ขอเชิญร่วมตักบาตรวันเป็งปุ๊ด (เที่ยงคืน) ณ วัดมิ่งเมือง


 


    เทศบาลนครเชียงรายร่วมอนุรักษ์ประเพณีตักบาตรเป็งปุ๊ดเชิญชวนคณะศรัทธาชาวเชียงรายร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต

    เทศบาลนครเชียงราย จัดงานประเพณีตักบาตรเป็งปุ๊ด ฟื้นฟูวัฒนธรรมชาวล้านนา ประชาสัมพันธ์เชิญชาวพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายร่วมทำบุญเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2553 ณ วัดมิ่งเมือง

     นายสมพงษ์  กูลวงค์  นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เปิดเผยว่า ในอดีตเมื่อใกล้เข้าเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ย่างเข้าสู่วันพุธคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ จะมีประชาชนจำนวนมาก มาร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์สามเณร  เรียกวันดังกล่าวว่า “วันเป็งปุ๊ด”

    โดยมีประวัติความเป็นมาสืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า พระมหาอุปคุตเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งที่มีมหาอิทธิฤทธิ์ สามารถ ดลบันดาลโชคลาภวาสนา ได้ออกจากการเข้าฌานสมาบัติใต้สะดือทะเล แล้วแปลงกายเป็นสามเณรน้อยออกมาโปรดสัตว์โลก เชื่อกันว่าหากผู้ใดได้ทำบุญตักบาตรพระมหาอุปคุต บุคคลนั้นถือว่าเป็นผู้มีบุญ จะมีโชคลาภวาสนาร่ำรวย และบังเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งประเพณีการตักบาตรเป็งปุ๊ดถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านานแต่คนรุ่นใหม่หลายคนเริ่มละเลยประเพณีดังกล่าวจนถูกหลงลืมไปกับความทันสมัย เทศบาลนครเชียงรายได้ฟื้นฟูประเพณีการตักบาตรในวันเป็งปุ๊ดให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งในปีนี้มีความพิเศษที่มีคืนเดือนเพ็ญวันพุธถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกเทศบาลฯ ได้จัดไปในวันที่ 27 – 28 เม.ย. 2553 ที่ผ่านมา และในครั้งที่สองนี้เทศบาลฯ ได้กำหนดจัดกิจกรรมต่างๆ ในระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2553 ดังนี้

วันที่ 24 สิงหาคม 2553
       เวลา 15.30 น.-17.00 น. เริ่มทำพิธีอาราธนาพระอุปคุต จากแม่น้ำกก(เชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง)ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก อัญเชิญเข้าขบวน แห่รอบเมืองเชียงราย

     เวลา 23.00 น.ประกอบพิธีทางศาสนา พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ปาฐกถาธรรมเรื่องประวัติพระมหาอุปคุต

      เวลา 00.01 น.(ขึ้น 15 ค่ำ วันเป็งปุ๊ด) เข้าสู่วันที่ 25 สิงหาคม 2553 อาราธนาพระอุปคุตและพระสงฆ์สามเณรออกรับบิณฑบาต เริ่มจากวัดมิ่งเมืองบนถนนบรรพปราการ ตรงไปผ่านสี่แยกสะพานดำ ผ่านสี่แยกหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติฯ ไปจนถึงสี่แยกประตูสลีเลี้ยวกลับเส้นทางเดิมจนถึงวัดมิ่งเมือง เป็นอันเสร็จพิธี

     ดังนั้น เทศบาลนครเชียงราย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวเชียงราย ร่วมทำบุญตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้เชิญชวนทุกท่านแต่งกายด้วยชุดสีขาว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและเพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวล้านนาต่อไป