่ มีเนื้อแข็งและหนา สามารถนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ได้ ราคาลำละ 100-300 บาท แล้วแต่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไผ่
สัตว์ที่ครูบาฯ ทดลองเลี้ยง นกกระจอกเทศและเป็ด
ผลส้มโอ ที่โตจากต้นตอของมะสัง
เดินเลือกชม เลือกเก็บของใน Seven & Eleven รอบบ้านแล้ว มาทานอาหาร นี่คือบางส่วนจากที่ได้ไปเก็บมา ผักที่อยู่ในจานมีประมาณ 12 ชนิด ที่นำมาทานกับน้ำพริก
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้อะไรมากกว่าที่คิด อิ่มสมอง อิ่มท้อง อิ่มอก อิ่มใจ
มารอบสอง ก็ยังหลงทาง เป็นแฟนพันธุ์แท้ ไม่กลัวหลง
เดี๋ยวนี้มีป้ายบอกทางเข้าแล้ว ถนนช่วงหน้าฝน ต้องระวังมากขึ้น
Navigator ไม่ได้ใช้ แต่มีห่านนำทาง
หลงทาง ไม่เป็นไร เพราะได้มาหลงรัก
รักบรรยากาศชนบท หากมีเวลาต้องมาขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกบ่อยๆ อาหารสมอง เพื่อแตกหน่อความคิด
ข้อคิด : วิธีการจัดการความรู้ที่ดีวิธีหนึ่ง คือ การเรียนจากผู้รู้ ดูเค้าทำ แล้วนำไปใช้ (คัดแยก คัดเลือก คัดทิ้ง เลือกสิ่งที่เหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของตนเอง) แต่อาจจะเกิดผลลัพท์ที่ไม่เหมือนกัน ควรเพิ่มเติมด้วยการลงมือ ทำ ทำ และทำด้วยตนเอง ปฎิบัติหรือทำบ่อยๆ จนเกิดเป็นทักษะ อาจจะได้พบข้อผิดพลาด และเกิดเป็นความรู้ ความชำนาญ ต่อๆไป
สวนป่าชีวาลัยอีสาน ก็เป็นสถานที่หนึ่งที่มีคุณค่าของประเทศไทย ที่ช่วยสร้างความรู้ สร้างปัญญาที่หนึ่ง สถานที่แห่งนี้อยู่ในใจของหลายคน เมื่อมาแล้วเกิดสุข เกิดปัญญา

สวัสดีค่ะ
ดีจังเลยมี...เจ็ดสิบเอ็ด...อยู่ในบ้านด้วย แถมปลอดสารพิษอีกต่างหาก
เข้ามาแล้วไม่เสียเงิน แต่ถ้านำออกไปกลับได้เงินอีก...ชอบๆๆๆๆๆ
เอ...ไม่ทราบว่าเป็นผลไม้ชนิดเดียวกันรึเปล่านะคะ ...กะลิงปลิงกับ ตะลิงปลิง
เพราะรู้จักแต่ ตะลิงปลิงค่ะ รสออกเปรี้ยวๆ แต่ถ้านำมาแปรรูปแล้ว...อร่อย
เรียนท่านรศ.เพชรากรที่นับถือ
กราบเรียน ท่าน ร.ศ.เพชรากร ครับ
ขอขอบพระคุณมาก กำลังหาวิชาความรู้ด้านธรรมชาติ
มีที่บางส่วนให้คนอื่นเช่าทำนาอยู่ อยากทำเกษตรธรรมชาติ
ได้อ่านแล้วเยื่ยมมาก ๆ ๆ ครับ
ยอดมะกล่ำและไผ่หมาจูอร่อยมากค่ะ มายืนยันความอร่อย
เรียน คุณครูคิม
ผมว่าจะขออนุญาต ครูบาฯ พานักศึกษาไปร่วมเรียนรู้ พักค้างคืน เก็บเกี่ยวเคล็ดวิชาปลายปีนี้ หากใครสนใจเชิญร่วมนะครับ
เรียน คุณ Kruqui
เท่าที่ผมลองค้นคว้าดู พบว่า กะลิงปลิงกับ ตะลิงปลิง เป็นสิ่งเดียวกัน ครับ เรียกต่างถิ่นกันเท่านั้นครับ
เรียน คุณยาย
ตอนแรกครูบา บอกว่า... กลัววัวไม่กินเหมือนกัน แต่ลองทิ้งกองใบไม้ที่ตัดไว้ค้างคืน ตอนเช้ามาดู พบว่า ใบไม้หายไปเกือบหมด ส่วนเศษกิ่งไม้ มีหลงเหลือบาง วัวฉลาดครับ ไม่กินกิ่งไม้ที่แข็งๆ
