แนวคิด

1

ท่านคิดว่า การตั้งพรรค “การเมืองใหม่” จะมีผลดีผลเสียต่อการปฏิรูปการเมืองไทยอย่างไร

   ตอบ สำหรับผมคิดว่า การตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่อการปฏิรูปการเมือง ขึ้นอยู่กับการบริหารงานของพรรคนั้นๆ การตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาก็จะทำให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกผู้ที่จะมาบริหารประเทศได้มากขึ้น และได้เปิดโอกาสให้นักการเมืองหน้าใหม่ได้แสดงผีมือในการบริหารประเทศ แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคการเมืองนั้นว่ามีความน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใดที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้นำประเทศ และสามารถทำงานร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ ได้โดยไม่มีปัญหา หรือ ข้อขัดแย้ง

ส่วนข้อเสีย การจัดงบประมาณในการซื้อเสียงเพื่อนำมาสู่การได้เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองและไม่น่าทำ น่าจะนำงบประมาณที่ลงทุนกับการซื้อเสียงเก็บไว้พัฒนาในส่วนอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และการขัดแย้ง โดยผู้สนับสนุนหรือผู้ที่มีอำนาจซึ่งมีผลต่อการบริหารงานของรัฐมาก ผู้คนเหล่านี้สามารถทำให้เกิดความวุ้นวายในการเมืองได้ สังเกตได้ในการบริหารงานรัฐบาลชุดปัจจุบัน

2.การชุมนุม “ม็อบเสื้อแดง” แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยมีการพัฒนา หรือไม่ เพราะเหตุใด

    ตอบ การชุมนุม “ม็อบ” เสื้อแดง ถ้ามองย้อนหลังไป เมื่อปี พ.ศ.2549 มีการก่อ”ม็อบ”อยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการเมืองไทยด้อยการพัฒนามาก เพราะรัฐบาลไร้ซึ่งความเป็นธรรมขาดหลักจริยธรรมและบริหารงานไม่มีหลักนิติรัฐและนิติธรรมในการบริหารงานไม่ได้เข้าถึงประชาชนโดยแท้จริง แก้ไขปัญหาที่เกิดไม่ถูก เช่น กู้เงินต่างประเทศมาเพื่อบริหารประเทศเมื่อขาดทุนแล้วเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากประชาชน จึงทำให้การเมืองไทยในทุกวันนี้ขาดความน่าเชื่อถือ

3. ตามสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พุทธศักราช 2540 ว่าด้วยการรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทย บุคคลในข้อใดต่อไปนี้ ที่ถือว่าขัดแย้งต่อหลักเกณฑ์ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้สมัครแบบแบ่งเขตการเลือกตั้ง

    ตอบ ตามสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ  ฉบับปี พุทธศักราช 2540  ว่าด้วยการรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบุคคลที่คุณสมบัติต้องห้ามด้วยคุณสมบัติของผู้สมัครคือดังนี้ ผมขอยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญบางมาตรา เช่น มาตราที่ 110 สมาชิกสภาผู้ทนราษฎรต้อง

( 1 )  ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือพนังงานส่วนท้องถิ่น

( 2 )  ไม่รับสัมปทานจากรัฐหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว

( 3 )  ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใดๆจากหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ

และมาตรา 109 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช่สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสภาผู้แทนราษฎร  คือ

1.  ติดยาเสพติดให้โทษ

2.  เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี

3.  ต้องคำพิพากษาให้จำคุกคุมขังอยู่โดยหมายศาล

4.  เคยถูกไล่ออก ปลกออก  หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ

5.  เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง

6.  เป็นสมาชิกวุฒิสภา

7.  เป็นกรรมการการเลือกตั้ง

4.ระบบจตุสดมภ์ ว่าด้วย “วัง” หากเปรียบเทียบกับระบบราชการในปัจจุบัน คล้ายคลึงกับกระทรวงใด มากที่สุด

    ตอบ  ระบบจตุสดมภ์ ว่าด้วย  วัง  หากเทียบกับระบบราชการในปัจจุบัน คล้ายคลึงกับกระทรวงใดมากที่สุด  คือดังต่อไปนี้ วิธีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนกลางในสมัยโบราณโดยตั้งกรมหรือ กระทรวงใหญ่ๆขึ้นมา 4 กรม ปัจจุบันคล้ายคลึงกับกระทรวงดังต่อไปนี้คือ

