ถ้าเราหันมาจัดตารางชีวิตเป็นความทุกข์จะถูกถอดออกจากตารางชีวิตที่ละขั้นและจะเบาบางไปในที่สุด แต่อย่าลืมว่าความทุกข์เป็นตัวที่มีอิทธิพลร้ายกาจที่สามารถแทรกซึมได้ตลอดเวลา

              วันนี้ได้อ่านบันทึกมากมายหลายสาระ   ได้พบการนำบันทึกของชีวิตประวันของคนที่ท่านผู้เขียนนำมาบอกเล่าว่ามันมีความทุกข์มากกว่าความสุข หรือบางทีบางครั้งมันก็ไม่มีความสุขเสียเลยแม้แต่น้อยในเวลาที่ผ่านไป

               ตอนเช้าจะไปทำงานก็ยุ่งเหยิงกับความทุกข์สารพัดอะไร ๆก็ทุกข์ไปหมด  พอในทำงานก็เห็นแต่ความทุกข์  ออกจากที่ทำงานก็ทุกข์อีก ขับรถก็ทุกข์อีก  ขึ้นรถประจำทางก็ทุกข์  มาบ้านเห็นแม่บ้านก็ทุกข์(เรื่องใหญ่เลยนะนี่)  จะเข้านก็ทุกข์ จะถอดเสื้อผ้าก็ทุกข์  จะกินข้าว จะหลับจะนอน ก็ทุกข์

               ตกลงตารางชิวิตนี้เต็มหมด ความทุกข์ถูกจัดเข้าไปเต็มหมดไม่มีเวลาว่างให้ความสุขเข้าไปแทรกได้เลยในตารางชีวิต

                คนจัดตารางชีวิตเราคือใคร  ก็เราเองนั่นแหละเป็นจัด  เราจัดอย่างไรแบบไหนใครจะมาบอกว่าไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิมาโต้แย้งหรือบังคับเราได้  ใครจะมายิ่งใหญ่กว่าเราในชีวิตเรา ในตัวเรา

                 เราไม่เคยจัดตารางความสุขในมากเข้าไว้เข้ามาแทรกให้มาก ๆ แล้วเราบอกว่า  ข้าจะเลิกตารางเก่า ๆ แล้วมาจัดใหม่  นำตารางแห่งความสุขเข้ามาแล้วรีบใช้ เราจะรู้ว่าเราหลงให้ความไม่รู้มาจัดตารางชีวิตของเราตลอดมานานแสนนาน

                 ถ้าเราหันมาจัดตารางชีวิตเป็นความทุกข์จะถูกถอดออกจากตารางชีวิตที่ละขั้นและจะเบาบางไปในที่สุด  แต่อย่าลืมว่าความทุกข์เป็นตัวที่มีอิทธิพลร้ายกาจที่สามารถแทรกซึมได้ตลอดเวลา

                  ใจหรือสติคือผู้มีอิทธิพลในตัวเราต้องเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหว  เราต้องสร้างพลังต้านความทุกข์  โดยการมีสุขมาก ๆในใจเพิ่มเป็นกองทุนในแต่ละเวลา เมื่อความสุขมีมาก  ความทุกข์ก็จะหายไป

         ถ้าเรามีความคิดว่าทุกอย่างมีความสุข  ทำงานก็มีความสุข  อยู่ที่บ้านก็มีความสุข  แต่งงานก็มีความสุข  อะไร ๆก็มีความสุขไปหมด  เพราะเราไม่เรียกหาความทุกข์มาใส่ใจ  พอตื่นขึ้นมาก็เอาความทุกข์ใส่เข้าไปในใจทุกเวลาทุกวัน  ความทุกข์มันก็เต็มอัดในหัวใจ  ความสุขมันก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าสู่ใจของเรา  อะไร ๆ จึงทุกข์ไปหมด  มันเป็นสิ่งแปลกอยู่อย่างหนึ่ง  อะไรเป็นสิ่งที่ร้าย ๆ ถ้าเราต้องการมันจะมาหาเราตามที่เราคิด  เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดถึงมันจะดีที่สุด  เลยให้ไปคิดในสิ่งดี ๆคิดสักสิบเรื่อง ได้มาเรื่องสองเรื่องก็ให้ถือเป็นความสุข  แล้วความทุกข์จะสูญหายไปได้

              อย่าเชื่อแต่ต้องลองจัดตารางชีวิตเราดู แล้วเราเราจะพบมิติชีวิตเราใหม่หรือไม่อย่างไร  เราจะได้คำตอบโดยตัวเราเองที่จะชัดเจนได้ดีที่สุด