นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา รู้สึกว่าตัวเองรับมือกับงานเยอะจังเลย ทั้งงานในหน้าที่ และเรียน จนไม่มีเวลาที่จะเอาใจตัวเอง งานสอนเป็นหน้าที่หลัก แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เวลาที่เราจะทุ่มกำลังเต็มที่กับการสอนมักจะลดน้อยลงไปกับหน้าที่พิเศษ ... เป็นหัวหน้างานอะไรบ้างเต็มไปหมด และต้องรับผิดชอบเต็มที่ด้วยกับหน้าที่พิเศษนั้น และนี้แหละที่ดิฉันคิดว่ามันเป็นจุดอ่อนของระบบการศึกษาอย่างหนึ่ง เพราะครูไม่ได้ทุ่มเทกำลังได้เต็มที่ในการสอน เพราะมัวไปทำงานพิเศษอื่นแทน (จะเกิดขึ้นกับสถานศึกษาที่มีขนาดเล็กถึงปานกลาง ที่ไม่มีงบในการจ้างลูกจ้างมาทำงานพิเศษให้) พองานพิเศษหนัก อารมณ์ในการสอนก็ลดน้อยลงเป็นลำดับ ^-^!! งานเยอะจนบ้างทีอยากจะตะโกนดัง ๆ ให้เป็นหลาย ๆ ภาษา แต่ก็คงไม่เกิน 3 ภาษา 555 ....ถ้างานเยอะอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และมีเงินเยอะอย่างงานที่ทำด้วย ก็คงจะไม่เกิดการบ่นหรอกนะค่ะ แต่นี้มันไม่ใช่ เงินน้อยไม่พอที่จะให้เหลือเก็บเลย บางทีต้องถึงขั้นโทรศัพท์ไปหาพี่สาวขอยืมตังค์มาใช้ก่อนแล้วจะผ่อนให้ทีหลัง อิอิ ถ้าดูตามสภาพแล้วตัวเองก็ไม่ใช่จะแต่งตัวอะไรเลยทุกอย่างก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ เครื่องประดับราคาแพง ๆ ก็ไม่มีใส่หรอกค่ะ เคยซื้อสร้อยทองมาใส่ แล้วพอนอนรู้สึกสร้อยมันมาพันคอเราเกิดอาการรำคาญ ก็ต้องถอดและไม่ซื้อมาใส่อีก กำไลข้อมือพอใส่ได้สักพักก็รู้สึกรำคาญ ทำงานไม่ถนัดก็ถอดเก็บไว้อีก และไม่ใส่ พอถึงแหวนใส่แล้วก็รู้สึกว่าทำให้นิ้วเราเป็นรอย ไม่สวย และหนักนิ้ว .... สรุปแล้วว่าเราไม่ชอบเครื่องประดับนะเอง ^-^!! แล้วเงินหายไปไหน ... คงจะหมดไปกับการกินส่วนหนึ่ง และเที่ยวนี้แหละ ช่วงนี้กำลังเก็บตังค์เพื่อไปเที่ยวป่า ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่เกิดชื่นชอบการเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เมื่อเราถึงจุดอิ่มตัวในการเที่ยวในเมือง เราก็มักจะค้นหาแหล่งใหม่หรือสิ่งใหม่ที่คิดว่าใช่สำหรับเราขึ้น .... ความชื่นชอบที่เกิดจากการเดินป่าเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 7-8 ปีเห็นจะได้แล้วค่ะ จนในปัจจุบันน้อง ๆ ที่ทำงานต้องมาให้เราช่วยจัดทริปเที่ยวป่ากันทุก ๆ ปี ... อยากให้หลาย ๆ คนเที่ยวแบบพอเพียงเหมือนกับตัวเองค่ะ เพราะรู้สึกจิตใจมันสงบ และช่วยให้งานที่มันหนัก ๆ เบาลงมาได้บ้าง