สรุปสาระสำคัญของการวิจัย เรื่องที่ 3

สรุปสาระสำคัญของการวิจัย เรื่องที่ 3

  1. ชื่อเรื่อง  การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

  2.  ผู้วิจัย    บุญโสม  ดีเลิศ

  3.  ปีที่วิจัย พ.ศ. 2550

  4.  วัตถุประสงค์ 

4.1  เพื่อศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

4.2  เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำแนกตามการรับรู้  ตามตำแหน่งของบุคลากร  ประเภทของสถานศึกษาและขนาดของสถานศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

4.3  เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา  หัวหน้างานวิชาการและครูผู้สอน

5. วิธีวิจัย

5.1 วีธีการ เป็นวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

5.2 กลุ่มตัวอย่าง

-  ประชากร  คือ  ผู้บริหารที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือรองผู้อำนวยการที่รักษา ราชการแทนผู้อำนวยการ  ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1

- กลุ่มตัวอย่าง คือ กำหนดขนาดตัวอย่างในการเปิดตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน ได้ผู้บริหาร 181 คน

5.3 เครื่องมือ

- แบบสอบถามเพื่อการวิจัย เรื่อง การศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1    จำนวน 1 ฉบับ ที่มีค่า ความเชื่อมั่น 0.95

แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้

ตอนที่  1  เป็นข้อมูลสถานภาพของผู้ตอบแบบ สอบถาม  คือ  ตำแหน่งของบุคลากร ประเภทของสถานศึกษาและขนาดสถานศึกษา  มีลักษณะคำถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check  List)

ตอนที่  2  เป็นข้อมูลเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา  มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)  5  ระดับ

ตอนที่  3  เป็นส่วนข้อมูลข้อเสนอแนะเพื่อ การพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา  หัวหน้างานวิชาการและครูผู้สอน มีลักษณะคำถามเป็นปลายเปิด

5.4 วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูล  โดยมีขั้นตอน ดังนี้

5.4.1 ผู้วิจัยประสานงานของหนังสือราชการจากสาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการออกหนังสือราชการไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จังหวัดสุรินทร์  เพื่อติดต่อประสานงานกับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาขออนุญาตเก็บข้อมูลใน การทำวิทยานิพนธ์

5.4.2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 แจ้งโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างและขอความร่วมมือจากผู้บริหารโรงเรียน อำนวยความสะดวกในการตอบแบบสอบถาม

5.4.3 ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์  ไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างและขอความร่วมมือให้ตอบแบบสอบถาม  แล้วส่งกลับคืนเมื่อกลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามเรียบร้อยแล้วให้นำมาฝากไว้ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 โดยผู้วิจัยได้ขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ให้เก็บรวมข้อมูลและตรวจสอบความ สมบูรณ์ของแบบสอบถาม  ซึ่งเก็บได้ทั้งหมด 543 ชุด  คิดเป็นร้อยละ 100  ใช้ระยะเวลาเก็บรวบรวมประมาณ 1 เดือน 27 วัน

5.4.4 ติดต่อขอรับแบบสอบถามส่วนที่เหลือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สุรินทร์ เขต 1 เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดหมวดหมู่เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป

5.5 วิธีวิเคราะห์ผล

5.5.1 สถิติพื้นฐาน

- ค่าร้อยละ

- ค่าเฉลี่ย (Mean)

- ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

5.5.2 สถิติอ้างอิง

- ทดสอบสมมติฐานโดยค่าเอฟ (F-test) (one-Way AVOVA)

- เปรียบเทียบรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe)

5.5.3  วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

 

6. ผลการวิจัย พบว่า

6.1 ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ปรากฏว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน  โดยมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสูงสุด  คือ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ รองลงไปได้แก่  ด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล  ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์  และด้านการกระตุ้นทางปัญญา ตามลำดับ

6.2  ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้น พื้นฐานตามการรับรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา  หัวหน้างานวิชาการและครูผู้สอนมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยภาพรวมเป็นราย ด้าน 4 ด้าน  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่สอนในโรงเรียนต่างประเภทกันและอยู่ในระดับสถานศึกษา ขนาดต่างกันรับรู้ถึงภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยภาพรวมและรายด้าน 4 ด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

6.3  ข้อเสนอแนะการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สำคัญในแต่ละด้าน มีดังนี้

6.3.1 ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์  เสนอแนะให้ทำงานโดยมีการวางแผน  มีวิสัยทัศน์ เป็นแบบอย่างแก่คนอื่น  และปฏิบัติตนได้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่

6.3.2 ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ เสนอแนะให้แสดงศักยภาพในการทำงาน ส่งเสริมทักษะและส่งเสริมทัศนคติที่ดี  และมอบหมายงานตามความสามารถตามความต้องการของครู

6.3.3 ด้านการกระตุ้นทางปัญญา  เสนอแนะส่งเสริมการทำงานเป็นทีมประสานงานให้มากและคำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนร่วม

6.3.4 ด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล  เสนอแนะให้ความสำคัญกับงานทุกคน พร้อมให้การสนับสนุน  มีความเป็นกันเองและรักษาสิทธิ์ของทุกคน