        1.   เวียง  คล้ายคลึงกับกระทรวงกลาโหมปัจจุบัน

        2 .  วัง  คล้ายคลึงกับกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน

        3 .   คลัง  คล้ายคลึงกับกระทรวงธรรมการในปัจจุบัน

         4.   นา   คล้ายคลึงกับกระทรวงการคลังปัจจุบัน

5. ท่านคิดว่าการเมืองไทยมีปัญหาทางจริยธรรมอย่างไร

ตอบ การเมืองไทยในปัจจุบันไม่ได้คำนึงถึงหลักทางจริยธรรม ผู้นำหรือผู้บริหารประเทศคิดเอาแต่ประโยชน์ส่วยตนเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เข้ามาก็ล้วนแต่หวังกอบโกยเอาสิ่งที่เป็นของส่วนรวมไปยึดถือไว้เป็นของตน ไม่คำนึงถึงประชาชนที่ยากจนและไม่แก้ไขปัญหาสังคมให้เสร็จสิ้น และส่วนใหญ่มีการรับสินบนและก้าวล้าสิทธิเสรีภาพประชาชน

จงอธิบายแนวคิดต่อไปนี้

6.แนวคิดเชิงการพัฒนาการเมือง (Political Development)

ตอบ เป็นที่แน่นอนว่าในการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมจะต้องกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ของสังคม เช่นโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และสังคม อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้เพราะในสังคมหนึ่ง ๆ นั้นย่อมไม่อาจสร้างเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างการเมือง เศรษฐกิจและสังคม หรือแยกไปพิจารณาแต่ละส่วนโดยไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

การพัฒนาการเมือง เป็นพื้นฐานทางการเมืองของการพัฒนาเศรษฐกิจ

     ในแง่นี้การเมืองที่พัฒนาแล้วจะเปรียบเสมือนปัจจัยที่สำคัญที่จะเอื้ออำนวยต่อความเจริญทางเศรษฐกิจ เช่น ช่วยให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้น แต่ปรากฏว่าการพัฒนาการเมืองในแง่นี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าแคบไป ทั้งความเจริญทางเศรษฐกิจนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในระบบการเมืองที่แตกต่างกัน และจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้เห็นในหลายประเทศปัจจุบันว่า ความเจริญทางเศรษฐกิจ หาได้มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นในช่วงอายุของเราไม่ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองถึงขนาดที่เราอาจจัดได้ว่าเป็นการพัฒนาการเมืองแล้วก็ตาม แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นว่า หากระบบการเมืองมีการพัฒนาสูง จะส่งเสริมให้เกิดความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจจึงขึ้นอยู่กับระดับของการพัฒนาการเมืองของแต่ละสังคม

7.แนวคิดเชิงปรัชญาการเมือง (Political Philosophy)

ตอบ   ปรัชญาการเมือง (Political Philosophy) คือ ปรัชญาประยุกต์ (Applied Philosophy) แขนงหนึ่ง ที่ศึกษาเกี่ยวกับ แนวคิดเรื่องเกี่ยวกับส่วนรวม รัฐ (State) อำนาจทางการ (Authority) สิทธิ เสรีภาพ ความยุติธรรม ฯลฯ ปัญหาที่นักปรัชญาการเมืองมุ่งศึกษาจึงเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับปัจเจก มนุษย์เป็นผู้สร้างสังคมหรือสังคมเป็นผู้สร้างมนุษย์ หรือศึกษาระบอบการปกครองที่เหมาะสมกับแต่ละสังคม เป็นต้นปรัชญาการเมืองคือแนวคิดเชิงอุดมการณ์
ปรัชญาการเมืองคือแนวคิดเชิงปรัชญาการเมืองไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิธีทางตรรกะ เราจะยอมรับมันก็ต่อเมื่อแนวคิดแบบหนึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและค่านิยมหลักโดยทั่วไปของเรา แต่ ปรัชญาการเมืองก็เป็นความจริงทางสังคม เพราะ เมื่อมีคนเชื่อคล้อยตามแนวคิดนั้นๆ จะทำให้เกิดผลต่อการจัดการทางการเมือง และสังคมไปในทิศทางนั้นได้อุดมการณ์

8.แนวคิดเชิงพฤติกรรมการเมือง (Political Behavior)