เรียน คุณประดิษฐ์
ลองทำเองครับ หากไม่ไหว ชวนเพื่อนช่วยกันลงแขกก็ได้นะครับ จะบอกน้องนักศึกษาให้ ไปร่วมพัฒนา เรียนรู้ร่วมกัน ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยม ครับ
KM_ในสวนป่า
เรียน พี่แก้ว
ขอบคุณ สำหรับรูปกิจกรรมเรียนรู้ ณ มหาชีวาลัยอีสาน และมาเยี่ยม ครับ
เรียน อ.ต้อม.. ป่าดูร่มรื่นสวยมากค่ะ และเห็นผักสดๆแล้วน่าทานมากเลยค่ะ "สะสมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัว+ประสบการณ์ที่ผ่านมา จึงเกิดปัญญา" และอย่าลืมถ่ายทอดความรู้(tacit knowledge)ให้คนรุ่นต่อๆไปด้วยนะคะ
เรียน อาจารย์ ที่เคารพ
อ่านแล้วชอบมากค่ะ กะว่าในอนาคตก่อนเกษียณอายุราชการ อยากทำให้ได้ซัก 1/4 ของสถานที่ ๆ อาจารย์เล่าให้ฟัง
เพราะเป็นสิ่งที่วาดหวังไว้ตั้งแต่ก่อนไปศึกษาที่ มข. แล้ว ขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่ให้ความรู้ ช่วยให้มีแรงกระตุ้นอีกทางหนึ่ง
เรียน คุณฐิตินันท์
ความรู้ ยิ่งถ่ายทอด ยิ่งเกิดประโยชน์
เรียน คุณอันธิกา
ปรับแต่งสวน ปลูกต้นไม้ ผลไม้ เรียบร้อยแล้ว ขอให้เชิญทีมรังสีขอนแก่น ไปเรียนรู้ ไปเยี่ยมเยือนด้วยนะครับ
เรียนอ.ต้อม
ได้อ่านและได้เห็นชีวิตกับธรรมชาติแล้วรู้สึกชุ่มฉ่ำใจมากๆ
เพราะเป็นสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว ขอบคุณอาจารย์มากๆค่ะ ที่ให้ความรู้
ช่วยให้มีแรงกระตุ้นความฝัน..สักวันอาจจะเป็นจริงค่ะ
เรียน ท่านอาจารย์ ผมได้เห็นภาพแล้วรู้สึกชอบ ดูมีประโยชน์มากซึ่งผมก็กำลังศึกษาอยู่พอดี ใครที่เปิดดูรายการแล้วคงชอบอย่างที่มองเห็นจริงๆ เสียดายที่ประชาชนทั่วไปคงจะยังไม่มีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาเปิดดูถ้าโครงการอินเทอร์เน็ตตำบลได้ผลตามที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมอยู่ขณะนี้เปิดอ่านได้ดูภาพประกอบ จะทำให้ประชาชนได้แนวความคิดไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ตามโครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ท่านอาจารย์ทำต่อไป ชอบมากครับ
เรียน ว่าที่ร้อยโท ประลำ พุฒลา
หลายวันก่อนผมได้ดูข่าว คนที่เลี้ยงวัวภาคกลาง ไม่มีหญ้าให้วัวกิน
หากวิธีการที่ครูสุทธินันท์ ท่านทำเกี่ยวกับการให้วัวกินใบไม้ได้เผยแพร่ออกไป
น่าจะเป็นแนวทางที่ผู้เลี้ยงวัว อาจนำไปประยุกต์ หรือทดลองใช้กันดูบ้าง
ได้แต่หวังว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเนื้อหาแบบนี้ อาจจะมีโอกาสส่งต่อไปยังที่เกี่ยวข้องในการบริหาร พัฒนาบ้านเมืองต่อไป ครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม ครับ