ตอบ   หากได้มองย้อนไปถึงแนวคิดของนักปรัชญาการเมืองโบราณเช่น อริสโตเติล (Aristotle) ปรัชญาเมธีชาวกรีกโบราณ ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งวิชารัฐศาสตร์” ผู้กล่าวไว้ว่า มนุษย์ตามธรรมชาติเป็นสัตว์การเมืองต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มหรือชุมชน อันแตกต่างไปจากสัตว์โลกอื่น ๆ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยสัญชาตญาณเป็นหลัก หากแต่มนุษย์ นอกจากจะอยู่ด้วยสัญชาตญาณแล้ว ยังมีเป้าหมายอยู่ร่วมกันอีกด้วย ดังนั้นการอยู่ร่วมกันของมนุษย์จึงมิใช่มีชีวิตอยู่ไปเพียงวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น หากแต่เป็นการอยู่ร่วมกันเพื่อจะให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย เราก็จะมองเห็นภาพของการเมืองในแง่หนึ่งว่าการเมืองนั้นก็คือ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในชุมชนหรือสังคมเพื่อให้มี

9.ประเทศใดมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบกึ่งประธานาธิบดี

ตอบ  ประชาธิปไตยทางอ้อมแบบระบบกึ่งประธานาธิบดี เป็นการปกครองแบบหนึ่งซึ่งมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ และผู้ใช้อำนาจบริหารผ่านทางนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เป็นระบบที่มีการผสมผสานกันระหว่างลักษณะของระบบรัฐสภาและระบบประธานาธิบดี โดยประธานาธิบดีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด เหนือกว่าอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร

ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข)

นายยกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารและสภานิติบัญญัติมีประธานาธิบดี ที่ถูกเลือกเป็นประมุขประเทศเพียงแต่ในนาม รัฐสภา (ฝ่ายนิติบัญญัติ) กับคณะรัฐมนตรี (ฝ่ายบริหาร) จะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

ประเทศบังกลาเทศ        

    ·       ประเทศบัลแกเรีย        ·        ประเทศเช็ก        ·       ประเทศโดมินิกา         ·       ประเทศฮังการี       

    ·       ประเทศไอร์แลนด์        ·       ประเทศอิสราเอล         ·       ประเทศลัตเวีย             ·       ประเทศลิธัวเนีย           

    ·       ประเทศมาซีโดเนีย      ·       ประเทศมอริเชียส       ·       ประเทศฟินแลนด์       ·       ประเทศเนปาล

    ·       ประเทศโปรตุเกส        ·       ประเทศสโลวาเกีย      ·       ประเทศตรินิแดดและโตเบโก

    ·       ประเทศตุรกี               ·       ประเทศซิมบับเว

     10.การปฏิรูปการเมืองไทยที่ผ่านมาประสบความสำเร็จหรือไม่ควรมีการปฏิรูปใหม่  

      ตอบ   การปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1 ล้มเหลว เพราะภาคประชาชนและสังคมนั้นอ่อนแอ ขาดการติดตามและตรวจสอบให้เจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญได้รับการปฏิบัติจริงมากกว่าเพียงการบัญญัติไว้เป็นตัวหนังสือในแต่ละมาตราเท่านั้น ทำให้ฝ่ายการเมืองสามารถใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรอิสระและบิดเบือนเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ จนทำให้การปฏิรูปการเมืองที่ผ่านมาล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย

แต่นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะ ณ ปัจจุบันนี้ ประชาชนมีความตื่นตัวและสนใจในทางการเมืองอย่างสูง อันจะเห็นได้จากปรากฏการณ์สนธิและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีการออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการใช้อำนาจรัฐของฝ่ายการเมือง การรณรงค์ขับไล่ผู้นำทางการเมืองอันเนื่องมาจากปัญหาจริยธรรมทางการเมือง การเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองรอบสอง ตลอดจนการให้ความรู้ทางการเมืองจากผู้เชี่ยวชาญผ่านการชุมนุมในเวทีสาธารณะตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผมคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ทำให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมืองภาคประชาชนที่เข้มแข็ง จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างมากมาย ตั้งแต่การประกาศยุบสภา การไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมไปถึงกระแสการปฏิรูปการเมืองโดยให้มีการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ด้วยเหตุดังนั้น การปฏิรูปการเมืองรอบสองจะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างกระแสให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว   ไม่ปล่อยให้การปฏิรูปการเมืองอยู่ในมือของนักการเมืองหรือกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ภาคประชาชนอาจจะรวมตัวกันโดยอยู่ในรูปแบบพันธมิตร สมัชชา สมาพันธ์ สถาบันวิชาการ โรงเรียน สถานที่ทำงาน และองค์กรต่าง ๆ ที่เชื่อมเครือข่ายระหว่างกันให้กลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมขนาดใหญ่และกว้างขวางมากที่สุด เพื่อที่จะทำให้สังคมไทยเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองและสังคม

                                                                                                                   สามเณรศุภมิตร  วงษาซ้าย (รปศ)